"ถ้าคุณยังไม่เลิกทำหน้าบูดเหมือนกลืนพริกขี้หนูเข้าไปแบบนั้น คืนนี้ผมคงเล่นคอร์ด F ไม่ผ่านแน่ๆ ครับคุณหนูพาย"
ผมเอ่ยแซวพร้อมกับขยับตัวนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ตัวเก่าในห้องซ้อมดนตรีที่คุ้นเคย กลิ่นอายของไม้สนและสายกีตาร์ที่เพิ่งเปลี่ยนใหม่ยังคงอบอวล พายที่นั่งกอดอกอยู่บนโซฟาตัวยาวขยับแว่นสายตาเล็กน้อย ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ
"คนจะทำงานใหญ่ มือกลองดันมาเลทเนี่ยนะ โซ่ คุณคิดว่าการเป็นนักดนตรีอาชีพมันง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ?" พายว่า พลางเหลือบมองนาฬิกาข้อมือเรือนสวย เธอเปลี่ยนไปมากจากสาวบัญชีที่เจ้าระเบียบจนน่ากลัว กลายเป็นพาร์ทเนอร์ที่คอยจัดแจงตารางงานให้ผมอย่างเป็นระบบในฐานะผู้จัดการส่วนตัวที่ผมไว้ใจที่สุด
"การเป็นนักดนตรีอาชีพน่ะไม่ยากเท่าการทำให้คุณพายคนสวยยิ้มหรอกครับ" ผมยิ้มกว้าง ดีดสายกีตาร์โปร่งเป็นโน้ตที่นุ่มนวลแทนคำปลอบประโลม
เสียงประตูดังปังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของไอ้โต้งที่วิ่งหน้าตื่นเข้ามา "โทษทีเพื่อน! รถติดนรกแตก แต่ที่สำคัญกว่านั้น... ข้างล่างนั่นคนมารอเพียบเลยว่ะ!"
หนึ่งปีผ่านไปไวเหมือนโกหก จากเด็กชมรมดนตรีมหาลัยที่ไล่ตามความฝันบนเวทีเล็กๆ วันนี้เพลงที่เราช่วยกันแต่งและเรียบเรียงในห้องซ้อมแห่งนี้ กลับกลายเป็นเพลงฮิตติดชาร์ตที่ใครหลายคนต่างร้องตามได้ ผมมองไปที่พาย เธอไม่ได้ทำหน้ายักษ์อย่างที่ผมกลัว แต่เธอกลับเดินมาวางมือบนไหล่ผม สัมผัสที่คุ้นเคยนั้นทำให้ความกังวลใจของผมจางหายไปจนหมดสิ้น
"จำได้ไหมตอนที่โซ่มาบอกพายว่า อยากพิสูจน์ให้คุณพ่อเห็นว่าดนตรีคือชีวิต" พายกระซิบข้างหู น้ำเสียงเธออ่อนโยนจนใจผมสั่น "วันนี้โซ่ทำได้แล้วนะ ถึงเวลาพิสูจน์บนเวทีใหญ่แล้วครับ"
ผมสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ความทรงจำเมื่อตอนปี 2 ย้อนกลับมา ไม่ว่าจะเป็นการฝ่าฟันความกดดันจากครอบครัว หรือการผ่านพ้นช่วงเวลาที่มินเคยพยายามเข้ามาแทรกกลางระหว่างเรา ทุกอย่างล้วนเป็นบทเรียนที่หล่อหลอมให้ผมเป็น 'โซ่' ในวันนี้ เป็นคนที่รู้ว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตไม่ใช่ชื่อเสียง แต่เป็นคนข้างกายที่เชื่อมั่นในตัวเราเสมอมา
"โต้ง ฝากคุมจังหวะด้วยนะ" ผมหันไปหาเพื่อนสนิท
"ระดับนี้แล้วเพื่อนรัก ไปโชว์ให้โลกเห็นเลยว่า 'คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง' น่ะของจริง!" โต้งชูไม้กลองขึ้นอย่างฮึกเหิม
เราเดินขึ้นสู่เวทีท่ามกลางเสียงเชียร์ที่ดังกระหึ่ม ความสว่างไสวของแสงไฟสปอร์ตไลท์สาดส่องลงมา แต่สิ่งเดียวที่ผมมองเห็นคือพายที่ยืนอยู่ข้างเวที เธอไม่ได้ถือตารางงาน แต่เธอถือคอร์ดเพลงแรกที่เราเคยร่วมกันแต่งในวันนั้น... เพลงที่บันทึกช่วงเวลาที่ใจเราสองคนเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน
ผมจับกีตาร์โปร่งคู่ใจ ดีดคอร์ด G ที่คุ้นเคย เสียงโน้ตใสๆ กังวานขึ้นท่ามกลางความเงียบที่รอคอย ก่อนจะเริ่มขับร้องเรื่องราวความรักของเรา ความกดดันจากอดีตไม่มีความหมายอีกต่อไป เมื่อผมได้เห็นรอยยิ้มของพายที่ส่งมาให้ในทุกครั้งที่ผมเหลือบมอง
บทเพลงดำเนินไปอย่างลื่นไหล มันไม่ใช่แค่การแสดงดนตรี แต่มันคือการประกาศก้องว่า ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ปี ความรักที่เริ่มต้นจากเสียงดนตรีในห้องซ้อมเล็กๆ แห่งนี้ จะยังคงบรรเลงต่อไปอย่างไม่มีวันจบสิ้น
เมื่อเพลงสุดท้ายจบลง เสียงปรบมือดังสนั่นไปทั่วฮอลล์ ผมวางกีตาร์ลงแล้วเดินตรงไปหาพายที่ยืนรออยู่ ผมไม่สนสายตาใครต่อใครที่มองมา ผมคว้ามือเธอมากุมไว้แน่น ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเธอยืนยันกับผมว่าทุกอย่างที่ผ่านพ้นมานั้นคุ้มค่าเพียงใด
"ขอบคุณที่อยู่ข้างๆ กันเสมอนะครับพาย" ผมบอกพร้อมรอยยิ้มที่จริงใจที่สุด
"ขอบคุณที่ใช้หัวใจแต่งเพลงให้พายฟังมาตลอดเหมือนกันนะ" พายตอบกลับ น้ำตาคลอเบ้าอย่างตื้นตันใจ
ในตอนนั้นเอง ผมรู้ซึ้งแล้วว่าเพลงรักที่ไพเราะที่สุด ไม่ใช่เพลงที่ติดชาร์ตอันดับหนึ่ง แต่มันคือเพลงที่ได้ร้องคู่กับคนที่เรารัก... ตลอดไป
---
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและฟังเสียงกีตาร์ของผมมาจนถึงบรรทัดสุดท้ายนี้นะครับ ครับ
คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
เมโลดี้รักจังหวะหัวใจ•ตอนที่ 20
คอร์ดรักตลอดไป (ตอนอวสาน)
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมโลดี้รักจังหวะหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!