พลิกวิกฤตหุ้นพันล้าน ขยี้ญาติทรยศให้จมดิน•ตอนที่ 1

ตื่นในร่างสะใภ้ที่โลกลืม

ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
"ถ้าแกยังกล้าห่อข้าวขาวไปให้มันกินอีกแม้แต่มื้อเดียว ข้าวสารกรอกหม้อบ้านนี้ แกก็อย่าหวังจะได้แตะ!" เสียงตบโต๊ะไม้ดังปังจนเศษฝุ่นร่วงกราวลงมาจากเพดานกระท่อมเก่าคร่ำคร่า กลิ่นอับชื้นของดินโคลนและกลิ่นสาบสุนัขรอบบ้านตีรวนขึ้นจมูกจนน่าคลื่นไส้ แต่สิ่งที่ทำให้หลินฟางเซียนรู้สึกชาไปทั้งร่างไม่ใช่ความรุนแรงของเสียงนั้น หากเป็นความทรงจำสองชุดที่กำลังตีกันวุ่นวายอยู่ในหัวสมอง ชุดหนึ่งคือชีวิตของเธอในโลกอนาคต—นักวิเคราะห์การลงทุนระดับท็อปของวอลล์สตรีท ผู้กุมพอร์ตหุ้นมูลค่าหมื่นล้านและนอนตายคาหน้าจอคอมพิวเตอร์กราฟดิ่งเหว อีกชุดคือความทรงจำของ 'หลินฟางเซียน' หญิงสาวชาวบ้านผู้อ่อนแอ สามีเป็นทหารเกณฑ์ที่ถูกส่งไปประจำการชายแดน ส่วนเธอกลับต้องตกเป็นทาสรับใช้รองมือรองเท้าของแม่สามีจอมเผด็จการอย่างแม่เฒ่าจางและญาติๆ ที่คอยสูบเลือดสูบเนื้อ "นิ่งทำไม! หูหนวกเป็นใบ้ไปแล้วรึไงอีสะใภ้ตัวกินคน!" แม่เฒ่าจางก้าวเข้ามารุกราน ใบหน้าเหี่ยวย่นบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว มือเหี่ยวดั่งกิ่งไม้แห้งเงื้อขึ้นหมายจะตบลงบนแก้มซ้ายของเธอเพื่อสั่งสอนให้หลาบจำ ฟางเซียนหรี่ตาลง ประกายตาสีดำสนิทพลันเปลี่ยนเป็นความเยือกเย็นเฉียบคม ชั่วพริบตาที่ฝ่ามือหยาบกร้านกำลังจะเหวี่ยงกระทบผิวหน้า ร่างเพรียวบางก็เบี่ยงหลบอย่างรวดเร็วดุจปลาไหล น้ำหนักตัวที่เอนหลบตามหลักฟิสิกส์ทำให้แม่เฒ่าจางเสียหลักเซถลาไปชนขอบโต๊ะจนร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวด "โอ๊ย! นังลูกสะใภ้เนรคุณ กล้าหลบมือฉันเรอะ!" แม่เฒ่าจางหน้าตาเหเก กุมสะโพกตัวเองพลางชี้หน้าด่ากราด "แกมันตัวซวย! แต่งเข้ามาสามปีไม่เคยสร้างประโยชน์อะไรนอกจากผลาญเงินเดือนทหารของเว่ยหลาง วันนี้ถ้าแกไม่คุกเข่าขอขมาฉัน แกกับฉันไม่ได้อยู่ร่วมโลกกันแน่!" ฟางเซียนค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นจากเก้าอี้ไม้ไผ่ที่โยเย เธอยกมือขึ้นปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าเก่าๆ อย่างไม่รีบร้อน สมองที่ผ่านการคำนวณความเสี่ยงและอ่านเกมการเงินระดับพันล้านมาก20ปี กำลังประเมินสถานการณ์ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว—นี่ไม่ใช่ความฝัน เธอย้อนเวลากลับมาในช่วงเวลาที่ชีวิตตกต่ำที่สุด และกำลังจะถูกพวกคนเห็นแก่ตัวเหล่านี้บีบให้เซ็นยกเงินเดือนทหารก้อนสุดท้ายไป "แม่พูดจบหรือยังครับ... อ้อ, ขออภัย ผมหมายถึง *คุณแม่* พูดจบหรือยังครับ" ฟางเซียนแย้มยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่เคลือบยาพิษความเยือกเย็นจนแม่เฒ่าจางชะงักกึก รู้สึกหนสันหลังวาบขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ "แก... แกกล้าดียังไงมาทำหน้าแบบนั้นใส่ฉัน!" "ทำไมจะกล้าไม่ได้ล่ะครับ ในเมื่อเงินเดือนของเว่ยหลางที่ส่งมาทุกเดือน ถูกคุณแม่กับพวกพ้องยักยอกไปเล่นการพนันใต้ดินจนหมดเกลี้ยง แถมยังทำสัญญาเงินกู้นอกระบบโดยใช้ชื่อสามีฉันค้ำประกันอีก..." ฟางเซียนก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าว น้ำเสียงราบเรียบแต่น่าเกรงขาม "ถ้าเรื่องนี้ถึงกองพันทหารและทางการ คุณแม่คิดว่า... โทษฐานยักยอกทรัพย์ราชการและฉ้อโกง จะทำให้ตระกูลจางเหลือแผ่นดินซุกหัวนอนไหมครับ?" บรรยากาศในกระท่อมพลันเงียบกริบ แม่เฒ่าจางหน้าซีดเผือดริมฝีปากสั่นระริก ความลับที่คิดว่าปิดมิดชิดกลับถูกเด็กเมื่อวานซืนพูดออกมาอย่างฉะฉานราวกับไปนั่งอยู่ในใจ "แก... แกพูดเพ้อเจ้ออะไร! หลักฐานไม่มี อย่ามาปรักปรำนะ!" แม่เฒ่าจางเสียงสั่น หลบสายตา "หลักฐานน่ะมีแน่ครับ และมันกำลังเดินทางมาพร้อมกับสามีของฉัน..." ฟางเซียนพูดไม่ทันขาดคำ เสียงฝีเท้าหนักแน่นและมั่นคงก็ดังขึ้นที่หน้าประตูกระท่อม พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารยับยิ่นแต่ยังคงความองอาจของ 'พันจ่าเว่ยหลาง' ที่ก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าเคร่งขรึมดุจพญาอินทรี เว่ยหลางกวาดสายตาคมกริบมองมารดาตัวเองสลับกับภรรยา ก่อนที่ดวงตาคู่นั้นจะอ่อนแสงลงเมื่อเห็นรอยแดงที่ข้อมือของฟางเซียน "เกิดอะไรขึ้นที่นี่?" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยถาม ทำให้แม่เฒ่าจางรีบเปลี่ยนท่าทีทันที ปั้นหน้าบีบน้ำตาฟูมฟาย "เว่ยหลาง! ลูกกลับมาก็ดีแล้ว นังสะใภ้ตัวดีมันตบตีแม่ มันไม่อยากอยู่ปรนนิบัติครอบครัวเราแล้ว ลูกต้องจัดการมันนะ!" เว่ยหลางไม่ได้ตอบมารดาในทันที เขาก้าวเข้าไปหาฟางเซียนอย่างเงียบเชียบ สายตาสำรวจร่องรอยความบอบช้ำบนตัวภรรยาด้วยความรู้สึกเจ็บแปลบในอก มือหนาหยาบกร้านเอื้อมไปกุมข้อมือเรียวบางนั้นเบาๆ อย่างทะนุถนอม ราวกับกลัวว่าหากออกแรงมากกว่านี้เธอจะแหลกสลายคามือ "เจ็บไหม..." น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่กลับอ่อนโยนลงอย่างน่าประหลาด ยามที่เอ่ยถามภรรยา ฟางเซียนเงยหน้าสบตาชายหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นสามี แม้ในความทรงจำเดิมเธอจะหวาดกลัวเขา แต่ในเวลานี้ สายตาสัตย์ซื่อและมั่นคงคู่นั้นกลับสะท้อนความจริงใจที่หาไม่ได้จากโลกธุรกิจอันโหดร้าย เธอยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะกระซิบบอกสามีด้วยน้ำเสียงที่ดังพอให้ได้ยินกันทั้งห้อง "ไม่เจ็บห่างหรอกครับพี่เว่ยหลาง... แต่ถ้าพี่มาช้ากว่านี้อีกนิด เงินเก็บก้อนสุดท้ายของครอบครัวเรา คงถูกคุณแม่เอาไปใช้หนี้พนันจนหมดตัว และพวกเราคงต้องนอนข้างถนนกันจริงๆ แล้วล่ะครับ" เว่ยหลางขมวดคิ้วมุ่น นัยน์ตาคมกริบหันขวับไปจ้องมองมารดาตัวเองทันที รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจนแม่เฒ่าจางผถอยหลังกรูด ทว่า ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุดนั้นเอง... เสียงเคาะประตูไม้เก่าๆ ดังขึ้นสามครั้งอย่างสุภาพ แต่ปริศนาคือรอบบริเวณนี้ไม่มีเพื่อนบ้านใกล้เคียงเลยสักหลัง *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* พร้อมกับกลิ่นหอมหวลอันคุ้นเคย—กลิ่นหอมของ 'ชาผู่อู๋' ชั้นดีที่ถูกคั่วด้วยไฟอ่อนๆ ลอยอบอวลเข้ามาทางช่องหน้าต่าง ทั้งๆ ที่ในบ้านหลังนี้มีความยากจนข้นแค้นจนแม้แต่ใบชายังไม่มีปัญญาซื้อ! ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนเวลามาด้วยกันในตอนแรกนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พลิกวิกฤตหุ้นพันล้าน ขยี้ญาติทรยศให้จมดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%