เสียงตบโต๊ะไม้ดังสนั่นจนถ้วยชาสั่นสะเทือน แต่หลินฟางเซียนกลับไม่แม้แต่จะชายตามอง ใบหน้าเรียบเฉยของเธอยังคงจดจ่ออยู่กับการคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ผักกาดหอมป่าในอุ้งมือ ความเงียบงันที่ทอตัวขึ้นระหว่างพวกเขามีน้ำหนักมากกว่าคำขู่คุกคามใดๆ ในโลก
"เจ้ากล้าดียังไงถึงทำเป็นหูทวนลมกับแม่สามีอย่างฉัน!" เสียงแหลมสูงของแม่เฒ่าจางแผดลั่นเรือนหลังเล็ก ทว่าในสายตาของอดีตเซียนหุ้นผู้ผ่านสมรภูมิหุ้นร้อยล้านมาแล้ว การโวยวายของหญิงแก่ผู้เห็นแก่ตัวคนนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับเสียงกบในกะลาหลุม
"ถ้าท่านแม่มีเวลามาโวยวายเรื่องไร้สาระ สู้เอาเวลาไปคิดดีกว่าครับ ว่าจะหาเงินที่ไหนมาคืนค่าปรับที่ท่านไปสร้างเรื่องกู้ยืมไว้นอกระบบ" ฟางเซียนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับกำลังพูดคุยเรื่องดินฟ้าอากาศ ทว่าแววตาที่เงยขึ้นสบตานั้นคมกริบจนแม่เฒ่าจางต้องชะงัก ถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
เว่ยหลาง สามีหนุ่มนายทหารรูปร่างสูงใหญ่ที่เพิ่งเดินกลับมาจากลานฝึก เดินเข้ามาแทรกกลางระหว่างภรรยาและมารดาอย่างเงียบเชียบ ไอสังหารจางๆ แผ่ออกมาจากร่างของชายชาติทหาร ทำให้แม่เฒ่าจางที่กำลังอ้าปากจะด่าทอต้องกลืนคำพูดลงคอไปอย่างยากลำบาก
"ฟางเซียนพูดถูกแล้วครับท่านแม่ ช่วงนี้ทางการกำลังกวาดล้างพวกปล่อยเงินกู้นอกระบบ ถ้าไม่อยากให้ตระกูลเราต้องอับอายขายหน้าจนผมโดนสอบวินัยทหาร ทางที่ดีควรอยู่เงียบๆ ในเรือนจะดีที่สุด" เว่ยหลางกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ แต่น้ำหนักของคำพูดนั้นเฉียบขาดไร้ช่องว่างให้ต่อรอง
แม่เฒ่าจางฮึดฮัดสะบัดหน้าหนีด้วยความแค้นเคือง นางทำได้เพียงส่งสายตาอาฆาตมาดร้ายมาก่อนจะเดินกระแทកเท้าจากไป ทิ้งให้บรรยากาศรอบตัวกลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง
ฟางเซียนถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะหันไปยิ้มให้สามี รอยยิ้มที่ปรากฏบนริมฝีปากของเธอนั้นอบอุ่นและอ่อนโยน เป็นรอยยิ้มที่มีไว้ให้เว่ยหลางเพียงคนเดียวเท่านั้น
"เหนื่อยไหมครับ" เว่ยหลางทรุดตัวลงนั่งยองๆ ตรงหน้าภรรยา ฝ่ามือหนาหยาบกร้านตามประสาคนจับดาบและทำไร่ค่อยๆ เอื้อมไปกุมมือเรียวบางของเธอไว้ บีบนวดเบาๆ ด้วยความทะนุถนอม "เรื่องแม่... ผมจัดการเองได้ คุณไม่ต้องเอามาใส่ใจให้รกสมองหรอกครับ"
"ผมไม่ได้ใส่ใจคนแบบนั้นหรอกครับ แค่เสียดายเวลาที่จะเอามาทำสวนปลูกผัก" ฟางเซียนหัวسาะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาคู่สวยพินิจมองใบหน้าคมเข้มของสามีที่เริ่มมีหยาดเหงื่อซึมตามไรผม "วันนี้เราไปแปลงผักหลังบ้านกันเถอะครับ ผักกาดมิติลับล็อตนี้โตเร็วมาก น่าจะเก็บเกี่ยวมาทำอาหารมื้อเที่ยงได้แล้ว"
แสงแดดยามสายส่องลอดผ่านกอไผ่ ทอดเงาทอดยาวลงบนพื้นดินร่วนซุยหลังเรือน แปลงผักขนาดกะทัดรัดที่ฟางเซียนใช้เมล็ดพันธุ์จากมิติลับมาเพาะปลูก เติบโตเขียวขจีอย่างน่าอัศจรรย์ ใบผักกาดหอมอวบอ้วนกรอบอร่อย มะเขือเทศลูกแดงเต่งตึงส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ลอยมาตามลม
เว่ยหลางรับหน้าที่เป็นแรงงานชั้นดี เขาใช้จอบขุดดินพรวนแปลงให้อย่างแข็งขัน ขณะที่ฟางเซียนคอยเลือกเก็บเกี่ยวผลผลิตใส่ตะกร้าไม้ไผ่ การทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่ในบรรยากาศเงียบสงบเช่นนี้ ทำให้ความตึงเครียดจากโลกภายนอกเลือนหายไปจนหมดสิ้น
"กลิ่นดินหลังฝนตกนี่หอมดีนะครับ" เว่ยหลางเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ พลางใช้หลังมือปาดเหงื่อบนหน้าผาก สายตาคมปลาบมองภรรยาคนสวยที่กำลังงละมุนละไมกับการเด็ดขั้วมะเขือเทศด้วยความรักใคร่ระคนเอ็นดู "ตั้งแต่แต่งงานกันมา เพิ่งมีช่วงเวลานี้แหละครับที่ผมรู้สึกว่าชีวิตมีความสุขจริงๆ ไม่ต้องคิดเรื่องรบ ไม่ต้องคิดเรื่องการเมืองในค่ายทหาร"
"ถ้าอย่างนั้น คุณก็ต้องรีบเคลียร์ภาระหนี้สินของครอบครัวฝั่งนั้นให้เด็ดขาดเสียทีนะครับ" ฟางเซียนเงยหน้าขึ้นสบตา รอยยิ้มซุกซนปรากฏที่มุมปาก "เพราะถ้าเราเคลียร์ทุกอย่างจบ ผมมีแผนใหญ่ที่จะพาคุณไปลงทุนทำธุรกิจการค้าครั้งใหม่ รับรองว่าตระกูลจางจะไม่มีทางตามเราทันอีกเลย"
"สำหรับเรื่องเงินทุน ผมเชื่อใจสายตาเซียนหุ้นร้อยล้านของคุณอยู่แล้วครับ" เว่ยหลางหัวเราะร่วน น้ำเสียงทุ้มต่ำเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นในตัวภรรยาอย่างไม่มีเงื่อนไข
ช่วงบ่ายแก่ๆ กลิ่นหอมฟุ้งของเครื่องเทศและกระเทียมเจียวก็ลอยอบอวลไปทั่วบริเวณเรือนครัว ฟางเซียนสวมผ้ากันเปื้อนตัวเก่าแต่มือไม้คล่องแคล่ว เธอกำลังรังสรรค์เมนูเด็ดสำหรับมื้อค่ำ—"ซี่โครงหมูตุ๋นรากบัว" ที่เคี่ยวในน้ำซุปกระดูกหมูจนเปื่อยนุ่มละลายในปาก เสิร์ฟคู่กับ "ผักกาดป่าผัดน้ำมันหอย" สดกรอบที่เพิ่งเก็บมาจากแปลงเมื่อเช้า และข้าวสวยร้อนๆ เมล็ดอวบอ้วน
เว่ยหลางช่วยก่อไฟและเตรียมฟืนอย่างขยันขันแข็ง สายตาจับจ้องแผ่นหลังของภรรยาที่กำลังงว่นอยู่หน้าเตาไฟด้วยความรู้สึกอบอุ่นล้ำลึก ภาพความสุขในวันธรรมดาเช่นนี้คือสิ่งที่เขาไม่เคยกล้าแม้แต่จะจินตนาการถึงในสมัยที่ยังอยู่ในสนามรบ
ขณะที่ทั้งสองกำลังช่วยกันยกสำรับอาหารมาตั้งที่โต๊ะไม้หน้าบ้าน เสียงเคาะประตูรั้วหน้าบ้านก็ดังขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง ราวกับจงใจจะพังมันให้พังคามือ
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
"เปิดประตูนะยะ! หลินฟางเซียน! แกคิดเหิมเกримไล่ฉันออกจากบ้านหลักใหญ่ได้แล้วรึไง!" เสียงแหลมปรี๊ดของแม่เฒ่าจางดังทะลุกำแพงรั้วเข้ามา ตามมาด้วยเสียงทุบประตูโครมครามไม่หยุดหย่อน
เว่ยหลางขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าคมเข้มฉายแววเย็นชาขึ้นมาทันที เขาววางตะเกียบในมือลงเตรียมจะลุกขึ้นไปจัดการ แต่ฟางเซียนกลับเอื้อมมือมาแตะแขนเขาไว้เบาๆ
"ใจเย็นก่อนครับคุณสามี..." ฟางเซียนยิ้มมุมปาก รอยยิ้มนั้นเย็นเยียบและเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ ราวกับนักลงทุนที่กำลังรอจังหวะช้อนซื้อหุ้นในนาทีสุดท้าย "ดูเหมือนว่าปลาตัวใหญ่ จะติดเบ็ดเร็วกว่าที่เราคาดไว้นะครับ"
ฟางเซียนลุกขึ้นยืน เดินช้าๆ ไปที่ประตูหน้าบ้าน มือเรียวปลดกลอนไม้ออกช้าๆ เผยให้เห็นร่างของแม่เฒ่าจางที่ยืนหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธเกรี้ยว ด้านข้างของนางยังมีชายฉกรรจ์หน้าตาถมึงทึงสองคนยืนถือท่อนไม้ค้ำอยู่ และหนึ่งในนั้น... คือเจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบที่ทางการกำลังตามล่าตัวอยู่พอดี!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางในเส้นทางสายหุ้นและการล้างแค้นนี้กับ "เซียนหุ้นย้อนเวลา" นะครับ
พลิกวิกฤตหุ้นพันล้าน ขยี้ญาติทรยศให้จมดิน•ตอนที่ 20
ความสุขในวันธรรมดา
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พลิกวิกฤตหุ้นพันล้าน ขยี้ญาติทรยศให้จมดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!