ปึก!
สมุดบัญชีปกหนังสีน้ำตาลเข้มถูกวางกระแทกจมลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็ง เสียงนั้นดังพอที่จะทำให้บรรยากาศภายในห้องโถงเงียบงันลงในทันที ดวงตาเรียวรีของหลินฟางเซียนกวาดตามองตัวเลขหมึกสีดำสนิทที่ถูกคัดลายมือไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยทีละบรรทัด
หกเดือน... เพียงแค่ครึ่งปีแรกนับตั้งแต่เธอก้าวเข้ามาเหยียบย่างในหมู่บ้านแห่งนี้ด้วยสภาพสะใภ้ตกยากผู้มีแต่หนี้สินและสายตารังเกียจเดียดฉันท์จากคนรอบข้าง วันนี้ ตัวเลขบรรทัดสุดท้ายได้พิสูจน์แล้วว่า กราฟชีวิตของเธอไม่ได้กำลังดิ่งลงเหวอย่างที่ใครหลายคนแช่งชักหักกระดูกไว้ หากแต่พุ่งทะยานทำจุดสูงสุดใหม่ (All-Time High) ชนิดที่ต่อให้เซียนหุ้นมือฉกาจแห่งวอลล์สตรีทในยุคศตวรรษที่ 21 มาเห็นก็ยังต้องยอมยกนิ้วให้
"ฟางเซียน... นี่มัน..."
เว่ยหลาง สามีหนุ่มนายทหารผู้ผ่านศึกมาโชกโชน เผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือหนาที่ผ่านการจับปืนและฝึกหนักมาแรมปีสั่นเทาเล็กน้อยยามเอื้อมไปแตะมุมกระดาษสมุดบัญชี ตัวเลขสุทธิบรรทัดสุดท้ายไม่เพียงแต่ทำให้หนี้สินทั้งหมดของครอบครัวถูกลบล้างจนหมดสิ้น แต่มันยังมากพอที่จะซื้อที่ดินทำกินผืนใหญ่ได้ทั้งหมู่บ้าน
"ตกใจอะไรกันครับพี่เว่ยหลาง?" หลินฟางเซียนยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจและเสน่ห์อันเย้ายวนใจจนสามีหนุ่มถึงกับใจกระตุก "นี่เป็นเพียงแค่ผลกำไรจากผลิตภัณฑ์แปรรูปสมุนไพรและอุตสาหกรรมในครัวเรือนเฟสแรกเท่านั้นนะครับ ถ้าหากโครงการสร้างโรงงานแปรรูปขนาดเล็กที่เราวางแผนไว้เสร็จสมบูรณ์ในไตรมาสหน้า ตัวเลขพวกนี้คงต้องเติมเลขศูนย์เพิ่มไปอีกตัวอย่างแน่นอน"
ในห้องครัวอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของตุ๋นยาจีนผสมเครื่องเทศชั้นดีที่หลินฟางเซียนแอบดึงวัตถุดิบคุณภาพสูงจากมิติลับออกมาปรุงให้สามีทานบำรุงกำลัง ไอร้อนที่ลอยกรุ่นขึ้นมาตัดกับอากาศภายนอกที่เริ่มเย็นลง สะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์ที่บ้านหลังนี้ไม่เคยมีมาก่อน ทว่า ความเงียบสงบภายในบ้านหลังน้อยกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าหนักอึ้งและเสียงโวยวายที่ดังแว่วมาจากหน้าประตูรั้ว
"เปิดประตูเดี๋ยวนี้! นังสะใภ้ตัวดี ฉันรู้นะว่าพวกแกแอบซ่อนเงินทองไว้ข้างใน!"
เสียงแหลมสูงที่คุ้นเคยดีดังทะลุเข้ามา แม่เฒ่าจาง แม่สามีผู้เคยใช้อำนาจบาทใหญ่กดขี่หลินฟางเซียนมาตลอด บัดนี้กลับยืนหน้าตา
ตื่นตระหนกอยู่หน้าบ้าน โดยมีชาวบ้านจำนวนไม่น้อยเดินตามมามุงดูด้วยความอยากรู้อยข่าวลือเรื่องความร่ำรวยที่แพร่สะพัดไปทั่วหมู่บ้านราวกับไฟลามทุ่ง
เว่ยหลางขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าคมเข้มฉายแววไม่พอใจอย่างชัดเจน เขาเตรียมจะลุกขึ้นไปจัดการไล่แขกที่ไม่ได้รับเชิญเหล่านี้ให้ออกไปพ้นเขตบ้าน แต่หลินฟางเซียนกลับเอื้อมมือเรียวไปแตะแขนเสื้อเขาเบาๆ พร้อมกับส่ายศีรษะช้าๆ
"ปล่อยให้พวกเขาก้าวเข้ามาเถอะครับพี่เว่ยหลาง..." แววตาของอดีตเซียนหุ้นสาวทอประกายเย็นเยียบราวกับนักลงทุนที่กำลังรอจังหวะชอร์ตหุ้นของบริษัทที่กำลังจะล้มละลาย "ในเมื่อพวกเขาอยากเห็นตัวเลขผลกำไรนัก เราก็ควรจะเปิดพอร์ตโชว์ให้คนทั้งหมู่บ้านได้ประจักษ์กันไปเลยว่า ใครกันแน่ที่เป็นปลิง และใครกันแน่ที่เป็นผู้สร้างความมั่งคั่งที่แท้จริง"
แอ๊ด...
ประตูไม้ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง แม่เฒ่าจางพุ่งพรวดเข้ามาในบ้านโดยไม่รอให้อذنุญาต สายตาฝ้าฟางกวาดมองไปทั่วห้องโถงที่ตกแต่งอย่างสะอาดสะอ้านและเต็มไปด้วยข้าวของเครื่องใช้ราคาแพงที่นางไม่เคยเห็นมาก่อน ทันใดนั้น สายตาของนางก็ไปสะดุดเข้ากับสมุดบัญชีเล่มหนาที่วางอยู่บนโต๊ะ
"นั่นอะไร! สมุดบัญชีบ้านพวกแกใช่ไหม เอามาให้ฉันดูเดี๋ยวนี้!" แม่เฒ่าจางทำท่าจะโผเข้ามาแย่งสมุดในมือของเว่ยหลาง แต่ถูกสายตาดุดั่งพญาอินทรีของบุตรชายห้ามเอาไว้จนต้องชะงัก
"ท่านแม่เข้ามาในบ้านของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต แถมยังมีกิริยาเช่นนี้ มันสมควรแล้วหรือครับ?" เว่ยหลางเอ่ยเสียงต่ำ ทรงอำนาจตามแบบฉบับนายทหารชั้นสัญญาบัตร
"แก... ไอ้ลูกอกตัญญู!" แม่เฒ่าจางหน้าดำคร่ำเครียด ชี้หน้าด่ากราด "พวกแกสองคนผัวเมียแอบซ่อนเงินทองไว้กินอยู่กันอย่างสุขสบาย ปล่อยให้ฉันกับน้องชายของแกต้องอดอยากปากแห้งอยู่ในบ้านหลังเก่าอย่างนั้นเรารึ! ส่งเงินมาเดี๋ยวนี้! ในฐานะแม่ ฉันมีสิทธิ์ที่จะจัดการทรัพย์สินของครอบครัว!"
เสียงฮือฮาจากชาวบ้านที่ยืนมุงอยู่หน้าประตูดังขึ้นเซ็งแซ่ หลายคนเริ่มซุบซิบกันว่าแม่เฒ่าจางพูดมีเหตุผล ในขณะที่อีกหลายคนมองด้วยสายตากังขา เนื่องจากรู้ดีว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมาแม่เฒ่าจางปฏิบัติกับหลินฟางเซียนอย่างไรบ้าง
หลินฟางเซียนแย้มยิ้มอย่างใจเย็น นางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง กิริท่าทางสง่างามราวนางพญา ทอดสายตามองแม่สามีผู้โลภมากด้วยความสมเพชเวทนา
"สิทธิ์หรือครับคุณแม่..." หลินฟางเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานใส ชัดถ้อยชัดคำจนทุกคนในบริเวณนั้นเงียบกริบ "ก่อนที่ท่านจะทวงถามสิทธิ์ ท่านช่วยดูเอกสารฉบับนี้เสียก่อนนะครับ"
นางหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งที่ประทับตราทางราชการอย่างถูกต้องตามกฎหมายออกมาจากแฟ้มสะสม แล้ววางทับลงบนสมุดบัญชีเล่มโต
"นี่คือสัญญาแยกบ้านและตัดขาดภาระผูกพันทางการเงินที่ท่านเคยลงลายมือชื่อไว้เมื่อครึ่งปีก่อน ในเมื่อพวกท่านเป็นคนขับไล่พวกเราออกจากตระกูลด้วยตัวท่านเอง แถมยังทิ้งภาระหนี้สินก้อนโตไว้ให้เราแบกรับ..." หลินฟางเซียนโน้มตัวลงไปกระซิบด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบจนคนฟังต้องขนหัวลุก "ตามกฎหมายแล้ว ทรัพย์สินและกำไรทุกบาททุกสตางค์ที่หามาได้หลังจากวันนั้น เป็นกรรมสิทธิ์ของ 'บริษัทการค้าฟางเซียน' แต่เพียงผู้เดียว ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอันใดกับตระกูลจางอีกแม้แต่น้อยครับ"
แม่เฒ่าจางหน้าซีดเผือด มือที่ชี้มาทางหลินฟางเซียนสั่นเทาราวกับคนจับไข้ป่า นางละล่ำละลักอ่านตัวเลขกำไรสุทธิแวบหนึ่งที่ปรากฏอยู่บนสมุดบัญชี ดวงตาเบิกกว้างด้วยความโลภและอิจฉาริษยาที่ตีรวนขึ้นมาจนจุกอก
"ไม่จริง! เงินพวกนี้ต้องเป็นการยักยอกเงินของกองทัพแน่ๆ! นังสารเลว แกต้องใช้มารยาหลอกลวงลูกชายฉัน!" แม่เฒ่าจางกรีดร้องโวยวายพยายามจะพุ่งเข้ามาทำ3ลายข้าวของ แต่ทว่า...
ปัง!
เสียงตบโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของเว่ยหลางที่ก้าวออกมายืนบังภรรยาเอาไว้มิดชิด รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างของนายทหารหนุ่มจนแม่เฒ่าจางผถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัว
"หากใครยังกล้ากล่าวหาภรรยาของผมด้วยคำพูดไร้หลักฐานอีกแม้แต่คำเดียว ผมจะใช้สิทธิ์ทางกฎหมายดำเนินคดีข้อหาหมิ่นประมาทและบุกรุกเคหสถานทันที!" สุ้มเสียงของเว่ยหลางเฉียบคมราวกับใบมีดโกน
บรรยากาศภายในห้องกลับมาเงียบงัดอีกครั้ง ท่ามกลางความตกตะลึงของคนทั้งหมู่บ้านที่ได้รู้ว่าสะใภ้ที่พวกเขาเคยดูแคลน บัดนี้ได้สร้างอาณาจักรธุรกิจที่มีกำไรมหาศาลจนน่าเหลือเชื่อ ทว่า ในขณะที่ทุกคนกำลังจดจ่ออยู่กับการปะทะคารมอยู่นั้น...
กลิ่นหอมหวานละมุนละไมของ "ซุปไก่ตุ๋นโสมป่าอายุนับร้อยปี" ที่เคี่ยวกรุ่นอยู่ในหม้อดินอิวทนไฟแรงสูง ก็โชว์กลิ่นอณูสุดท้ายทะลุผ่านฝาหม้ออบอวลไปทั่วทั้งห้องโถงและลอยออกไปเตะจมูกชาวบ้านที่ยืนมุงอยู่ด้านนอกจนทุกคนต้องสูดปากกลืนน้ำลายตามกันเป็นแถบ
หลินฟางเซียนปรายตามองหม้อตุ๋นยาจีนที่ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนใจ ก่อนจะหันมาส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้สามีหนุ่ม ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับซ่อนประกายความลับบางอย่างที่ยังไม่ยอมเปิดเผย
"ดูท่าทางแขกเหรื่อของเราจะเริ่มหิวกันแล้วนะครับพี่เว่ยหลาง..." หลินฟางเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ชวนให้หัวใจกระวนกระวาย "แต่เกรงว่าซุปหม้อนี้... คงไม่ได้มีไว้ต้อนรับคนนอกหรอกครับ เพราะอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า แขกพิเศษอีกคนที่เรา 'รอคอย' มานาน กำลังจะเคาะประตูหน้าบ้านเพื่อนำข่าวใหญ่ที่สุดของปีนี้มาส่งมอบถึงมือเราแล้วครับ..."
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของผมมาโดยตลอดนะครับ
พลิกวิกฤตหุ้นพันล้าน ขยี้ญาติทรยศให้จมดิน•ตอนที่ 37
สรุปผลกำไรครึ่งปี
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พลิกวิกฤตหุ้นพันล้าน ขยี้ญาติทรยศให้จมดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!