กระบี่เมามาย ทลายฟ้าตัดกิเลส•ตอนที่ 15

ข้ามเขตแดนต้องห้าม

ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
"หากแม่นางมู่ยังทำหน้าตาดั่งสตรีผู้สูญเสียสามีเช่นนี้ เกรงว่าศิลาผนึกยังไม่ทันพบ วิญญาณของพวกเราคงต้องกลายเป็นผีเฝ้ายอดเขาเหมันต์เสียก่อนแล้วกระมัง" เสียงหัวเราะเจือกลิ่นสุราลอยละลิ่วท่ามกลางความหนาบคลุ้งของหมอกพิษ หลี่เฟยเทียนยกไหสุราขึ้นซดอึกใหญ่ หยาดน้ำใสสีอำพันไหลรินผ่านมุมปากลงสู่ลำคอแกร่ง ท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันจนแทบหยุดหายใจ เขากลับทำตัวราวกับกำลังเดินชมบุปผาในสวนหลังบ้าน มู่หรงเสวี่ยหยุดฝีเท้าลง นางหันขวับมามองบุรุษผู้กวนประสาทด้วยแววตาดั่งคมกระบี่น้ำแข็ง ไอเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกจากร่างจนเกล็ดน้ำค้างบนพื้นดินแข็งตัวในพริบตา นางไม่เอ่ยคำใด ทว่ากระบี่เหล็กนิลในมือสั่นระริกส่งเสียง "กริ๊ง" คล้ายต้องการดื่มกินโลหิตของคนปากเสียตรงหน้าเต็มที "เจ้าพูดมากเกินไปแล้ว... หลี่เฟยเทียน" น้ำเสียงของนางราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงลึก แต่แฝงไว้ด้วยจิตสังหารที่พร้อมปลิดชีพทุกเมื่อ "เขตแดนต้องห้ามเบื้องหน้านี้ แม้แต่ยอดฝีมือขอบเขตหลอมรวมวิญญาณยังเอาชีวิตไม่รอด หากเจ้ายังเอาแต่เล่นหัวเช่นนี้ ข้าจะตัดลิ้นเจ้ารisทิ้งเสียก่อนที่เราจะไปถึงยอดเขา" หลี่เฟยเทียนยกมือขึ้นยอมแพ้อย่างไม่จริงใจนัก นัยน์ตาคมกริบกวาดมองป้ายศิลาโบราณที่สลักตัวอักษรสีเลือดเลือนรางว่า *'เขตอสูรกลืนฟ้า ผู้ใดล่วงล้ำต้องดับสูญ'* เบื้องหน้าของพวกมันคือหุบเหวไร้ก้นบึ้งที่มีกระแสลมปราณปั่นป่วนรุนแรงพัดวนราวกับคมมีดนับหมื่นเล่มกำลังกรีดร้อง นี่คือด่านทดสอบสุดท้ายก่อนถึงยอดเขาสูงชัน สถานที่ซึ่งบรรพจารย์ในอดีตเคยใช้ผนึกพลังของมารสวรรค์ "ข้าเพียงแต่เกรงว่าความเครียดจะทำให้ใบหน้างดงามของแม่นางแก่เร็วก่อนวัยอันควรก็เท่านั้น" หลี่เฟยเทียนเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นจริงจังขึ้นเล็กน้อย แววตาส่อประกายลẫกซึ้งยามทอดมองไปยังความมืดมิดเบื้องหน้า "แต่เจ้าพูดถูก... พลังงานที่กดทับอยู่หลังม่านหมอกนั่น ไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์ทั่วไปจะรับมือได้" บรรยากาศรอบตัวพลันเงียบสงัดลง มีเพียงเสียงลมหายใจและเสียงคำรามต่ำๆ จากก้นเหวที่คล้ายเสียงกระซิบของปีศาจร้าย มู่หรงเสวี่ยสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ นางรู้ดีว่าเวลานี้ไม่ใช่เวลามาต่อปากต่อคำ พลังลมปราณเหมันต์ในร่างถูกโคจรถึงขีดสุดเพื่อสร้างเกราะคุ้ม The ท่องไปในวิถีเซียนร่วมสิบปี นางไม่เคยพบเจอศัตรูตัวใดที่รับมือยากเท่าบุรุษสำมะล่อคนนี้ ทว่าในยามวิกฤตเช่นนี้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าแผ่นหลังกว้างที่ยืนขวางอยู่เบื้องหน้าของเขากลับสร้างความรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาดในใจนาง "ตามข้ามา... แต่อย่าห่างเกินสามก้าว" มู่หรงเสวี่ยกล่าวเสียงเยือกเย็น ก่อนจะทะยานร่างดั่งนกกระเรียนขาวพุ่งแหวกม่านหมอกพิษลงสู่หุบเหวเบื้องล่าง หลี่เฟยเทียนยิ้มมุมปาก เคล็ดวิชาสุราไร้ลักษณ์ระเบิดออก ร่างของเขากลายเป็นเงาสีเทาเลือนรางพุ่งตามติดนางไปราวกับเงาตามตัว ทันทีที่ล่วงล้ำเข้าสู่เขตแดน แรงกดดันมหาศาลก็ถาโถมเข้าใส่ราวกับภูเขาทั้งลูกกดทับลงบนบ่า กระแสลมปราณคมกริบกรีดแทะผิวเนื้อจนเกิดรอยแผลแดงก่ำ เลือดสีสดซึมผ่านอาภรณ์ของทั้งสองคน ทว่าไม่มีใครส่งเสียงร้องออกมาสักแอะ เบื้องหน้าของพวกมัน ปรากฏเงาร่างขนาดมหึมานับร้อยที่ถูกตรึงไว้ด้วยโซ่อักขระสีทองอร่าม ดวงตาสนธยาคู่ใหญ่เปิดขึ้นจ้องมองผู้บุกรุกทั้งสองด้วยความกระหายเลือด เสียงคำรามสะท้านฟ้าดังขึ้นพร้อมกันจนพื้นดินสั่นสะเทือน *ตึง! ตึง! ตึง!* อสูรบรรพกาลหลุดจากการหลับใหล และเป้าหมายแรกของพวกมันคือผู้ที่กล้าเหยียบย่างเข้ามาในอาณาเขตศักดิ์สิทธิ์! หลี่เฟยเทียนกระชับกระบี่ในมือ แววตาคมกริบฉายประกายอำมหิตที่หาได้ยากยิ่ง เคล็ดสุราไร้ลักษณ์หมุนวนในตันtianดั่งพายุคลั่ง เขาก้าวออกไปยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับมู่หรงเสวี่ย เอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง "ดูท่า... เราคงต้องสร่างเมากันจริงๆเสียแล้วกระมัง แม่นางมู่ เตรียมตัวรับมือ!" สิ้นเสียงคำรามของหลี่เฟยเทียน กระบี่ในมือของเขาก็ถูกชักออกจากฝัก เปล่งประกายแสงสีเงินเจิดจ้าตัดผ่านความมืดมิดของหุบเหว ทว่าในวินาทีที่คมกระบี่กระทบกับออร่าของอสูรตัวแรก เงาร่างสีดำสนิทผู้หนึ่งก็ปรากฏขึ้นเบื้องหลังมู่หรงเสวี่ยอย่างไร้ซุ่มเสียง พร้อมกับคมมีดอาบยาพิษที่พุ่งตรงเข้าสู่จุดตายกลางหลังของนางโดยที่นางยังไม่ทันรู้ตัว! ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางฝ่าฟันยุทธภพอันดุเดือดนี้มาด้วยกันนะครับ!
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เมามาย ทลายฟ้าตัดกิเลส นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%