กลิ่นอายของแชมเปญชั้นเลิศและดอกไม้ราคาแพงอบอวลอยู่ในห้องโถงจัดแสดงงานศิลปะร่วมสมัยใจกลางมหานคร ที่นี่... ‘Lumière Gallery’ แกลเลอรีระดับท็อปเทียร์ที่รวบรวมเอาผลงานชิ้นเอกมาประชันกัน แต่วันนี้มันกลับกลายเป็นรันเวย์ส่วนตัวของ ‘รินรดา’ ดีไซเนอร์สาวผู้ใช้ความเย่อหยิ่งเป็นเกราะป้องกัน และใช้ผลงานคอลเลกชันล่าสุด ‘Deconstruction of Art’ มาประกาศศักดาความท้าทาย
ชุดเดรสผ้าไหมสีดำสนิทที่ตัดต่อโครงสร้างด้วยลวดลายเรขาคณิตสะท้อนแสงไฟระยิบระยับ ขับเน้นรูปร่างเพรียวระหงให้ดูทรงพลังและเซ็กซี่ในคราวเดียว รินรดากวาดสายตามองไปรอบงานด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจเกินร้อย เธอไม่ได้มาเพื่อร่วมงานสังสรรค์ แต่เธอมาเพื่อทวงคืนพื้นที่ที่เคยปฏิเสธงานออกแบบของเธอเมื่อสามปีก่อน
"ถ้าคิดว่างานปักเลื่อมตลาดล่างพวกนั้นจะทำให้ฉันยอมรับละก็... คุณคงคิดผิดถนัดค่ะ คุณดีไซเนอร์"
น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เฉียบคมราคมมีดกรีดผ่านความเงียบเบื้องหลัง รินรดาชะงักฝีเท้า หันขวับกลับไปเผชิญหน้ากับเจ้าของเสียงนั้นทันที
‘ศรินทร์’ ภัณฑารักษ์สาวผู้คุมกฎแห่งแกลเลอรีแห่งนี้ยืนกอดอกอยู่ใต้แสงไฟสลัว หล่อนสวมชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มที่เนี้ยบกริบไร้ที่ติ เรือนผมสีดำสนิทรวบตึงอย่างไร้ร่องรอยความยุ่งเหยิง ดวงตาเรียวรีภายใต้กรอบแว่นสายตาบางเฉียบคมกริบคู่นั้นกำลังกวาดมองชุดเดรสบนตัวรินรดาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาประเมินค่า... และปฏิเสธอย่างไม่ไยดี
รินรดากลืนน้ำลายลงคอเบาๆ ความโกรธพุ่งพล่านขึ้นมาถึงขั้วหัวใจแต่ใบหน้ากลับระบายยิ้มเยือกเย็นกลับไป
"งานศิลปะไม่ได้มีไว้แค่ให้คุณเก็บเข้ากรอบแล้วเชิดใส่หรอกนะคะ คุณภัณฑารักษ์... บางที ถ้าคุณลองถอดแว่นแล้วใช้ใจมองโลกให้กว้างขึ้น คุณอาจจะเลิกทำตัวเป็นหุ่นยนต์ไร้หัวใจเสียที" รินรดาตอกกลับทันควัน ไดอะล็อกคมคายพ่นออกไปโดยไม่เว้นจังหวะให้หายใจ
ศรินทร์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากบางเฉียบ หล่อนก้าวเข้าไปประชิดตัวรินรดาช้าๆ จนกลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมความเยือกเย็นของมัสก์ลอยแตะจมูก รินรดาผงะถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัวเมื่อพบว่าระยะห่างระหว่างพวกเธอสั้นลงจนน่าใจหาย ความสูงของศรินทร์ที่ไล่เลี่ยกันทำให้พวกเธอสบตากันในระดับสายตาพอดี
"งานศิลปะ... จะมีค่าก็ต่อเมื่อมันถูกจัดวางในที่ที่เหมาะสมค่ะ ไม่ใช่เอาเศษผ้าลุ่ยๆ มาแปะรวมกันแล้วเรียกว่านวัตกรรม" ศรินทร์กระซิบเสียงต่ำชิดริมฝีปาก น้ำเสียงนั้นเย็นเยียบแต่กลับแผดเผาความรู้สึกของรินรดาให้ลุกเป็นไฟในเวลาเดียวกัน "และที่สำคัญ... พื้นที่จัดแสดงตรงกลางฮอลล์นั่น มันเป็นของงานจิตรกรรมคลาสสิก ไม่ใช่ซากแฟชั่นมีตำหนิของคุณ"
รินรดาหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมวาววับด้วยความท้าทาย เธอยื่นมือไปแตะปกเสื้อสูทของศรินทร์แผ่วเบาราวกับจะยั่วเย้า แต่ปลายนิ้วกลับจิกเข้ากับเนื้อผ้าแน่นเพื่อระบายอารมณ์
"งั้นเรามาเดิมพันกันไหมล่ะคะ? ผลงานของฉันชิ้นนี้แหละที่จะทำให้คุณต้องเปลี่ยนคำพูด... และถ้าฉันชนะ คุณจะต้องเป็นคนประกาศยอมรับงานของฉันด้วยตัวเองต่อหน้าสื่อทุกสำนัก"
ศรินทร์นิ่งเงียบไปชั่วขณะ ดวงตาคู่คมจ้องลึกลงไปในนัยน์ตาของรินรดาราวกับต้องการอ่านความคิดทั้งหมดที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความมั่นใจนั้น หัวใจของภัณฑารักษ์สาวเต้นผิดจังหวะไปชั่วเสี้ยววินาทีจากสัมผัสที่แผ่วเบาแต่กวนประสาทนั้น แต่ใบหน้ายังคงเก๊กขรึมไว้ได้อย่างแนบเนียน
"แล้วถ้าคุณแพ้ล่ะคะ?" ศรินทร์ถามกลับ เสียงกระซิบใกล้ชิดจนลมหายใจอุ่นร้อนรินรดรดรดแก้ม
"ฉันยอมทำตามที่คุณสั่งทุกอย่าง..." รินรดาตอบสวนกลับทันทีอย่างไร้ความลังเล รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่ริมฝีปาก "รวมถึงการถอนคำพูดที่ว่างานของฉันเป็น... 'เศษผ้ามีตำหนิ' ด้วย"
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็งด้วยแรงดึงดูดประหลาด ทั้งคู่ยืนสบตากันเนิ่นนานท่ามกลางเสียงเพลงบรรเลงคลอเบาๆ ในงานเลี้ยง ไดอะล็อกเชือดเฉือนเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเงียบงันที่เต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าสถิตชวนใจเต้นแรง รินรดารู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ของอีกฝ่ายที่ปัดป่านอยู่ใกล้แค่เอื้อม ความถือดีและทิฐิทำให้เธอไม่ยอมเบือนหน้าหนี แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก
ทว่า... ในวินาทีที่ศรินทร์กำลังจะขยับริมฝีปากเอ่ยคำท้าทายกลับ เสียงประกาศผ่านไมโครโฟนตัวใหญ่ก็ดังขึ้นทำลายความเงียบงัน
"ขอเรียนเชิญประธานกรรมการบริหาร และแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน... พบกับเซอร์ไพรส์พิเศษในค่ำคืนนี้ค่ะ"
ทั้งคู่สะดุ้งเล็กน้อย ผละออกจากกันอย่างรวดเร็วราวกับต้องไฟดูด รินรดากัดริมฝีปากตัวเองด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ ขณะที่ศรินทร์ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบนิ่งสนิทดังเดิมอย่างรวดเร็วราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ทว่า... สายตาของศรินทร์ที่มองเลยผ่านไหล่ของรินรดาไปยังทางเข้างาน กลับเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย—ความตกใจระคนความกังวลฉายชัดขึ้นมาในแววตาคู่สวยนั้นเป็นครั้งแรก
รินรดาขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เธอกำลังจะหันกลับไปมองว่าใครคือบุคคลที่ทำให้ภัณฑารักษ์ผู้เยือกเย็นถึงกับเสียอาการได้ แต่เสียงรองเท้าส้นสูงที่ก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าพวกเธอเสียก่อน พร้อมกับน้ำเสียงคุ้นเคยที่เอ่ยทักทายขึ้นด้วยรอยยิ้มเยาะ
"อุ๊ย... ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะการเจรจาธุรกิจสำคัญหรือเปลคะ? คุณศรินทร์... และ... ดีไซเนอร์คนเก่ง"
รินรดาตัวแข็งทื่อทันทีเมื่อได้ยินเสียงนั้น เลือดในกายเย็นเฉียบลงชั่วขณะเมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้มาใหม่—คนที่เธอเกลียดชังและพยายามหนีหน้ามาตลอดสามปีเต็ม!
ขอบคุณนักอ่านทุกคนที่แวะมาสัมผัสความแซ่บและเคมีเดือดๆ ในตอนแรกนี้นะคะ บทต่อไปรับรองว่าไฟลุกท่วมจอแน่นอนค่ะ!
รอยร้าวบนผืนผ้ากับคำท้าทายของภัณฑารักษ์•ตอนที่ 1
รันเวย์ที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ
ผลงานโดย ควีนบีทูโก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยร้าวบนผืนผ้ากับคำท้าทายของภัณฑารักษ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
