"ถ้าคุณกล้าปฏิเสธฉันตอนนี้ เตรียมตัวขึ้นบัญชีดำในวงการแฟชั่นปารีสไปได้เลยค่ะคุณรินรดา"
เสียงกระซิบที่ลอยลอดผ่านความเงียบของห้องจัดแสดงศิลปะส่วนตัว ไม่ได้เบาเหมือนขนนก แต่คมกริบราวกับใบมีดโกนที่กรีดลงบนผิวเนื้อนุ่มโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า
รินรดายืนตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน ความเย็นยะเยือกแล่นพล่านจากปลายนิ้วเท้าลามขึ้นมาถึงสันหลัง เลือดในกายสูบฉีดด้วยความโกรธปะปนกับความตกใจจนแทบตั้งสติไม่ไหว สามปีเต็ม—สามปีที่เธอพยายามหลบหนี ลบชื่อตัวเองออกจากสารบบที่ผู้หญิงคนนี้มีอิทธิพล และคิดว่าคงไม่มีวันโคจรกลับมาพบกันอีก แต่โชคชะตากลับตลกร้าย เหวี่ยงเธอกลับมาอยู่ตรงหน้าศรินทร์ ภัณฑารักษ์สาวผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการศิลปะร่วมสมัยคนเดิม เพิ่มเติมคืออำนาจในมือที่มากกว่าเดิมมหาศาล
ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นดีไซน์เฉียบตวัดขึ้นสบตากับนัยน์ตาสีเข้มที่จ้องมองมาอย่างเหนือกว่า ศรินทร์ไม่ได้เปลี่ยนไปเลยสักนิด... เธอยังคงสง่างาม เย็นชา และเปี่ยมด้วยรังสีความกดดันที่พร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่ขวางทาง ชุดสูทเข้ารูปสีชาโคลขับเน้นทรวดทรงเพรียวบางให้ดูน่าเกรงขาม เส้นผมสีดำสนิทถูกรวบตึงอย่างไร้ที่ติ ทว่ามุมปากที่ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยนั้น กลับเต็มไปด้วยความเย้ยหยันที่เห็นแล้วชวนให้อยากหยิกให้เนื้อเขียวเสียจริง
"คุณศรินทร์กำลังเล่นตลกอะไรอยู่คะ?" รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน รวบรวมเศษ
เสี้ยวความมั่นใจทั้งหมดที่มีกลับคืนมาเชิดหน้าใส่ "แกลเลอรีระดับท็อปของประเทศมีดีไซเนอร์ต่อคิวร่วมงานเป็นหางว่าว ทำไมคุณถึงต้องเอาชื่อฉันมาใส่ไว้ในลิสต์บีบให้เลือกด้วย ทั้งที่เราสองคน... ต่างก็รู้ดีว่ามันเป็นไปไม่ได้"
"เพราะฉันชอบงานยากค่ะ" ศรินทร์ก้าวเท้าเข้าไปใกล้ทีละก้าว กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบผสมไม้จันทน์หอมกรุ่นลอยแตะจมูก ยิ่งทำให้พื้นที่หายใจรอบตัวแคบลงจนน่าอึดอัด ภัณฑารักษ์สาวโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนรินรดาต้องเผลอถอยหลัง กลิ่นอายความเย้ายวนที่อันตรายแผ่ซ่านออกมาจากตัวผู้หญิงคนนี้ ทำเอาหัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะอย่างควบคุมไม่ได้ "และที่สำคัญ... ไม่มีใครถ่ายทอด 'ความเปราะบางที่แฝงความพังพินาศ' ออกมาได้ดีเท่าอดีตคนรักเก่าอย่างคุณหรอกค่ะ ริน"
คำว่า 'คนรักเก่า' ถูกเน้นเสียงด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึก ทำเอารินรดารู้สึกเหมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่กลางฝูงชน ความทรงจำเมื่อสามปีก่อนที่ถูกฝังกลบไว้พรั่งพรูขึ้นมาในหัว ความเจ็บปวด ความดื้อรั้น และหยาดน้ำตาในคืนวันที่ถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือเพื่อเรียกสติ
"อย่ามาพูดจาไร้สาระค่ะ เราจบกันไปนานแล้ว และฉันก็ไม่ใช่เด็กสาวอมมือคนเดิมที่คุณจะมาสั่งซ้ายหันขวาหันได้อีก"
"งั้นเหรอคะ?" ศรินทร์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปรายตามองชุดดีไซน์ล้ำสมัยที่รินรดาสวมใส่ด้วยสายตาวิเคราะห์ราวกับกำลังตีราคาชิ้นงานศิลปะ "ถ้าคิดว่าตัวเองโตพอและเก่งพอ ทำไมตอนนี้คุณถึงยังยืนตัวสั่นอยู่ล่ะคะ... หืม?"
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง อยากจะเถียงกลับให้หน้าชา แต่เถียงไม่ออกเพราะมือเจ้ากรรมดันสั่นระริกตามที่อีกฝ่ายพูดจริงๆ ความพ่ายแพ้ในอดีตกับสถานการณ์บังคับในปัจจุบันกำลังบีบให้เธอจนมุม ศรินทร์ไม่ได้แค่ยื่นข้อเสนอ... แต่นี่คือการประกาศสงครามประสาทที่เธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ
บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดจนแทบจะมีประกายไฟแลบออกมาจากสายตาที่จ้องมองกัน ไม่มีใครยอมหลบตาใคร รินรดายืนหายใจหอบถี่ด้วยความโมโห ปอดแฟบลงทุกครั้งที่ผู้หญิงตรงหน้าขยับเข้ามาใกล้ ระยะห่างระหว่างพวกเธอตอนนี้แทบจะไม่มีเหลือ
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้ากựกักพร้อมกับเสียงหัวingเบาๆ ของภัณฑารักษ์รุ่นพี่อีกคนก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ "อ้าว, พาตัวคนสำคัญมาเจอกันแล้วเหรอคะคุณศรินทร์? แบบนี้โปรเจกต์ 'Party Room' ของเราเดือดพล่านแน่ๆ"
ศรินทร์ผละตัวออกช้าๆ รอยยิ้มเยعยันเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยใบหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึกราวกับใส่หน้ากากไว้อย่างแนบเนียน เธอหันไปพยักหน้ารับกับเพื่อนร่วมงานเบาๆ ก่อนจะหันกลับมามองรินรดาด้วยหางตาอีกครั้ง
"คืนนี้... สามทุ่ม ตรงบาร์ลับหลังแกลเลอรี" ศรินทร์เอ่ยเสียงเรียบ ทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้กลางวง "ถ้าคุณอยากรู้รายละเอียดโปรเจกต์ที่อาจจะช่วยกู้ชื่อเสียงแบรนด์ใกล้เจ๊งของคุณได้ เชิญไปคุยกันต่อ 'เป็นการส่วนตัว' ที่นั่น... ห้ามมาสายล่ะค่ะ"
พูดจบ ศรินทร์ก็หมุนตัวเดินจากไปอย่างสง่างาม ทิ้งให้รินรดายืนกำหมัดแน่นด้วยความคับแค้นใจ ปลายเล็บจิกเนื้อจนเจ็บแปลบแต่เทียบไม่ได้กับความเจ็บใจในอก
สามทุ่ม... บาร์ลับ... และผู้หญิงอันตรายคนนั้น!
รินรดาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์ที่กำลังเดือดพล่าน ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายขึ้นมาทีละน้อย ในเมื่ออีกฝ่ายกล้าเปิดเกมท้าทายถึงถิ่น เธอก็ไม่มีความจำเป็นต้องวิ่งหนีหางจุกตูดอีกต่อไปแล้วเช่นกัน!
แต่มันไม่ง่ายอย่างที่คิด... เมื่อรินรดาก้าวขาเข้ามาในบาร์แสงสลัวกลิ่นอายเซ็กซี่เย้ายวนตอนสามทุ่มตรง ตามคำสั่งของภัณฑารักษ์สาว เสียงเพลงแจ๊สคลอเบาๆ แข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวระรัวในอก เธอกวาดสายตามองหาเป้าหมายก่อนจะสะดุดเข้ากับร่างระหงของศรินทร์ที่นั่งไขว่ห้างอยู่ตรงมุมบาร์ VIP แก้วค็อกเทลสีอำพันในมือถูกหมุนวนช้าๆ
และสิ่งที่ทำให้รินรดาต้องหยุดชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกจนแทบหยุดหายใจ—ไม่ใช่เพราะท่าทางเย้ายวนเกินต้านทานของอีกฝ่าย...
แต่เป็นเพราะบนโต๊ะตรงหน้าศรินทร์ มีแฟ้มเอกสารสัญญาโปรเจกต์กางไว้ พร้อมกับ 'กุญแจห้องพักส่วนตัวของโรงแรม' ที่ตั้งอยู่ข้างแก้วเหล้า... พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่ส่งมาให้เธออย่างท้าทายราวกับผู้ล่ากำลังรอให้เหยื่อเดินเข้ามาติดกับดักด้วยความเต็มใจ!
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาดื่มด่ำความแซ่บและฟินไปด้วยกันนะคะ!
รอยร้าวบนผืนผ้ากับคำท้าทายของภัณฑารักษ์•ตอนที่ 2
ข้อเสนอกลางวงเหล้า
ผลงานโดย ควีนบีทูโก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยร้าวบนผืนผ้ากับคำท้าทายของภัณฑารักษ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
