เซฟเฮาส์ดันเจี้ยน: เมนูเด็ดมัดใจจอมมารสายดุ•ตอนที่ 4

มื้ออาหารประสานรอยร้าว

ผลงานโดย พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน
ควันสีขาวนวลพวยพุ่งขึ้นจากปากหม้อดินเผาเคลือบเวทมนตร์ กลิ่นหอมละมุนของโสมภูเขาพันปีผสานกับความหวานเค็มกลมกล่อมจากกระดูกเคี่ยวของกริฟฟินป่าชั้นต่ำลอยตลบอบอวลไปทั่วทั้งเซฟเฮาส์ชั้นใต้ดิน ความตึงเครียดก่อนหน้านี้ที่เกือบจะทำให้หอคอยเวทมนตร์ขนาดย่อมสั่นสะเทือนด้วยมหาเวทของเซร่า ค่อยๆ ถูกสยบลงด้วยอณูความร้อนที่แผ่ซ่านออกทีละน้อย เซร่ามองหน้าเรย์ด้วยสายตาระแวงสงสัย ก่อนที่มือเรียวจะยอมรับช้อนเงินที่เรย์ยื่นให้อย่างจำยอม... ดวงตาสสีเพลิงคู่นั้นยังคงมีความระแวดระวังฉายชัดอยู่ราวกับสัตว์ป่าบาดเจ็บที่ถูกต้อนจนมุม นางเป็นถึงอาจารย์สาวลึกลับผู้ทรงพลังจากหอคอยทมิฬ ผู้ซึ่งใช้เวทมนตร์ทำลายล้างกองทัพอันเดดมาแล้วนับร้อย แต่ในยามนี้กลับต้องมานั่งจ้องมองช้อนเงินในมือ และของเหลวสีทองอ่อนในถ้วยดินเผาที่ส่งกลิ่นยั่วยวนประสาทสัมผัสอย่างปฏิเสธไม่ได้ "ระวังหน่อยนะครับ มันยังร้อนอยู่" เรย์กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล รอยยิ้มที่ปรากฏบนมุมปากไม่ได้เคลือบแคลงหรือมีเลศนัยใดๆ มันคือรอยยิ้มของพ่อค้าผู้ภาคภูมิใจในสินค้าของตนเอง "ซุปสมุนไพรรากจันทน์ดารานี้ ผมเคี่ยวด้วยไฟอ่อนมาสี่ชั่วโมงเต็ม เพื่อดึงเอาสรรพคุณในการสงบจิตวิญญาณและลดความเดือดพล่านของมานาในกระแสเลือดออกมาให้ได้มากที่สุด เหมาะกับคนที่เพิ่งผ่านการใช้เวทมนตร์รุนแรงมาหมาดๆ ครับ" เซร่าไม่ตอบ นางเพียงแค่ปรายตามองเรย์อย่างชั่งใจ ปลายจ้องมองที่ผิวน้ำซุปซึ่งมีไอน้ำลอยกรุ่น ก่อนจะตัดสินใจตักน้ำซุปคำเล็กๆ เข้าปาก ติ๊ง! เสียงแจ้งเตือนจากระบบ *Chef Hunter* ดังแว่วขึ้นในห้วงความคิดของเรย์ทันที โดยมีเพียงเขาคนเดียวที่ได้ยิน [ระบบตรวจพบ: ผู้บริโภคระดับสูง 'เซร่า' กำลังรับประทานเมนู 'ซุปสมุนไพรรากจันทน์ดารา (ระดับคุณภาพ: หายาก)'] [ผลลัพธ์: สภาวะ 'จิตสังหารเดือดดาล' ลดลง 87%] [ผลลัพธ์: อัตราการฟื้นฟูมานาของผู้ใช้เพิ่มขึ้น 300% เป็นเวลา 2 ชั่วโมง] [แต้มความพึงพอใจของเป้าหมายพุ่งสูงขึ้น: +45 แต้ม (สถานะปัจจุบัน: เป็นมิตรระดับกลาง)] ชั่ววินาทีที่น้ำซุปร้อนๆ สัมผัสลงบนปลายลิ้นและไหลผ่านลำคอ ดวงตาคู่สวยของเซร่าก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกเย็นสบายราวกับมีสายน้ำบริสุทธิ์ไหลผ่านกลางทะเลทรายแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ความปวดร้าวที่เกิดจากการตีกลับของมานาในเส้น The Leyline ของนางเมื่อครู่ มลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย ราวกับมีมืออันอ่อนโยนของนักบวชชั้นสูงมาลูบไล้บรรเทาอาการบาดเจ็บให้ นี่ไม่ใช่แค่ซุปธรรมดา... แต่มันคือโพชั่นฟื้นฟูชั้นยอดที่ถูกปรุงแต่งออกมาในรูปของอาหาร "เจ้า..." เซร่าชะงักไปครู่หนึ่ง นางวางช้อนเงินลงบนโต๊ะไม้ด้วยท่าทางที่สำรวมขึ้นอย่างเห็นได้ชัด น้ำเสียงที่เคยเย็นชาและแข็งกร้าวเมื่อครู่ บัดนี้เจือไปด้วยความประหลาดใจระคนไม่เข้าใจ "เจ้าใส่อะไรลงไปในนี้กันแน่? ทำไมมานาในกายข้าถึงสงบลงได้รวดเร็วเช่นนี้ ทั้งที่ตำราเวทของหอคอยทมิฬยังต้องใช้เวลานั่งสมาธิฟื้นฟูไม่ต่ำกว่าสามวัน" เรย์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ เขายกผ้ากันเปื้อนขึ้นเช็ดมืออย่างใจเย็น ก่อนจะดึงเก้าอี้ตรงข้ามมานั่งลงโดยไม่รอให้อนุญาต แต่นั่นไม่ได้ทำให้เซร่ารู้สึกขุ่นเคืองเหมือนก่อนหน้าอีกแล้ว "ความลับทางการค้าครับคุณเซร่า" เรย์ตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่นัยน์ตากลับเป็นประกายพราวระยับ "แต่ถ้าให้อธิบายตามหลักการเวทมนตร์และโภชนาการ สมุนไพรรากจันทน์ดาราเติบโตบนชั้นหินแกรนิตที่ชุ่มไปด้วยมานาธรรมชาติในดันเจี้ยนชั้นที่สาม มันมีความสามารถในการดูดซับพลังงานส่วนเกิน แต่มันมักจะมีพิษร้อนแรงหากปรุงไม่ถูกวิธี ในฐานะเชฟ... หน้าที่ของผมคือการใช้กรดจากผลไม้ป่าดันเจี้ยนมาตัดทอนฤทธิ์ร้อนนั้น และเสริมด้วยโปรตีนจากเนื้อกริฟฟินเพื่อสร้างความสมดุล อาหารกับเวทมนตร์ก็เหมือนเหรียญสองด้านครับ ถ้าเข้าใจโครงสร้างของมัน ทุกอย่างก็แค่เรื่องของการควบคุมอุณหภูมิและสัดส่วน" เซร่านิ่งเงียบ นางจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ตลอดชีวิตที่ผ่านมา นางอยู่แต่กับการคำนวณวงเวท การศึกษาคัมภีร์โบราณที่เต็มไปด้วยตัวอักษรตายซาก และการต่อสู้แย่งชิงในโลกที่โหดร้าย มนุษย์ทุกคนที่เข้ามาใกล้นางล้วนมีความโลภ ความกลัว หรือความต้องการอำนาจซ่อนอยู่เบื้องหลังรอยยิ้ม แต่เรย์... พ่อค้าอาหารผู้เปิดร้านอยู่ในดันเจี้ยนอันตรายแห่งนี้ กลับมองเวทมนตร์และมอนสเตอร์ด้วยมุมมองที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เขาไม่ได้มองพวกมันเป็น 'ภัยคุกคาม' ที่ต้องกำจัด แต่มองเป็น 'วัตถุดิบ' ที่ต้องทำความเข้าใจ ช่างเป็นมุมมองที่ประหลาด... และน่าหลงใหลอย่างยิ่ง "เจ้าเป็นใครกันแน่, เรย์?" เซร่าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ความระแวงถูกแทนที่ด้วยความใคร่รู้ "มนุษย์ธรรมดาไม่น่าจะมีความรู้เรื่องโครงสร้างมานาลึกซึ้งขนาดนี้ แถมยังมีระบบประหลาดที่ข้าสัมผัสได้รางๆ รอบตัวเจ้าอีกด้วย" "ผมก็เป็นแค่พ่อค้าเร่ที่รักในการทำอาหาร และอยากจะเปิดเซฟเฮาส์อบอุ่นให้ทุกคนได้พักผ่อนก็เท่านั้นครับ" เรย์ตอบพร้อมกับรอยยิ้มจริงใจ ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นยืนแล้วผายมือไปที่หม้อซุป "ถ้าถูกปาก... เชิญทานต่อให้อร่อยนะครับ ส่วนผมคงต้องขอตัวไปเตรียมวัตถุดิบสำหรับมื้อเย็นก่อน เดี๋ยวพวกมอนสเตอร์รอบนอกคงจะเริ่มหิวกันอีกรอบแล้ว" ขณะที่เรย์กำลังจะหันหลังเดินกลับไปที่ห้องครัว เสียงฝีเท้าหนักหน่วงราวกับภูเขากำลังเคลื่อนที่ก็ดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นจากด้านนอกเซฟเฮาส์ พื้นดินใต้ฝ่าเท้าสั่นสะเทือนจนเครื่องเรือนบนโต๊ะสั่นระริก *โครม!* ประตูหินเสริมเวทมนตร์ของเซฟเฮาส์ถูกกระแทกจนพังกระเด็นเข้ามาด้านใน ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ พร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องที่ทำเอาแก้วหูแทบแตก เรย์หวาดไหวไปชั่วขณะ เขาหันขวับกลับไปมองที่ประตูทางเข้าทันที ร่างมหึมาของสิ่งมีชีวิตที่ไม่อยู่ในฐานข้อมูลของระบบ *Chef Hunter* ก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามา ดวงตาสีเลือดทั้งสามคู่จ้องเขมรogมาที่พวกเขา และสิ่งที่อยู่บนหลังของมัน... กลับเป็นสัญลักษณ์ประทับตราของ 'กิลด์นักล่าโลหิต' ที่เรย์จำได้ไม่มีวันลืม ระบบในหัวของเรย์ส่งเสียงร้องเตือนภัยดังลั่นจนแสบแก้วหู หน้าจอสีแดงฉานปรากฏขึ้นตรงหน้าพร้อมกับตัวอักษรขนาดใหญ่ที่สั่นระริก [แจ้งเตือนฉุกเฉินระดับ SSS!] [ตรวจพบเป้าหมายอันตรายสูงสุด: 'ราชันย์โลหิตแห่งหุบเขาอสูร' และผู้ควบคุมเงาปริศนา] [เงื่อนไขพิเศษถูกกระตุ้น: การต่อสู้เพื่อความอยู่รอดเริ่มต้นขึ้น ณ บัดนี้] เซร่าผุดลุกขึ้นยืนทันที มานาสีดำสนิทระเบิดออกจากร่างของนางจนเกิดเป็นคลื่นกระแทกพัดสลัดเศษฝุ่นปลิวว่อน นางหันมามองเรย์ด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปเป็นความเยือกเย็นดุจน้ำแข็ง ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบแต่น่าเกรงขาม "ดูเหมือนว่า... แขกที่ไม่ได้รับเชิญจะมาขัดจังหวะมื้ออาหารของเราเสียแล้วสิ, เรย์..." โปรดติดตามตอนต่อไป... --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะเวียนมาลิ้มรสความอร่อยและร่วมผจญภัยไปด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ดันเจี้ยน: เมนูเด็ดมัดใจจอมมารสายดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%