เซฟเฮาส์ดันเจี้ยน: เมนูเด็ดมัดใจจอมมารสายดุ•ตอนที่ 1

ยินดีต้อนรับสู่ภัตตาคารกลางดันเจี้ยน

ผลงานโดย พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน
กลิ่นอับชื้นของหินปูนผสมกับคาวเลือดจางๆ คือสิ่งแรกที่ปลุกประสาทสัมผัสของเรย์ให้ตื่นตัว ไม่ใช่เสียงนาฬิกาปลุกหรือแสงแดด แต่มันคือเสียงกรรโชกต่ำๆ จากความมืดเบื้องหน้า—เสียงที่คุ้นเคยดีสำหรับอดีตเชฟผู้ผันตัวมาเป็นนักล่าค่าหัวในยุคที่ดันเจี้ยนผุดขึ้นราวดอกเห็ด "ให้ตายสิ กลิ่นสาบโตรลล์นี่มันชวนให้อาหารเช้าตีกลับเสียจริง" เรย์พึมพำกับตัวเองเบาๆ พลางขยับข้อศอกบนพื้นหินเย็นเฉียบ เขายังจำวินาทีสุดท้ายก่อนสติจะดับวูบได้ดี—ปาร์ตี้ของเขาหักหลัง ถีบเขาลงมายังชั้นที่สิบสามของ 'ลาบิรินธ" ดันเจี้ยนระดับ S ที่ขึ้นชื่อเรื่องอัตราการรอดชีวิตเป็นศูนย์ แต่แทนที่ความตายจะมาเยือน สิ่งที่ต้อนรับเขากลับเป็นความเงียบสงัดของซากปรักหักพัง... และหน้าต่างโปร่งแสงสีฟ้าที่ลอยอยู่กลางอากาศ [ระบบ Chef Hunter ทำงานเสร็จสิ้น] [ยินดีต้อนรับโฮสต์สู่ 'เซฟเฮาส์ดันเจี้ยน'] [เงื่อนไขการปลุกพลัง: เปลี่ยนความตายในดันเจี้ยน ให้เป็นวัตถุดิบชั้นเลิศ] "ระบบพ่อค้าอาหารงั้นหรือ? ช่างเป็นมุกตลกฝืดเคืองเสียจริงในสถานการณ์แบบนี้" เรย์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาสสีนิลกวาดตามองความว่างเปล่าเบื้องหน้าอย่างพิจารณา เขาไม่ได้ตื่นตระหนก ความตายเป็นเรื่องปกติในอาชีพเก่า แต่วิธีการที่ระบบนี้เสนอทางรอดต่างหากที่น่าสนใจ ข้อมูลมหาศาลหลั่งไหลเข้าสู่สมองของเขา—ไม่ใช่แค่คู่มือการต่อสู้ แต่เป็นตำราอาหารระดับปรมาจารย์ รายชื่อเครื่องเทศ อุณหภูมิในการย่าง และจุดอ่อนของมอนสเตอร์ทุกตัวในรัศมีสิบกิโลเมตรที่ถูกแปลงเป็น 'เกรดวัตถุดิบ' ครืนนน—! พื้นหินสั่นสะเทือนเบาๆ เงาตะคุ่มขนาดใหญ่ย่างสามขุมออกมาจากความมืด มันคือ 'โตรลล์เกราะเหล็ก' มอนสเตอร์ระดับ A ที่มีผิวหนังหนาเตอะราวกับเหล็กกล้าและพละกำลังทำลายล้างสูง ในมือของมันถือกระบองกระดูกมนุษย์ที่ส่งกลิ่นเน่าเฟะ เรย์ไม่ขยับหนี เขายังคงนั่งยองๆ อยู่กับพื้น มือซ้ายควักกระทะเหล็กหล่อเก่าๆ ที่จู่ๆ ก็ปรากฏขึ้นในช่องเก็บของของระบบขึ้นมา ส่วนมือขวาชักมีดแล่เนื้อคู่ใจ ออกมาควงเล่นอย่างใจเย็น "โฮสต์โปรดระวัง มอนสเตอร์ตรงหน้ามีระดับความอันตรายที่ 85% แนะนำให้หลบหนีหรือใช้เวทมนตร์โจมตีจุดอ่อนบริเวณลิ้นปี่" เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นด้วยความร้อนรน "หลบหนีเหรอ? เจ้าโง่นี่มันเดินเข้ามาหาวัตถุดิบทำอาหารเช้าชัดๆ" เรย์ยิ้มมุมปาก นัยน์ตาคมกริบเป็นประกาย โตรลล์เกราะเหล็กคำรามลั่น มันเงบกระบองขึ้นสูงหมายจะบดขยี้ร่างของมนุษย์ตัวจ้อยให้แหลกคามือ แรงลมจากการเหวี่ยงกระบองรุนแรงจนเศษหินรอบตัวปลิวว่อน แต่ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่กระบองกำลังจะฟาดลงมา เรย์กลับดีดตัวหลบไปด้านข้างอย่างนิ่มนวลราวกับสายน้ำไหล พร้อมกับสะบัดข้อมือโปรยผงเครื่องเทศลับที่ระบบเพิ่งมอบให้ใส่หน้าเจ้ามอนสเตอร์ยักษ์ ก๊าาาา—! โตรลล์เกราะเหล็กชะงัก มันจามออกมาเสียงดังสนั่นด้วยความแสบร้อน ผิวหนังที่เคยแข็งแกร่งดั่งเกราะเหล็กกลับเกิดปฏิกิริยากับเครื่องเทศสูตรพิเศษจนรูขุมขนเปิดกว้าง เนื้อเยื่อภายในเริ่มอ่อนนุ่มลงอย่างน่าอัศจรรย์ นี่คือความเหนือชั้นของเชฟผู้เข้าใจโครงสร้างของสิ่งมีชีวิต ไม่ใช่แค่ใช้กำลังเข้าปะทะ "เนื้อโตรลล์ส่วนสันนอก แม้จะเหนียวไปหน่อย แต่ถ้าหมักกับเกลือสมุทรดันเจี้ยนและย่างด้วยไฟอ่อนพอดี... จะได้รสสัมผัสนุ่มลิ้นที่หาไม่ได้จากโลกภายนอกแน่นอน" เรย์พึมพำวิเคราะห์ขณะหลบการโจมตีสะเปะสะปะของเจ้าโตรลล์ที่เริ่มเสียการทรงตัวจากฤทธิ์ของเครื่องเทศ ก่อนที่เขาจะใช้สันมีดฟาดเข้าที่จุดประสาทหลังหัวเข่าของมันอย่างแม่นยำ ร่างมหึมาทรุดฮวบคุกเข่าลงทันที ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง ประตูไม้สักโบราณที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางซากปรักหักพัง—ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ 'เซฟเฮาส์ดันเจี้ยน' ที่ระบบเพิ่งสร้างขึ้น—ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างของหญิงสาวในชุดคลุมนักเวทสีดำสนิทที่พุ่งทะยานเข้ามา เธอล้มลงกระแทกพื้นอย่างหมดแรง ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์และรอยไหม้จากเวทมนตร์ขั้นสูง เลือดสีแดงสดไหลอาบต้นแขนขาวเนียน เซร่า... อาจารย์สาวลึกลับแห่งหอคอยทมิฬ ผู้ทรงพลังจนผู้คนต่างหวาดกลัว บัดนี้เธอกลับอยู่ในสภาพปางตายจากการหลบหนีการตามล่า เธอกัดฟันแน่น นัยน์ตาสีม่วงเข้มจ้องมองเรย์ด้วยความระแวง แม้ลมหายใจจะโรยริน แต่จิตสังหารรอบตัวเธอก็ยังคงแผ่ออกมาคุกคาม "ถอยไป... เจ้ามนุษย์ชั้นต่ำ..." เสียงแหบพร่าเอ่ยลอดไรฟัน เรย์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มองหญิงสาวที่นอนหายใจรวยรินสลับกับเจ้าโตรลล์ที่กำลังจะหมดสติ เขาสลายมีดในมือแล้วถอนหายใจยาว "ดูเหมือนว่าวันนี้ ลูกค้าคนแรกของเรา จะเรื่องมากเสียด้วยสะสิ" เรย์พูดพลางเดินเข้าไปใกล้ร่างที่บาดเจ็บของเซร่า "แต่ก็นะ ในฐานะพ่อค้า... ผมไม่เคยปฏิเสธลูกค้าที่หิวโหยหรอกครับ" เซร่าขมวดคิ้วมุ่น พยายามจะรวบรวมมานาเฮือกสุดท้ายเพื่อป้องกันตัว แต่ทว่า... ทันใดนั้นเอง พื้นดินเบื้องล่างสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม รอยแยกสีดำสนิทปรากฏขึ้นใจกลางซากปรักหักพัง พร้อมกับแรงกดดันมหาศาลที่ทำให้แม้แต่นักเวทระดับสูงอย่างเซร่ายังต้องหน้าถอดสี [คำเตือน! ตรวจพบการตื่น 
ของ 'ราชันโลหิต' บอสลับประจำชั้นที่ 13] [ระดับความอันตราย: เกินขีดจำกัด (SSS)] [ภารกิจพิเศษฉุกเฉิน: เสิร์ฟอาหารจานแรกให้ราชันโลหิตภายใน 3 นาที มิฉะนั้นเซฟเฮาส์จะถูกทำลาย] ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางเปิดร้านไปด้วยกันนะครับ!
สารจากนักเขียน (พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ดันเจี้ยน: เมนูเด็ดมัดใจจอมมารสายดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%