"ท่านแม่ทัพ! ฮูหยิน! เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ!" พลทหารหนุ่มหน้าตาตื่นวิ่งกระหืดกระหอบฝ่าม่านกระโจมบัญชาการเข้ามา ใบหน้าเปื้อนเขม่าดินและหยาดเหงื่อจนแทบมองไม่เห็นเค้าเดิม เสียงหอบหายใจรัวกระชั้นสะท้อนถึงวิกฤตการณ์ที่บีบคั้นจนถึงขีดสุด
หลินฟางเซียนชะงักมือจากการจัดเรียงถุงเมล็ดพันธุ์ข้าวสาลีสายพันธุ์ทนแล้งในมิติลับ ดวงตาคู่คมตวัดมองทหารรายงานด้วยความนิ่งสงบผิดกับบรรยากาศร้อนรนรอบกาย นางก้าวขาออกจากม่านมิติในพริบตา ปรากฏตัวยืนเคียงข้างแม่ทัพเว่ยอิงผู้สวมชุดเกราะเต็มยศ ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มของสามีตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อได้ยินรายงาน
"ตั้งสติแล้วพูดให้ชัดเจน เสบียงคลังหน้าด่านถูกปล้นหรือกองกำลังแคว้นเหนือประชิดชายแดนแล้ว?" เว่ยอิงเอ่ยเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจ แผ่รังสีนักรบที่ผ่านสนามรบมาโชกโชนจนทหารหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"ม...มิใช่ขอรับท่านแม่ทัพ! แต่...แต่ทหารหน่วยลาดตระเวนทางเหนือรายงานว่า พายุหิมะนอกฤดูถล่มค่ายย่อยทางโน้นจนเสบียงสำรองเปียกชื้นเสียหายทั้งหมด ม้าศึกและพลทหารหลายร้อยนายกำลังจะอดอยากและล้มตายจากความหนาวเหน็บในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้แล้วขอรับ! ทางเสบียงหลวงจากเมืองหลวงก็ติดขัดเพราะเส้นทางถูกดินถล่มปิดตาย... ตอนนี้พวกเราไม่มีอะไรเหลือที่จะส่งไปช่วยพวกเขาเลย!"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมกระโจมชั่วขณะ เสียงลมหนาวนอกค่ายคำรามกรรโชกราวกับเยาะเย้ยชะตากรรมของกองทัพ ทว่าในความมืดมนนั้น หลินฟางเซียนกลับยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย นางปัดเศษฝุ่นบนอาภรณ์เนื้อดีอย่างไม่ยี่หร่า ก่อนจะก้าวไปตบไหล่ทหารหนุ่มเบา ๆ
"เรื่องแค่นี้ทำเป็นตื่นตูมไปได้ กองทัพของสามีข้า ไม่มีคำว่าอดตายเด็ดขาดค่ะ" สุ้มเสียงของนางราบเรียบแต่มั่น
เว่ยอิงหันมามองภรรยาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเชื่อใจอย่างไร้เงื่อนไข เขารู้ดีว่าหลังรอยยิ้มมั่นใจนั้น ซ่อนขุมทรัพย์มหาศาลที่สวรรค์ประทานมาให้ภรรยาตัวน้อยของเขาครอบครอง หลินฟางเซียนหันมาสบตากับสามี ส่งสัญญาณสื่อสารกันผ่านความเงียบเพียงเสี้ยววินาที
"ท่านพี่... จัดเตรียมเกวียนขนส่งสินค้าและกองอารักขาที่ไว้วางใจได้สิบคน ส่วนท่าน... ตามข้ามานี่" นางหันไปสั่งการทหารหนุ่มผู้รายงาน ก่อนจะเดินนำไปยังห้องเก็บสัมภาระส่วนตัวด้านหลังกระโจม ซึ่งถูกลงกลอนอย่างแน่นหนาและไม่มีใครได้รับอนุญาตให้เข้าใกล้โดยเด็ดขาด
ทันทีที่บานประตูไม้ปิดลง ปราศจากสายตาผู้คน หลินฟางเซียนก็รวบรวมสมาธิเพ่งจิตไปยัง "มิติลับ" ในห้วงความคิดทันที แสงสีฟ้าจาง ๆ วาบขึ้นในอากาศ ก่อนที่ประตูมิติขนาดใหญ่จะเปิดออกเผยให้เห็นภาพที่ทำให้แม้แต่คนใจแข็งอย่างนางยังต้องถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เบื้องหน้าของนางคือคลังเสบียงอเนกประสงค์ขนาดมหึมาที่กว้างใหญ่ราวมหาสมุทรย่อม ๆ ชั้นวางสินค้าเรียงรายด้วยกระสอบข้าวสารขัดขาวสะอาดสะอ้าน น้ำมันพืชบริสุทธิ์ เนื้อสัตว์ตากแห้งยรสเลิศ และที่สำคัญที่สุดคือ "เนื้อแดดเดียวหมักเครื่องเทศสูตรพิเศษ" และ "ชาสมุนไพรแก้หนาว" ที่นางแอบแปรรูปและเก็บสะสมไว้จากการทำเกษตรกรรมในมิติช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา รวมถึงยารักษาโรคชั้นดีและเวชภัณฑ์ฉุกเฉินจากโลกอนาคตที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างเป็นระบบ
"โชคดีจริงๆ นะคะที่ข้าขยันตุนของพวกนี้ไว้ล่วงหน้า ไม่อย่างนั้นคงได้เห็นทหารหาญต้องล้มตายเพราะความอดอยากเป็นแน่" ฟางเซียนพึมพำกับตัวเองด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ มือเรียวบางปัดผ่านอากาศเพื่อดึงกระสอบข้าวสารน้ำหนักนับร้อยชั่งออกมาวางกองเรียงรายในโลกภายนอกทีละกระสอบอย่างรวดเร็ว
ผ่านไปไม่ถึงหนึ่งเค่อ (สิบห้านาที) ห้องเก็บสัมภาระแคบ ๆ ก็อัดแน่นไปด้วยเสบียงอาหารชั้นเลิศที่ต่อให้เลี้ยงคนทั้งกองทัพนับพันได้อิ่มหนำสำราญไปเป็นเดือน ๆ ก็ยังเหลือเฟือ กลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศและธัญพืชคุณภาพดีโชยตลบอบอวลไปทั่วบริเวณจนแทบจะทะลุผ่านผนังกระโจมออกไปด้านนอก
ฟางเซียนเปิดประตูออกกว้าง ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มอ่อนโยนแต่แฝงแววตานักธุรกิจผู้กุมความลับที่ทรงอิทธิพลที่สุด นางกวักมือเรียกเว่ยอิงและทหารองครักษ์ที่รออยู่ด้านนอกให้เข้ามาดูผลงาน
"นี่คือ...!" ทหารหนุ่มอ้าปากค้างจนแทบจะกลืนกำปั้นลงไปได้ เมื่อเห็นกองเสบียงภูเขาเลากาที่โผล่ขึ้นมากลางห้องอย่างไร้ที่มาที่ไป ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนหวาดหวั่นราวกับเห็นปาฏิหาริย์จากเทพยดา
เว่ยอิงเพียงแต่ยิ้มมุมปาก เดินเข้าไปโอบเอวบางของภรรยาเข้าหาตัวอย่างสนิทสนม สายตาคมกริบทอดมองภรรยาด้วยความรักและชื่นชมที่ล้นปรี่ "ฮูหยินของข้า... ช่างเป็นเทพเซียนจำแลงลงมาโปรดกองทัพเราอย่างแท้จริง"
"อย่าเพิ่งชมข้าตอนนี้เลยค่ะท่านพี่ รีบให้คนขนย้ายเสบียงเหล่านี้เดินทางไปส่งค่ายทหารทางเหนือโดยด่วนเถอะค่ะ ก่อนที่พายุจะโหมกระหน่ำหนักไปมากกว่านี้ ข้าไม่อยากให้ทหารคนใดต้องหนาวตายหรือท้องกิ่วในยามที่ต้องปกป้องบ้านเมืองหรอกนะคะ" ฟางเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง เด็ดขาด สมฐานะภรรยาแม่ทัพผู้กุมชะตากรรมเบื้องหลังสนามรบ
ขบวนเกวียนนับสิบคันเคลื่อนตัวออกจากค่ายใหญ่ภายใต้ความมืดและเกล็ดหิมะที่เริ่มโปรยปรายลงมาอีกครั้ง ทว่าข่าวการส่งเสบียงปริมาณมหาศาลนี้กลับไม่ได้รอดพ้นจากสายตาของ "สายลับ" ที่แฝงตัวอยู่ในค่าย ท่ามกลางเงาไม้ไิมุดมืด ร่างในชุดดำสนิทลอบยิ้มเยาะด้วยความเจ้าเล่ห์ ก่อนจะควบม้าหายลับไปในความมืดเพื่อนำความลับนี้ไปรายงานแก่ "ผู้อยู่เบื้องหลัง" ที่กำลังรอจังหวะเล่นงานสกุลเว่ยให้พินาศสิ้น
แต่ทว่า... สิ่งที่สายลับผู้นั้นไม่เคยล่วงรู้เลยแม้แต่น้อย คือเสบียงที่พวกมันกำลังหมายตาจะปล้นกลางทาง หาใช่กระสอบข้าวธรรมดาไม่... แต่มันคือ "กับดักมรณะ" ที่หลินฟางเซียนจงใจโปรยทิ้งไว้รอให้พวกมันเดินเข้ามาติดบ่วงด้วยความโลภเองต่างหากล่ะคะ!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามความสตรองของแม่นางฟางเซียนนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
นางร้ายสายสตรอง ปฏิวัติวิถีฟาร์มหลวง•ตอนที่ 22
คลังเสบียงลับของมิติลับ
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายสตรอง ปฏิวัติวิถีฟาร์มหลวง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!