"ถ้าแกคิดว่าตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการจะปกป้องหัวโขนปลอมๆ ของแกได้ไปตลอดรอดฝั่งล่ะก็... แกคงตาบอดสนิทแล้วล่ะ, คิน"
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของ 'ประเสริฐ' ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องประชุมใหญ่ของตึกบัญชาการหลัก เขายืนค้ำโต๊ะไม้สักทองด้วยสองมือ แววตาคมกริบที่ฉาบด้วยความริษยาพยายามอย่างยิ่งที่จะกดดันชายหนุ่มผู้นั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้าม
เอกสารกองโตนับร้อยหน้าถูกผลักไสมาตรงหน้าคินอย่างไม่ให้เกียรติ รอยยิ้มเหยียดหยามปรากฏชัดบนริมฝีปากของพนักงานเก่าแก่ผู้ทำงานรับใช้ตระกูลธันวามานานนับทศวรรษ ประเสริฐเชื่อมั่นสนิทใจว่าอำนาจในมือและเครือข่ายพรรคพวกที่เขาคุมอยู่ จะสามารถบดขยี้เด็กเมื่อวานซืนคนนี้ให้แหลکคามือได้ภายในพริบตาเดียว
คินไม่แม้แต่จะชายตาแลเอกสารพวกนั้น ปลายนิ้วเรียวยาวของเขายังคงเคาะเบาๆ ลงบนหน้าจอสมาร์ทโฟน หน้าจอที่สว่างวาบขึ้นด้วยข้อความสั้นๆ จากบุคคลที่เขาเฝ้ารอคอยมาตลอด... *'รินกำลังเดินทางไปหาคุณนะคะ ที่รัก... อย่าใจร้ายกับพวกแมลงเม่าพวกนั้นมากเกินล่ะ'*
ข้อความนั้นจุดประกายความอ่อนโยนในแววตาสีดำสนิทของคินเพียงชั่วเสี้ยววินาที ก่อนที่มันจะถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลกเมื่อเขาเงยหน้าขึ้นสบตากับประเสริฐ
"สิบปีที่แกเป็นแค่ลูกจ้างกินเงินเดือนไปวันๆ แกคิดเหรอวะว่าความภักดีจอมปลอมจะทำให้แกเหยียบหัวคนอย่างฉันได้?" ประเสริฐยังคงกระหน่ำวาจาดูถูกเหียดหยามต่อหน้าพนักงานนับสิบชีวิตที่นั่งเงียบกริบเป็นเป่าสาก ทุกคนต่างรู้ดีว่าประเสริฐมีเส้นสายกับธันวา ทายาทมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพล และไม่มีใครกล้าหาญพอจะเอาอนาคตมาเสี่ยงกับคิน "บัญชีงบประมาณโครงการล่าสุดติดลบสามสิบล้าน! และในฐานะผู้รับผิดชอบ แกต้องรับผิดชอบด้วยการลาออก... หรือไม่ก็ติดคุกข้อหายักยอกทรัพย์!"
เสียงฮือฮาดังขึ้นเบาๆ ในหมู่พนักงานเก่า หลายคนแอบยิ้มเยาะด้วยความสะใจ บางคนถึงกับกลั้นหายใจรอรอดูความพินาศของชายหนุ่มผู้ทะเยอทะยานเกินตัว
คินยังคงนั่งนิ่ง สงบราวกับภูเขาหินในพายุฝน เขายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้สื่อถึงความสุข แต่เป็นความสมเพชเวทนาที่ส่งตรงไปยังก้นบึ้งหัวใจของคนตรงหน้า
"ยักยอกทรัพย์งั้นเหรอครับ... ประเสริฐ" คินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ นุ่มนวล แต่กลับทรงพลังจนทำให้บรรยากาศในห้องประชุมอุณหภูมิลดฮวบทันที "คุณใช้คำว่าอำนาจและกฎระเบียบมาข่มขู่คนอื่นจนเคยชินสินะครับ ถึงได้ลืมตาดูว่าโลกใบนี้... มันหมุนไปด้วยอะไร"
"อย่ามาปากดี!" ประเสริฐตบโต๊ะเสียงดังสนั่น ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ "หลักฐานคาตาแบบนี้ แกจะดิ้นยังไงก็ไม่รอด! รปภ.! ลากตัวมันออกไป!"
สิ้นคำสั่ง พนักงานรักษาความปลอดภัยร่างยักษ์สองคนก้าวพรวดเข้ามาในห้อง ประหมายจะตรงเข้าล็อกแขนของคินทันที
ทว่า... ไม่มีใครคาดคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในวินาทีต่อมา
*กริ๊งงงงง!*
เสียงเรียกเข้าจากสมาร์ทโฟนของประเสริฐเองดังแทรกขึ้นทำลายความตึงเครียด ชายวัยกลางคนชะงัก ขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิดก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ ทันทีที่เห็นชื่อผู้โทร สีหน้าที่เคยลำพองใจกลับแปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือดในพริบตาเดียว มือที่ถือเครื่องสั่นเทาเล็กน้อย
"คะ... คุณธันวา?" ประเสริฐกรอกเสียงรับด้วยความประหม่า ท่ามกลางสายตาทุกคู่ที่จับจ้อง
"ประเสริฐ! แกทำบ้าอะไรลงไปวะ!" เสียงตะคอกด้วยความเกรี้ยวกราดดังลั่นทะลุออกมาจากลำโพง จนคนรอบข้างได้ยินกันทั่ว "ใครอนุญาตให้แกไปแตะต้องท่านคิน! ห้ะ! แกอยากให้ตระกูลของเราฉิบหายกันหมดใช่ไหม!"
ประเสริฐหน้าถอดสี สมองอื้ออึงราวกับถูกค้อนยักษ์ฟาดเข้ากลางแสกหน้า "ทะ... ท่านธันวาครับ ผมกำลังจัดการไอ้เด็กเส้น... จัดการคนที่ยักยอกเงินบริษัท..."
"ยักยอกพ่อแกสิไอ้โง่!" เสียงปลายสายคำรามลั่นด้วยความหวาดกลัวขั้นสุด "หุ้นทั้งหมดของบริษัทถูกกว้านซื้อจนเกลี้ยงพอร์ตในเวลาไม่ถึงสามนาที! และผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่... คนที่ถือครองสิทธิ์ขาดเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์... คือคุณคินคนนั้นโว้ย! แกกำลังไล่เจ้านายสูงสุดของตระกูลเราออก แกมันรนหาที่ตายเองไอ้เวรตะไล!"
โทรศัพท์เกือบหลุดจากมือของประเสริฐ ร่างกายของเขาแข็งทื่อเป็นหิน ดวงเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ความจริงอันโหดร้ายกระแทกเข้าใส่หน้าจนชาดิก เขากวาดสายตามองไปที่คินอีกครั้ง... ชายหนุ่มที่เขาเพิ่งจะเหยียดหยามว่าเป็นแค่ลูกจ้างกระจอกๆ บัดนี้กลับมีฐานะเป็น 'เจ้าของชีวิต' ของทุกคนในที่นี้ไปเสียแล้ว
คินค่อยๆ ลุกขึ้นยืน จัดเสื้อสูทสีเข้มให้เข้ารูปอย่างไร้ที่ติ รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏบนใบหน้าคมคาย เขาก้าวเท้าเข้าไปใกล้ประเสริฐทีละก้าว ช้าๆ ทว่าหนักแน่นดุจเสียงเคาะระฆังแห่งความตาย
"พนักงานเก่าอย่างคุณ..." คินกระซิบด้วยน้ำเสียงกระซิบที่ได้ยินกันเพียงสองคน "มักจะตายใจกับอำนาจปลอมๆ ที่คนอื่นหยิบยื่นให้ จนลืมไปว่า... บนห่วงโซ่อาหารนี้ ใครกันแน่ที่เป็นผู้ล่า"
ประเสริฐทรุดฮวบคุกเข่าลงแทบเท้าของคินอย่างไร้ศักดิ์ศรี หยาดน้ำตาไหลพรากด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ร่างกายสั่นเทาจนแทบพับ "ทะ... ท่านคิน... ผมผิดไปแล้วครับ! โปรดเมตตาผมด้วย! ผมมันแค่คนตาบอด..."
คินไม่แม้แต่จะเหลือบแลร่างที่กำลังสั่นระริกอยู่เบื้องล่าง เขาเดินผ่านประเสริฐไปราวกับธาตุอากาศ สายตาทอประกายอบอุ่นขึ้นทันทีเมื่อประตูห้องประชุมเปิดออก พร้อมกับการปรากฏตัวของหญิงสาวในชุดเดรสสีขาวบริสุทธิ์ รินส่งยิ้มหวานละมุนมาให้เขาจากกรอบประตู
"รอนานไหมครับ ที่รัก" คินเอ่ยถามเสียงนุ่ม เดินเข้าไปโอบเอวบางเข้าหาตัวอย่างทะนุถนอม ราวกับโลกทั้งใบมีเพียงแค่เธอคนเดียว
"ไม่นานเลยค่ะ..." รินซบหน้าลงกับอกแกร่ง พลางกระซิบเบาๆ "แต่ดูเหมือนว่า... จะมีคนแถวนี้ต้อนรับพวกเราเสียงดังไปหน่อยนะคะ"
คินหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะหันกลับไปมองสภาพอันน่าสมเพชของประเสริฐและพนักงานในห้องที่ต่างพากันก้มหน้าคุกเข่าหมอบกราบด้วยความหวาดกลัว พร้อมกับสมาร์ทโฟนในมือของเขาที่สั่นเตือนขึ้นอีกครั้ง... ข้อความแจ้งเตือนจากระบบมหาศาลปรากฏขึ้นพร้อมตัวเลขยอดเงินในบัญชีที่เพิ่มขึ้นอย่างไร้ขีดจำกัด และในวินาทีนั้นเอง เสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำยักษ์ก็เริ่มร่อนลงจอดบนดาดฟ้าตึกเหนือศีรษะพวกเขานั่นเอง...
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ — เงาฮันเตอร์ไร้เงา
ระบบเศรษฐีไร้พ่าย: ขอโทษที พอดีผมรวยกว่าคุณทั้งเมือง•ตอนที่ 26
ความริษยาของคนต่ำต้อย
ผลงานโดย เงาฮันเตอร์ไร้เงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาฮันเตอร์ไร้เงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบเศรษฐีไร้พ่าย: ขอโทษที พอดีผมรวยกว่าคุณทั้งเมือง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!