"แฟ้มเอกสารนี่... และกุญแจห้องชุดนี้ด้วย ผมว่าคุณเก็บมันกลับไปเถอะครับ คิน"
เสียงของหัวหน้าแผนกทรัพยากรบุคคลยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท แม้ว่าร่างของชายวัยกลางคนคนนั้นจะเดินลับหายออกไปจากห้องประชุมกระจกใสแล้วก็ตาม กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นอายความเย็นเฉียบของเครื่องปรับอากาศในตึกระฟ้าใจกลางย่านธุรกิจ ทำให้คินรู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังยืนอยู่บนขอบเหวแห่งความไร้ตัวตน
บนโต๊ะทำงานกระจกเงาวับ สะท้อนภาพชายหนุ่มในชุดสูทสำเร็จรูปราคาถูกที่เริ่มมีรอยยับย่นจากการทำงานล่วงเวลาติดต่อกันหลายคืน ดวงตาคู่คมที่เคยเต็มไปด้วยประกายแห่งความหวัง บัดนี้กลับราบเรียบ เย็นชา และลุ่มลึกราวกับห้วงมหาสมุทรที่ไร้ก้นบึ้ง
นิ้วเรียวยาวของคินเคาะลงบนพื้นโต๊ะเบาๆ เป็นจังหวะ ท่ามกลางความเงียบงันที่มีเพียงเสียงหัวใจของตนเองเป็นเพื่อน เขาไม่ได้รู้สึกโกรธแค้น ไม่ได้ฟูมฟาย หรือแม้แต่จะหลั่งน้ำตาออกมาสักหยดเดียว ความยากลำบากที่เขาต้องเผชิญมาตลอดชีวิตสอนให้เขารู้ซึ้งว่า โลกใบนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความพยายาม แต่มันขับเคลื่อนด้วยอำนาจและเงินตราต่างหาก
และการถูกไล่ออกจากงานในวันนี้ เพียงเพราะเขาปฏิเสธที่จะเซ็นชื่ออนุมัติงบประมาณอันไม่โปร่งใสให้กับ "ธันวา" ลูกชายคนเดียวของประธานบริษัท มันคือฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้เขาตระหนักว่า ความซื่อสัตย์ในสังคมทุนนิยมสามานย์แห่งนี้ เป็นได้แค่เศษขยะที่ถูกปัดกวาดทิ้งอย่างไม่ไยดี
"พี่คิน..."
เสียงหวานนุ่มที่คุ้นเคยเอ่ยเรียกเบาๆ พร้อมกับสัมผัสอุ่นที่วางลงบนหลังมือ ริน ยืนอยู่ตรงนั้น ดวงตากลมโตคู่สวยเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา ความเจ็บปวดและความกังวลฉายชัดอยู่บนใบหน้าอ่อนหวานที่เคียงบ่าเคียงไหล่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเขามาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย มือเรียวบางของเธอบีบมือเขาแน่น ราวกับกลัวว่าเขาจะสลายหายไปต่อหน้าต่อตา
คินหันไปมองหญิงสาวคนรัก รอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากถูกยกขึ้นเพื่อปลอบประโลม หัวใจของเขามีความคลั่งรักและหวงแหนผู้หญิงคนนี้ยิ่งกว่าชีวิต แม้ว่าเขาจะสูญเสียทุกอย่างในวันนี้ แต่ตราบใดที่ยังมีรินอยู่เคียงข้าง เขาก็พร้อมที่จะแผดเผาทุกสิ่งเพื่อปกป้องเธอ
"ผมไม่เป็นไรครับ ริน" คินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มและมั่นคง ต่างจากสถานการณ์รอบตัวลิบลับ "แค่บริษัทเฮงซวยที่พร้อมจะก้มหัวให้เงินตรา... มันไม่มีค่าพอให้เราต้องเสียน้ำตาหรอกครับ"
"แต่... ธันวาคนนั้น มันกำลังจะ..." รินกัดริมฝีปากแน่น ความหวาดกลัวสะท้อนอยู่ในแววตา เธอรู้ดีว่าธันวาใช้อิทธิพลและเงินทองบีบคั้นคินมากแค่ไหน และข่าวลือที่ว่าธันวากำลังพยายามเข้าหาเธอก็ไม่ใช่เรื่องลับลมคมในอะไรเลย
ทันใดนั้น ประตูห้องประชุมก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท
ธันวา ก้าวเข้ามาด้วยท่าทีเย่อหยิ่งและมั่นใจในตัวเองสูงลิ่ว ชุดสูทแบรนด์เนมสั่งตัดพิเศษรับกับเรือนร่างที่ได้รับการดูแลอย่างดี รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏบนใบหน้าคมคาย ขณะที่สายตาคมกริบกวาดมองคินด้วยความรู้สึกเหนือกว่าอย่างปิดไม่มิด
"อ้าว คิน ยังไม่เก็บของอีกเหรอ?" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน จงใจทิ้งน้ำหนักเสียงในคำสุดท้าย "อ๋อ ลืมไป... นายคงไม่มีที่ให้ไปแล้วสินะ งานก็ไม่มี เงินเก็บก็คงร่อยหรอจนแทบจะไม่เหลือค่าอะไรในสังคมนี้แล้ว"
คินไม่ได้ขยับตัว เขายังคงนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ ดวงตาคมกริบช้อนขึ้นมองผู้มาใหม่ด้วยความเยียบเย็น ราวกับกำลังมองมดปลวกตัวหนึ่งที่กำลังดิ้นรนอยู่บนฝ่ามือ
"พูดจบหรือยังครับ?" คินเอ่ยถามเรียบๆ น้ำเสียงไม่ได้มีความโกรธเจือปนแม้แต่น้อย แต่มันกลับทรงพลังจนทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของธันวาชะงักไปชั่วขณะ
"แกนี่มันปากดีไม่เปลี่ยนเลยนะ คิน!" ธันวาแค่นหัวเราะด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะเบนสายตาไปยังรินที่ยืนอยู่ข้างกายคิน ประกายตากะล่อนและเจ้าเล่ห์พาดผ่านวับ "ส่วนเธอ... ริน อยู่กับคนจนตรอกแบบนี้ต่อไป มีแต่จะจมปลักไปกับความลำบาก เธอก็รู้ว่าฉันสามารถให้ชีวิตที่สุขสบายและเหนือกว่าไอ้บ้านี่ได้ทุกอย่าง แค่เธอก้าวเข้ามาหาฉันวันนี้ ทุกอย่างที่เธอฝัน... ฉันเสกให้ได้ทั้งหมด"
คำพูดดูถูกเหยียดหยามพรั่งพรูออกมาจากปากของทายาทมหาเศรษฐีผู้เย่อหยิ่ง เขาคิดว่าเงินสามารถซื้อได้ทุกอย่าง แม้แต่ศักดิ์ศรีและความรัก
รินสะท้านเฮือก เธอขยับตัวเข้ามาบังหน้าคินไว้เล็กน้อย ดวงตาคู่สวยจ้องมองธันวาด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ "คุณธันวา กรุณาให้เกียรติพวกเราด้วยค่ะ ฉันไม่มีวันทรยศความรู้สึกของพี่คินเด็ดขาด!"
"ความรักกินไม่ได้หรอกนะแม่คุณ!" ธันวาหัวאเสียงดังลั่นอย่างไม่แยแส ก่อนจะหันมามองคินด้วยแววตาสสมเพช "ดูสภาพแกสิ คิน ไม่มีแม้แต่ปัญญาจะซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมให้ผู้หญิงที่ตัวเองรักด้วยซ้ำ แกมันก็แค่ไอ้กระจอกคนหนึ่ง...!"
*ติ๊ง!*
เสียงสัญญาณประหลาดดังขึ้นในโสตประสาทของคิน ราวกับเสียงระฆังแห่งการพิพากษา
[ ตรวจพบเงื่อนไขพิเศษ: จิตใจที่มั่นคงท่ามกลางการดูถูกเหยียดหยามขั้นสุด ]
[ ระบบเศรษฐีไร้พ่าย ทำการเชื่อมต่อสำเร็จ... ]
[ ปลดล็อกสิทธิ์ขาดระดับพระเจ้า: ยอดเงินในบัญชีเริ่มต้น - อนันต์ (Infinite) ]
[ กำลังออกบัตรเครดิตดำมหากาฬ (Black Card Infinity) เข้าสู่กระเป๋าเป้าหมาย... ]
มุมปากของคินยกย่องขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยอำนาจและความเย้ยหยันปรากฏชัดเจนจนธันวาขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ
คินค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง รัศมีกดดันอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านออกมาจากร่างของชายหนุ่มจนอุณหภูมิในห้องประชุมลดฮวบลงอย่างกะทันหัน เขายื่นมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูท หยิบวัตถุสีดำสนิทที่สะท้อนแสงไฟล้อกับแววตาอันคมกริบออกมาถือไว้
มันคือบัตรโลหะสีดำสนิทที่ไม่มีชื่อธนาคาร ไม่มีแถบแม่เหล็กธรรมดา แต่มีลวดลายอักษรนูนต่ำที่เปล่งประกายแสงสีทองจางๆ สลักคำว่า *'INFINITY'* เอาไว้
"แก... ถืออะไรวะ?" ธันวาขมวดคิ้วถามด้วยความประหลาดใจเมื่อเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงของคิน
คินไม่ตอบคำถาม เขาเพียงแต่ปรายตามองธันวาราวกับมองเศษฝุ่น ก่อนจะหันไปหยิบเครื่องรูดบัตรไร้สายที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของบริษัท เสียบมันลงไปตรงหน้าธันวาด้วยท่าทีสบายๆ
"แกบอกว่าฉันไม่มีปัญญาใช่ไหมครับ?" คินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจ รอยยิ้มที่มุมปากช่างเย็นเยียบและน่ากลัวเกินกว่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะแสดงออกมาได้ "งั้นก็ช่วยเป็นพยานให้ผมหน่อย... ว่าเงินในบัญชีของไอ้คนกระจอกคนนี้ มันสามารถซื้อหัวใจและบริษัททั้งบริษัทของแกได้ด้วยการรูดครั้งเดียวหรือเปล่า"
นิ้วเรียวกดรหัสผ่านลงบนเครื่องรูดบัตรอย่างมั่นใจ พร้อมกับเสียงกดปุ่มที่ดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบงัน
*รหัสผ่านถูกต้อง... กำลังทำรายการ...*
เครื่องรูดบัตรส่งเสียงพิมพ์ใบเสร็จยาวเหยียดออกมาทันที พร้อมกับไฟสีเขียวที่สว่างวาบขึ้นอย่างชัดเจน!
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทแรกนี้นะครับ
ระบบเศรษฐีไร้พ่าย: ขอโทษที พอดีผมรวยกว่าคุณทั้งเมือง•ตอนที่ 1
ถูกทิ้งในวันที่ไร้ค่า
ผลงานโดย เงาฮันเตอร์ไร้เงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาฮันเตอร์ไร้เงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบเศรษฐีไร้พ่าย: ขอโทษที พอดีผมรวยกว่าคุณทั้งเมือง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!