ม่านหมอกลับเหลี่ยมบัลลังก์ทมิฬ•ตอนที่ 22

โฉมหน้าของผู้ทรยศ

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
กลิ่นอายจางๆ ของชาผู่เอ่อร์หมักบ่มปีลึก ลอยอวลปะปนอยู่กับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่โชยมาจากทิศทางห้องใต้ดินของตำหนักบูรพา เสียงฝนด้านนอกที่กระหน่ำซัดสาดกระทบหลังคากระเบื้องเคลือบ ยิ่งขับเน้นให้บรรยากาศภายในห้องทรงอักษรเงียบสงบจนน่าอึดอัด ซูเหม่ยหลินไม่ได้ขยับเขยื้อนร่างกายนางนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้จันทน์แดงแกะสลักลวดลายหงส์เหิน ปลายน้องเรียวดุจหยกสลักกำลังหมุนจอกชาอุ่นๆ ในมือช้าๆ สายตาของนางมิได้มองผู้ใด หากแต่ทอดมองไปยังคราบหยดน้ำที่ไหลรินเป็นสายบนบานหน้าต่างกระดาษสา ตรงหน้าของนาง—คือหลี่จวินเหยา โอรสสวรรค์ผู้กุมชะตากรรมของแผ่นดิน พระองค์ประทับนิ่งอยู่หลังโต๊ะทรงอักษร ร่างสูงสง่าในฉลองพระองค์สีเหลืองทองปักลายมังกรห้ากรงเล็บดูน่าเกรงขาม ทว่าพระเนตรคมกริบคู่นั้นกลับไร้ซึ่งความอบอุ่น มีเพียงประกายเยียบเย็นดั่งน้ำแข็งพันปีที่ทอดมองไปยังร่างที่กำลังคุกเข่าตัวสั่นเทิ้มอยู่เบื้องล่าง "เจ้าแน่ใจแล้วหรือ... ว่าสิ่งที่เจ้าสืบมา มันไม่มีข้อผิดพลาดอันใดหลงเหลืออยู่อีก" สุระเสียงของหลี่จวินเหยาต่ำทุบ ห้วนสั้น และกดดันจนผู้ฟังแทบอยากหยุดหายใจ ซูเหม่ยหลินเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก แต่นัยน์ตาของนางกลับปราศจากรอยยิ้มโดยสิ้นเชิง นางหันไปมองบุคคลที่กำลังคุกเข่าตัวสั่นอยู่เบื้องหน้า—จ้าวอี้ บุรุษผู้เป็นเสมือนเงาตามตัว เป็นผู้ที่ร่วมผ่านความเป็นความตายกับนางและฮ่องเต้มานับครั้งไม่ถ้วน เป็นสหายร่วมเป็นร่วมตายที่นางเคยไว้วางใจเหนือผู้ใด "จ้าวอี้... เจ้าเงยหน้าขึ้นมาสซิ" สุระเสียงของซูเหม่ยหลินนุ่มนวล ทว่ากลับบาดลึกถึงขั้วหัวใจ ร่างของจ้าวอี้สะ้านสะท้าน เขายค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ เผยให้เห็นใบหน้าที่ซีดเผือด เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้า ดวงตาที่เคยส่อแววเด็ดเดี่ยวและภักดีบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความหวาดกลัว และ... ความลับบางอย่างที่พยายามซ่อนเร้นอย่างสุดชีวิต "พระชายา... กระหม่อม... กระหม่อมไม่เข้าใจที่พระองค์ตรัส" จ้าวอี้เอמהเสียงสั่นเครือ พยายามกราบทราบลงกับพื้นศิลา "ไม่เข้าใจอย่างนั้นหรือ?" หลี่จวินเหยแค่นหัวเราะในลำคอ พระองค์ทรงลุกขึ้นยืน ช้าๆ ก้าวพระบาทเข้ามาใกล้ทีละก้าว เสียงฝ่าพระบาทกระทบพื้นไม้ดัง ก้องกังวานดั่งเสียงค้อนทั่งตีเหล็ก "บัญชีลับกองทัพพยัคฆ์ทมิฬที่ควรจะอยู่1ในห้องนิรภัยหลวง เหตุใดจึงไปปรากฏอยู่บนโต๊ะทำงานของอ๋องฉี? ตราประทับหยกที่หายไปจากคลังหลวงเมื่อสามวันก่อน เหตุใดจึงมีคราบขี้ผึ้งชนิดเดียวกับที่ติดอยู่บนเสื้อเกราะของเจ้า?" จ้าวอี้หน้าถอดสี ริมฝีปากสั่นระริกจนเอ่ยคำใดไม่ออก ซูเหม่ยหลินวางจอกชาลง เสียงกระทบเบาๆ ของกระเบื้องเคลือบดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ นางลุกขึ้นยืนช้าๆ เดินเข้าไปใกล้ชายหนุ่มผู้ที่นางเคยคิดว่าเป็นสหายที่พึ่งพาได้มากที่สุด นางย่อกายลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับเขา "จ้าวอี้... เจ้าจำได้หรือไม่ วันที่เราติดอยู่ในหุบเขาหนามมังกร ข้าเคยบอกเจ้าว่าอย่างไร?" ซูเหม่ยหลินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาราวกับกระซิบ "ข้าบอกว่า คนเราหากเลือกทางเดินผิด แม้แต่เงาของตนเองก็ยังทรยศ... แต่ข้าไม่เคยคิดเลยว่า เงาที่คอยปกป้องหลังให้ข้ามาตลอด จะเป็นเงาที่ถือมีดรอแทงข้างหลังข้าเช่นนี้" "พระชายา! โปรดทรงพระกรุณา! กระหม่อมถูกบังคับ!" ในที่สุด จ้าวอี้ก็ทนรับแรงกดดันไม่ไหว เขาโขกศีรษะลงกับพื้นจนเกิดเสียงดังทึบ น้ำตาไหลพรั่งพรูออกมาด้วยความตื่นตระหนก "ตระกูลของกระหม่อม... มารดาและน้องสาวของกระหม่อม... พวกมันอยู่ในกำมือของอ๋องฉี หากกระหม่อมไม่ทำตามที่มันสั่ง พวกนางจะต้องตายอย่างไร้ที่ฝังนะพ่ะย่ะค่ะ!" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ หลี่จวินเหยาหรี่พระเนตรลงเล็กน้อย รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากพระวรกาย "ความกตัญญูต่อมารดา ทำให้เจ้ากล is ขายชาติ ขายแผ่นดิน งั้นหรือ? เจ้าคิดว่าชีวิตคนตระกูลจ้าวไม่กี่ชีวิต มีค่ามากกว่าราษฎรนับแสนคนที่ต้องล้มตายหากแผนการของอ๋องฉีสำเร็จอย่างนั้นรึ!" "ฝ่าบาท... ฝ่าบาทโปรดเมตตา กระหม่อมเพียงแต่... เพียงแต่ส่งข่าวความเคลื่อนไหวเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น มิได้คิดจะหักหลังแผ่นดินจริงๆ นะพ่ะย่ะค่ะ!" จ้าวอี้โผเข้ากอดชายฉลองพระองค์ของหลี่จวินเหยา แต่ถูกมหาดเล็กองครักษ์เงาเข้ามารวบตัวกดลงกับพื้นทันทีอย่างไม่ไยดี ซูเหม่ยหลินมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย ในอกข้างซ้ายมีความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมา มิใช่เพราะความเสียใจที่ถูกหักหลัง แต่เป็นเพราะความจริงที่ว่า โลกใบนี้ไม่เคยปรากฏคำว่า 'ความจริงใจ' อย่างแท้จริงในหมู่ผู้มีอำนาจ ทุกคนต่างมีราคาที่ต้องจ่าย และทุกคนต่างมีจุดอ่อนที่พร้อมจะถูกใช้เป็นเครื่องมือ "ส่งข่าวเล็กๆ น้อยๆ อย่างนั้นหรือ?" ซูเหม่ยหลินทวนคำ รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปาก "การที่เจ้าบอกอ๋องฉีว่า ข้ากับฝ่าบาทกำลังจะเสด็จไปตรวจราชการที่เมืองลั่วหยางทางลับ ทำให้มือสังหารนับร้อยชีวิตไปดักรอพวกเราที่หุบเขาผาโลหิต นั่นก็คือ 'เรื่องเล็กๆ น้อยๆ' ของเจ้าอย่างนั้นสินะ?" จ้าวอี้เบิกตากว้างด้วยความตกใจ เขาไม่คิดว่าเรื่องที่เขาทำลับหลังจะถูกล่วงรู้จนหมดสิ้น "เจ้า... เจ้ารู้..." "ข้าไม่ได้แค่รู้ว่าเจ้าทำอะไร" ซูเหม่ยหลินก้าวถอยหลังมาหนึ่งก้าว สายตาคมปลาบจับจ้องไปที่ใบหน้าของอดีตสหาย "แต่ข้ายังรู้ด้วยว่า... คนที่อยู่เบื้องหลังการส่งจดหมายลับของเจ้า มิใช่อ๋องฉีเพียงผู้เดียว... แต่ยังมีคนใน 'ตำหนักหลัง' ของเราเอง ที่คอยป้อนข้อมูลให้เจ้ามาโดยตลอด!" สิ้นคำพูดของซูเหม่ยหลิน ร่างของจ้าวอี้ก็แข็งทื่อ ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนกสุดขีดราวกับเห็นผีสางในเวลากลางวัน เขาอ้าปากพะงาบๆ คล้ายอยากจะเอ่ยบางอย่างออกมา แต่กลับไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมาจากลำคอ หลี่จวินเหยาขมวดพระขนมกเข้าหากันอย่างรวดเร็ว พระองค์ทรงรับรู้ได้ทันทีว่าเกมการเมืองครั้งนี้ มันลึกซึ้งและเน่าเฟะกว่าที่ทรงคาดการณ์ไว้มากนัก ทว่า ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยปากซักถามสิ่งใดเพิ่มเติม... *ฉึก!* เสียงโลหะคมกริบแหวกอากาศพุ่งทะลุกระจกหน้าต่างเข้ามาอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าแลบ ลูกดอกอาบยาพิษสีดำสนิทพุ่งตรงเข้าปักเข้าที่กลางหน้าอกของจ้าวอี้อย่างแม่นยำ ร่างของจ้าวอี้กระตุกเกร็งวูบหนึ่ง ก่อนจะล้มฟุบลงจมกองเลือดอย่างไร้สุ้มเสียง ดวงตาเบิกค้างด้วยความตายที่ยังไม่ทันได้กล่าวความลับทั้งหมดออกมา "มีมือสังหาร! คุ้มกันฝ่าบาท!" เสียงตะโกนก้องขององครักษ์เงาดังลั่นจากด้านนอก ซูเหม่ยหลินไม่รอช้า นางพุ่งตัวเข้าไปหลบหลังเสาไม้จันทน์ทันที สายตากวาดมองไปยังทิศทางที่ลูกดอกพุ่งเข้ามา ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย นางเห็นเงาร่างหนึ่งในชุดดำสนิทกำลังทะยานหายลับไปกับหลังคาเบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว แต่สิ่งที่ทำให้นางหัวใจกระตุกวูบ และทำให้รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหลี่จวินเหยา มิใช่การหลบหนีของมือสังหาร... หากแต่เป็น 'ป้ายคำสั่ง' สลักลายดอกโบตั๋นโลหิต ที่ตกอยู่ข้างกายของจ้าวอี้ผู้ไร้วิญญาณ ซึ่งเป็นตราสัญลักษณ์ประจำตัวของบุคคลที่ไม่มีทางปรากฏตัว ณ ที่แห่งนี้ได้อย่างเด็ดขาด... พระสนมเอกหนิงเซียน ผู้เป็นที่โปรดปรานที่สุดในตำหนักในเวลานี้! ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านม่านหมอกมากับหลิวเยี่ยนซีในตอนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ม่านหมอกลับเหลี่ยมบัลลังก์ทมิฬ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%