ม่านหมอกลับเหลี่ยมบัลลังก์ทมิฬ•ตอนที่ 20

การกวาดล้างที่ค้างคา

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
กลิ่นอายจางๆ ของชาผู่เอ่อร์ชั้นดีลอยวนอยู่เหนือโต๊ะทรงอักษรไม้จันทน์แดง แต่กลับไม่สามารถกลบกลิ่นคาวเลือดที่จางหายไปจากความรู้สึกของซูเหม่ยหลินได้เลยแม้แต่น้อย "เจ้ามั่นใจแค่ไหน... ว่าราชโองการฉบับนั้นจะถึงมือเสนาบดีฝานในยามสามอย่างแน่นอน?" สุ้มเสียงของหลี่จวินเหยาเรียบสนทนาราวกับกำลังดินฟ้าอากาศ ทว่าแววตาหงส์คู่นั้นกลับคมกริบดั่งใบมีดที่ซ่อนอยู่ในฝักแพรไหม พระองค์ประทับพิงพนักเก้าอี้มังกร ทอดพระเนตรหญิงสาวผู้ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้า แสงเทียนวับแวมสาดส่องกระทบพระพักตร์ด้านข้าง ทอดเงายาวทาบทับลงบนแผนที่แผ่นใหญ่ที่กางอยู่กลางห้อง ซูเหม่ยหลินไม่ได้ตอบคำถามทันที ปลายนิ้วเรียวภายใต้แขนเสื้อกว้างประสานกันแนบแน่น นางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความรู้สึกปั่นป่วนในอก แผนการกวาดล้างกลุ่มอิทธิพลตระกูลฝานที่กัดกินท้องพระคลังมาเนิ่นนานถูกวางไว้อย่างรัดกุม ทุกตัวหมากถูกเดินอย่างระมัดระวังตลอดสามเดือนที่ผ่านมา แต่นางกลับลืมไป... ว่ากระดานหมากนี้ไม่ได้มีแค่ฮ่องเต้กับนางสองคน "หม่อมฉันส่งคนสนิทที่สุดถือตราประทับลับออกไปเองเพคะฝ่าบาท..." น้ำเสียงของนางราบเรียบ ทว่าสั่นเครือเล็กน้อยยามที่ปลายเล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือตนเอง "แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดหาใช่ความแข็งแกร่งของตระกูลฝาน... หากแต่เป็นหนอนรังที่เกาะกินอยู่ข้างพระวรกายของพระองค์ต่างหากเพคะ" เพล้ง! ถ้วยชาในพระหัตถ์ของหลี่จวินเหยาถูกบดขยี้จนแตกละเอียด น้ำชาสีอำพันนองไหลไปตามร่องไม้ พร้อมๆ กับเศษกระเบื้องที่บาดลึกลงไปในฝ่าพระหัตถ์จนมีโลหิตสีสดซึมออกมา แต่ฮ่องเต้หนุ่มกลับไม่แสดงอาการเจ็บปวดแม้แต่น้อย รอยยิ้มเยียบเย็นผุดขึ้นที่มุมพระโอษฐ์ เป็นรอยยิ้มที่ทำให้ผู้พบเห็นต้องหนาวสะท้านถึงขั้วกระดูก "ดี... ดีจริงๆ" หลี่จวินเหยาทรงแค่นหัวเราะในลำคอ "เราอุตส่าห์เลี้ยงดูพวกมันไว้ราวกับสุนัขรับใช้ แต่สุดท้าย... กลับเป็นสุนัขที่แว้งกัดเจ้าของได้เจ็บแสบที่สุด แผนการกวาดล้างที่ควรจะปิดฉากตระกูลฝานในคืนนี้ กลับกลายเป็นพวกมันที่เตรียมกองกำลังล้อมตำหนักบูรพาไว้หมดแล้ว!" ความจริงอันโหดร้ายประเดประดอนเข้ามาในความคิดของซูเหม่ยหลิน ข้อมูลลับสุดยอดเกี่ยวกับการเคลื่อนAกำลังพลและเส้นทางของราชโองการ ถูกส่งต่อไปยังตระกูลฝานได้อย่างไร หากไม่ใช่เพราะคนสนิทในตำหนักใน... คนที่รู้ดีเทataทุกกระเบื้องนิ้ว และคนที่นางไว้วางใจที่สุด ภาพใบหน้าของนางกำนัลคนสนิทผุดขึ้นมาในหัว นึกถึงแววตาที่หลบ뢰เมื่อหลายวันก่อน นึกถึงรอยยิ้มที่แฝงความหวาดระแวง... นางพลาดไปแล้ว พลาดเพราะความประมาทคิดว่าความจงรักภักดีสามารถซื้อได้ด้วยบุญคุณ "ฝ่าบาทเพคะ... ตอนนี้กองกำลังราชองครักษ์เสื้อแพรคงถูกสกัดกั้นไว้หมดแล้ว หากเรายังมัวรอช้า เกรงว่า..." "สายเกินไปแล้วล่ะเหม่ยหลิน" สุ้มเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจดังแทรกขึ้น ขัดจังหวะความวิตกกังวลของนาง พร้อมกันนั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยนายก็ดังขึ้นกึกก้องที่ด้านนอกตำหนัก เสียงเหล็กกระทบกันระรัวเป็นสัญญาณเตือนภัยที่ชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งใด กลิ่นอายสังหารแผ่ซ่านเข้ามาทางหน้าต่างบานแกะสลักที่ถูกสายลมยามวิกาลพัดจนเปิดอ้า หลี่จวินเหยาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พระองค์ทรงคว้ากระบี่ประจำพระองค์ที่แขวนอยู่บนผนังขึ้นมา ชักมันออกจากฝักจนเกิดเสียงเสียดสีที่บาดแก้วหู แววตาของโอรสสวรรค์ในยามนี้ไม่มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่ มีเพียงประกายไฟแห่งความบ้าคลั่งและความเด็ดเดี่ยวที่พร้อมจะเผาทุกสิ่งให้เป็นจุล "ในเมื่อพวกมันอยากเห็นความพินาศนัก เราก็จะเปิดประตูต้อนรับพวกมันด้วยตัวเอง!" ซูเหม่ยหลินก้าวเข้าไปประชิดพระองค์ มือเรียวยื่นไปจับชายฉลองพระองค์ไว้แน่น หัวใจเต้นรำรัวราวกับกลองศึก แม้สถานการณ์จะตกเป็นรองอย่างถึงที่สุด และแผนการที่ทุ่มเทมาแรมปีพังทลายลงในพริบตา แต่นางหาได้มีความคิดที่จะยอมจำนนไม่ ในสายตาของหญิงสาว มีเพียงประกายความเจ้าเล่ห์และแผนสำรองที่ซ่อนลึกในชั้นเชิงอันซับซ้อน "ฝ่าบาทอย่าเพิ่งทรงกริ้วไปเพคะ..." ซูเหม่ยหลินแย้มรอยยิ้มเย็นเยียบออกมาบ้าง แววตาทอประกายอำมหิตที่หาได้ยากยิ่ง "ในเมื่อพวกมันคิดว่ากุมชัยชนะไว้ในมือ... เราก็แค่ปล่อยให้ตายใจ แล้วค่อยกระชากหน้ากากของพวกมันออกมากลางท้องพระโรง ให้พังกันไปข้างหนึ่งก็เท่านั้น" ประตูด้านนอกถูกถีบกระเด็นด้วยแรงมหาศาล เสียงโลหะปะทะกันดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับร่างของราชองครักษ์ผู้ภักดีที่กระเด็นเข้ามานอนจมกองเลือดอยู่แทบเท้าของทั้งสอง ท่ามกลางกลุ่มควันและฝุ่นตลบ เงาร่างของบุรุษผู้หนึ่งก้าวเข้ามาอย่างช้าๆ อาภรณ์ปักดิ้นทองหรูหรา ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มแห่งผู้ชนะ ทว่าเมื่อสายตาของผู้นำกลุ่มกบฏกวาดมองเข้ามาภายในตำหนัก รอยยิ้มนั้นกลับต้องแข็งค้าง เพราะผู้ที่ยืนรอพวกเขาอยู่ หาใช่ฮ่องเต้ผู้ตื่นตระหนกและสตรีผู้พ่ายแพ้ไม่... หากแต่เป็นหลี่จวินเหยาที่ประทับนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ตัวเดิมอย่างใจเย็น พร้อมกับคมกระบี่ที่จ่อคอหอยของ "บุคคลที่ไม่คาดฝันที่สุด" ซึ่งถูกมัดมือไพล่หลังและถูกถีบกลิ้งเข้ามาตรงกลางห้อง! ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านม่านหมอกมากับหลิวเยี่ยนซีในตอนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ม่านหมอกลับเหลี่ยมบัลลังก์ทมิฬ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%