"ถอยไปค่ะท่านประธาน คุณกำลังล้ำเส้นความปลอดภัยส่วนบุคคลของฉันเกินไปแล้วนะ"
น้ำเสียงของรินรดาไม่ได้ราบเรียบอย่างที่ใจนึก แม้ริมฝีปากจะพยายามเม้มเข้าหากันเพื่อสร้างเกราะป้องกัน แต่ดวงตากลมโตที่ไหวระริกคู่นั้นกลับทรยศเธอด้วยการสะท้อนเงาของร่างสูงใหญ่ที่โน้มตัวลงมาใกล้เสียจนแผ่นหลังของเธอแนบชิดกับบานประตูห้องทำงานเย็นเยียบ
คีรินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำที่มักจะใช้สั่งการลูกน้องนับร้อยในบริษัทเวลานี้กลับเจือไปด้วยความกรุ่นโกรธที่ผสมผสานกับบางสิ่งที่อันตรายกว่านั้น ดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยวจ้องมองคนปากเก่งที่ตอนนี้ไร้ซึ่งทางหนีทีไล่
"ล้ำเส้นเหรอ?" เขาทวนคำ ปลายนี้วกวนเวียนอยู่ใกล้กรอบหน้าของเธอจนรินรดาต้องกลั้นหายใจ "คนที่ล้ำเส้นก่อนคือคุณต่างหาก ยัยตัวแสบ... รู้ตัวไหมว่ากำลังเล่นกับไฟอยู่"
"ไฟอะไรกัน ฉันแค่มารายงานเอกสารโปรเจกต์รีสอร์ทตามหน้าที่" เธอยังคงเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้หัวใจข้างในจะเต้นโครมครามราวกับตีกลองศึก ความใกล้ชิดที่มากเกินความจำเป็นทำให้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นมินต์และบุคลิกเย็นชาของเขาแทบจะแทรกซึมเข้าไปในลมหายใจของเธอ
คีรินไม่ตอบทันที เขายกมือข้างหนึ่งขึ้นวางทาบบานประตูเหนือศีรษะของเธอ กักขังร่างเพรียวบางไว้ในอาณาเขตของเขาอย่างสมบูรณ์ ดวงตาคู่นั้นกวาดมองสำรวจใบหน้าเนียนใสที่รั้นจนน่าหมั่นเขี้ยว ก่อนจะเลื่อนต่ำลงไปยังริมฝีปากที่ขยับเถียงเขาไม่หยุด
"หน้าที่เหรอ..." เสียงกระซิบต่ำพร่าดังชิดริมหูจนรินรดาขนลุกซู่ "หน้าที่บ้าอะไรทำให้คุณต้องไปยืนยิ้มระรื่นหัวเราะต่อกระซิกอยู่กับไอ้ธันวาที่ระเบียงทางเดินแบบนั้น... หื้ม?"
อ๋อ... เรื่องนี้นี่เอง!
รินรดาเพิ่งเก็บบทสนทนาเมื่อสิบนาทีที่แล้วได้ทัน เธอเกือบจะหลุดขำออกมาถ้าไม่ติดว่าสถานการณ์ตอนนี้มันล่อแหลมเกินกว่าจะหาญกล้าท้าทายพญายมในร่างประธานหนุ่ม ธันวาเพื่อนสนิทของเธอแค่แวะมาส่งกาแฟและแซวเรื่องเสื้อผ้าที่เธอดันใส่สลับด้านเมื่อเช้า แต่ดูเหมือนว่าท่านประธานสายซึนคนนี้จะเก็บเอาไปปรุงแต่งเป็นมหากาพย์ความหึงหวงในหัวเรียบร้อยแล้ว
"อิจฉาเหรอคะ หรือว่ากลัวฉันจะปันใจไปให้เพื่อนสนิทตัวเองจนไม่มีเวลามาต่อปากต่อคำกับคุณ" รินรดาแกล้งยิ้มยั่ว ดวงตาฉายแววเจ้าเล่ห์ขึ้นมาทันทีเมื่อตั้งหลักได้ เธอยื่นหน้าเข้าไปใกล้เขาบ้างอย่างไม่เกรงกลัว "ถ้าคุณหวง ก็บอกกันดีๆ สิคะ ไม่เห็นต้องทำเป็นดุกลบเกลื่อนเลย"
คำพูดที่สวนกลับไปอย่างฉับไวทำเอาคีรินชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนจะหรี่แคบลงด้วยความอันตราย ผู้หญิงคนนี้นี่นะ... ปากดีไม่มีเปลี่ยน แม้กระทั่งในยสถานการณ์ที่ตัวเองตกเป็นรองก็ยังหาทางพลิกเกมกลับมาได้ตลอดเวลา
แต่แทนที่จะถอยห่าง คีรินกลับโน้มใบหน้าลงมาอีก จนปลายจมูกโด่งรั้นเกือบจะชนเข้ากับแก้มใสของเธอ ลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดรินsดาทำให้สติที่ตั้งมั่นไว้เริ่มสั่นคลอนอย่างน่ากลัว
"ปากเก่งนักนะ..." เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาชิดริมฝีปาก "ลองพูดแบบนี้ใส่หน้าฉันอีกทีสิ รินรดา... ว่าฉันกำลังหวงคุณอยู่"
บรรยากาศในห้องทำงานกว้างขวางเงียบงันลงทันตาเห็น มีเพียงเสียงหัวใจของรินรดาเองที่เต้นดังจนเธอกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน ความรู้สึกประหลาดบางอย่างแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย มันไม่ใช่ความโกรธ ไม่ใช่ความกลัว แต่มันคือ "ความหวั่นไหว" ที่เธอพยายามปฏิเสธมาตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
ผู้ชายคนนี้... ปากร้าย เย่อหยิ่ง เอาแต่ใจ และชอบออกคำสั่ง แต่ทุกครั้งที่เธอตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก ก็มักจะมีเขาคอยยืนอยู่เบื้องหลังเสมอ ความใส่ใจที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีเย็นชาและคำพูดถางถาง มันกำลังกัดเซาะกำแพงน้ำแข็งที่เธอสร้างขึ้นทีละน้อย
รินรดาเม้มปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมดันทรยศด้วยการเต้นผิดจังหวะเมื่อปลายนิ้วอุ่นของคีรินเอื้อมขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกแก้มให้อย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนขัดกับแววตาดุดันคู่นั้นโดยสิ้นเชิง ทำให้สมองของเธอน็อกสนิทไปชั่วขณะ
"เงียบทำไมล่ะ หึ... เถียงไม่ออกแล้วรึไง" คีรินกระตุกยิ้มมุมปาก ความพึงพอใจฉายชัดในแววตาเมื่อเห็นคนอวดเก่งเริ่มนิ่งงัน "จำไว้... ว่าฉันไม่ชอบให้ใครมามองคุณแบบที่ไอ้ธันวาทำ และฉันก็ยิ่งไม่ชอบ... เวลาที่คุณไปยิ้มหวานใส่คนอื่นที่ไม่ใช่ฉัน"
ประโยคบอกความเป็นเจ้าของที่หลุดออกมาจากปากคนปากแข็ง ทำเอารินรดาถึงกับหายใจไม่ทั่วท้อง ความร้อนผ่าวแล่นขึ้นมาที่พวงแก้มโดยไม่ต้องมีใครมาแตะต้อง เธอกะพริบตาปริบๆ สมองที่เคยประมวลผลไวราวจรวดตอนนี้กลับว่างเปล่า ขาเจ้ากรรมก็ดันอ่อนแรงลงเสียดื้อๆ จนต้องเผลอใช้มือข้างหนึ่งเกาะแขนเสื้อสูทของเขาไว้โดยไม่รู้ตัว
ให้ตายเถอะ... นี่เธอกำลังแพ้ทางผู้ชายคนนี้จริงๆ น่ะหรือ?
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอนายรวบรวมเศษเสี้ยวความกล้าทั้งหมดที่มีเพื่อเงยหน้าขึ้นสู้สายตาเขาอีกครั้ง "คุณ... พูดอะไรออกมาเนี่ย ละ... ปล่อยได้แล้ว ฉันจะไปทำงาน"
"ทำงาน?" คีรินเลิกคิ้วสูง นัยน์ตาดำขลับลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทรที่พร้อมจะกลืนกินเธอลงไปทั้งตัว "ในเมื่อโปรเจกต์นี้คุณทำมันได้ดีจนน่ารางวัล... งั้นเรามาคุยเรื่อง 'รางวัล' ของคุณกันดีกว่า ว่าควรจะเป็นอะไรดี"
"ฉันไม่ต้องการรา..."
คำปฏิเสธถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อจังหวะที่คีรินขยับตัวเข้าหาเพื่อจะพูดอะไรบางอย่าง ประตูห้องทำงานบานใหญ่ที่ควรจะล็อกไว้ กลับถูกผลักเปิดออกอย่างไร้การเคาะเตือนจากด้านนอก
"บอสครับ! เอกสารงบประมาณด่วนที่สุดจากฝ่ายการเงินมาถ... เฮ้ย! ขอโทษครับ ผมไม่ได้ตั้งใจขัดจังหวะ!"
เสียงทุ้มของเลขาหนุ่มที่พรวดพราดเข้ามาหยุดชะงักกึกทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อเห็นภาพเบื้องหน้า—ประธานหนุ่มผู้เยือกเย็นกำลังกักขังผู้จัดการสาวคนเก่งไว้กับบานประตู ในระยะห่างที่เรียกว่าแทบจะหลอมรวมเป็นร่างเดียวกัน!
คีรินผละตัวออกห่างจากรินรดาอย่างรวดเร็ว ใบหน้าคมคายกลับมาบึ้งตึงและเย็นชาดังเดิมในเสี้ยววินาที ราวกับเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผิดกับรินรดาที่รีบกAดเอกสารในมือขึ้นมาบังหน้าแดงก่ำของตัวเองด้วยความอับอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี
คีรินปรายตามองเลขาหนุ่มด้วยสายตาคมกริบที่พร้อมจะเฉือนเนื้อคนให้ขาดเป็นชิ้นๆ เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาด้วยความหงุดหงิดขั้นสุด
"ออกจากห้องฉันไปเดี๋ยวนี้ แล้วอย่าหวังว่าจะได้โบนัสสิ้นปีนี้!"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนมาเติมกำลังใจให้กันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
ยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโหด (โปรดอย่าทำทรง)•ตอนที่ 19
เมื่อหัวใจเริ่มไม่รักดี
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวแสบกับท่านประธานสายโหด (โปรดอย่าทำทรง) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!