คุณหมอหญิงแห่งยุคขาดแคลน กับภารกิจปั้นสามีให้รวยระเบิด•ตอนที่ 18

มิตรภาพและการค้า

ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
กริ้ง—เสียงกระดิ่งทองเหลืองขนาดเล็กที่แขวนไว้เหนือกรอบประตูไม้สนของร้าน "เป่าซินถัง" ดังขึ้นเบาๆ แต่กลับดึงดูดสายตาทุกคู่ภายในร้านให้หันขวับไปมองเป็นตาเดียว หลินฟางเซียนยืนสงบนิ่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ไม้ขัดมัน ชุดเสื้อผ้าฝ้ายสีครามสะอาดสะอ้านและผ้ากันเปื้อนสีขาวสะอาดตาขับเน้นใบหน้ารูปไข่ให้ดูโดดเด่นและน่าเชื่อถือเกินกว่าเด็กสาววัยยี่สิบต้นๆ ทั่วไปในยุคเจ็ดสิบนี้ "ท่านผู้จัดการเฉิน เชิญด้านในค่ะ ลมอะไรหอบลมหนาวระดับเถ้าแก่ใหญ่แห่งตลาดค้าส่งอำเภอหนานเฉิงมาถึงร้านสมุนไพรเล็กๆ ของเราได้ล่ะคะวันนี้" ฟางเซียนเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงรอยยิ้มพราวระยับในดวงตาคู่สวย เฉินอี้หลาน พ่อค้าใหญ่ผู้มีชื่อเสียงเรื่องความเคี่ยวและสายตาเฉียบคมในการมองหาผลกำไร กวาดตามองไปรอบร้านที่แม้จะมีขนาดไม่ใหญ่โตนัก ทว่ากลับจัดระเบียบสมุนไพรและเวชภัณฑ์อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย กลิ่นอายของโสมป่าและยาจีนชั้นดีลอยอบอวลจางๆ สร้างความรู้สึกผ่อนคลายและน่าไว้วางใจอย่างประหลาด เขาหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะก้าวฉับๆ เข้ามาใกล้เคาน์เตอร์แล้ววางกล่องไม้เนื้อหอมลงเบาๆ "คุณหนูหลิน... ไม่สิ ตอนนี้ต้องเรียกว่าหมอหลินแล้วกระมังครับ" เฉินอี้หลานหัวเราะร่วน แววตาที่มองเด็กสาวตรงหน้าเต็มไปด้วยความทึ่งระคนระวังตัว "ท่านเล่นส่ง 'ยาลูกกลอนบำรุงกำลังและแก้ปวดเมื่อยสูตรพิเศษ' ล็อตแรกไปวางขายที่ตลาดมืดแค่สามวัน คนแย่งกันซื้อจนเกลี้ยงแผง ปู่ของสหายผมที่เป็นอดีตนายพลเกษียณถึงกับออกปากชมว่าฝีมือการปรุงยาต้มอัดเม็ดนี้ยอดเยี่ยม ร่างกายที่เคยปวดร้าวตามข้อต่อกลับดีวันดีคืน จนต้องส่งผมให้มาเจรจาธุรกิจกับหมอหลินด้วยตัวเองนี่แหละครับ" ฟางเซียนพยักหน้ารับอย่างไม่ตื่นตระหนก นางคาดการณ์ผลลัพธ์นี้ไว้อยู่แล้ว ยาลูกกลอนที่นางทำขึ้นไม่ได้อาศัยเพียงสูตรตำรับโบราณจากความทรงจำในฐานะศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น แต่นางยังแอบใช้ "น้ำทิพย์" จากมิติลับผสมลงไปในอัตราส่วนที่พอเหมาะพอเจาะ สรรพคุณจึงก้าวกระโดดจนกลายเป็นยาวิเศษกลายๆ ในสายตาคนยุคนี้ "ดีใจที่ได้ยินเช่นนั้นค่ะท่านเฉิน แสดงว่าสินค้าของเราตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายระดับบนได้เป็นอย่างดี" ฟางเซียนผายมือเชิญให้เขา นั่งลงที่เก้าอี้ไม้ไผ่สานฝั่งตรงข้าม ก่อนจะส่งสัญญาณให้จ้าวหยวนที่ยืนเงียบอยู่มุมห้องยกกาชาดินเผาใบเก่าเข้ามาเสิร์ฟน้ำร้อน จ้าวหยวนในชุดเสื้อแจ็กเกตสีเขียวขี้ม้าเข้ม ร่างกายสูงใหญ่กำยำตามวิถีชายหนุ่มบ้านไร่ ยืนสงաբนิ่งอยู่เคียงข้างภรรยา สายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวหอบความระแวดระวังมองพ่อค้าเจ้าเล่ห์ผู้นี้อย่างไม่วางตา แม้เขาจะไม่ค่อยเข้าใจเรื่องการค้าขายใหญ่โตนัก แต่สัญชาตญาณดิบของชายหนุ่มบอกชัดเจนว่า คนผู้นี้มาพร้อมกับข้อเสนอที่อาจเปลี่ยนวิถีชีวิตพวกเขาสองคนไปตลอดกาล "ฮ่าๆๆ สมเป็นภรรยาของสหายจ้าว ผู้มีสายตาเฉียบคมและเด็ดเดี่ยว" เฉินอี้หลานปรายตามองจ้าวหยวนแวบหนึ่งด้วยความเกรงใจไม่น้อย แม้จ้าวหยวนจะเป็นเพียงชาวบ้าน แต่รัศมีคุกคามยามที่เขาจ้องมองคนนั้นช่างน่ากลัวเสียยิ่งกว่าอันธพาลคุมท่าเรือ "เข้าเรื่องเลยดีกว่าครับหมอหลิน ทางผมไม่ได้มาเพื่อรับซื้อไปขายปลีกทีละยี่สิบสามสิบขวดเหมือนก่อนหน้าแล้ว แต่เราต้องการ 'ผูกขาด' สิทธิ์การจัดจำหน่ายยาลูกกลอนสูตรนี้ทั่วทั้งมณฑล!" สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศภายในร้านก็พลันเงียบกริบลงชั่วขณะ เฉินอี้หลานจ้องมองฟางเซียนราวกับจะวัดใจว่าเด็กสาวจะแสดงอาการโลภหรือตื่นตูมออกมาหรือไม่ ทว่าสิ่งที่เขาได้รับกลับมีเพียงรอยยิ้มบางเบาที่ประดับอยู่บนริมฝีปากอิ่มสวยอย่างสง่างาม ฟางเซียนยกถ้วยชาขึ้นจิบช้าๆ กลิ่นหอมกรุ่นของชามะลิช่วยขับเน้นความสุขุมของนางออกมา "ผูกขาดทั่วทั้งมณฑล... ข้อเสนอนี้ฟังดูยิ่งใหญ่และน่าสนใจมากทีเดียวค่ะท่านเฉิน แต่ท่านก็คงทราบดีว่า สมุนไพรหายากที่ใช้เป็นส่วนผสมหลักของยาลูกกลอนนี้ ไม่ใช่สิ่งที่หาเก็บได้ตามป่าหลังหมู่บ้านทั่วไป ต้นทุนทั้งแรงงานและเวลาในการคัดสรรวัตถุดิบ ล้วนมีมูลค่าสูงยิ่งนัก" "เรื่องกำไรผมไม่เอาเปรียบเด็ดขาดครับ!" เฉินอี้หลานรีบโบกมือปฏิเสธเสียงA-กระด้าง พร้อมยื่นกระดาษสัญญาแผ่นหนึ่งที่ร่างไว้ล่วงหน้าออกมาวางบนโต๊ะ "ส่วนแบ่งเจ็ดต่อสาม โดยหมอหลินรับไปเจ็ดส่วนเต็มๆ ผมขอรับแค่สามส่วนเพื่อเป็นค่าขนส่งและค่าดูแลเครือข่ายกระจายสินค้าในเมืองใหญ่ ขอเพียงท่านตกลงเซ็นชื่อ เราสามารถขยายสาขา เปิดโรงงานผลิตยาล่อมินิร่วมกันได้ทันที!" เจ็ดต่อสาม? สำหรับพ่อค้าหน้าเลือดอย่างเฉินอี้หลาน นี่คือข้อเสนอที่แทบจะควักเนื้อตัวเองให้ครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว แต่นางรู้ดีว่าสิ่งที่เขาต้องการไม่ใช่แค่กำไรจากการขายยาลูกกลอนล็อตนี้ แต่เขากำลังมองหา "เส้นสาย" และ "ความน่าเชื่อถือ" ในระยะยาว เพราะในยุคสมัยที่กฎระเบียบเข้มงวด การมีหมอฝีมือดีที่สามารถรักษาโรคเรื้อรังได้ค้ำจุนอยู่เบื้องหลัง ย่อมเป็นเกราะคุ้มภัยชั้นดีให้กับธุรกิจสีเทาขาวของเขา ฟางเซียนกวาดสายตาอ่านข้อความในสัญญาอย่างรวดเร็ว สมองอันชาญฉลาดประมวลผลข้อดีข้อเสียทุกบรรทัดอย่างแม่นยำ แต่นางไม่ได้รีบร้อนตอบตกลง นางเงยหน้าขึ้นสบตาพ่อค้าใหญ่ด้วยแววตานิ่งสงบที่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกเสียวสันหลังวาบ "ข้อเสนอนี้มีความจริงใจสูงมากค่ะท่านเฉิน แต่ดิฉันมีเงื่อนไขเพิ่มเติมอีกสองข้อ หากท่านรับได้ สัญญานี้จึงจะมีผลสมบูรณ์" เฉินอี้หลานกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ พยักหน้ารัวๆ "หมอหลินโปรดว่ามา!" "ข้อแรก... ดิฉันจะไม่เปิดเผยสูตรยาเด็ดขาด การผลิตยาลูกกลอนทุกเม็ดจะต้องทำในพื้นที่ปิดของดิฉันเท่านั้น ท่านมีหน้าที่รับสินค้าไปกระจายต่อตามกำหนด โดยห้ามแอบอ้างหรือส่งต่อให้ผู้อื่นนำไปเลียนแบบ" ฟางเซียนชูนิ้วเรียวขึ้นมาหนึ่งนิ้ว น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาดดั่งประกาศิต "ตกลง! ข้อนี้ผมเข้าใจและยอมรับได้ สมุนไพรลับย่อมต้องมีวิธีรักษาความลับ" เฉินอี้หลานพยักหน้าเห็นพ้องอย่างรวดเร็ว "ข้อที่สอง..." ฟางเซียนหันไปมองหน้าจ้าวหยวนที่นั่งข้างกาย แววตาอ่อนโยนลงวบหนึ่งก่อนจะหันกลับมาสบตาพ่อค้าใหญ่ "เงินปันผลเจ็ดส่วนนั้น ดิฉันขอเปลี่ยนเป็น 'สิทธิ์ในการซื้อที่ดินและอาคารพาณิชย์ใจกลางย่านการค้าเมืองหลวงมณฑล' สองคูหาในนามของสามีดิฉัน... จ้าวหยวน แทนการรับเป็นเงินสดทั้งหมด" เปรี้ยง! ประดุจสายฟ้าฟาดลงกลางห้อง เฉินอี้หลานถึงกับอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ส่วนจ้าวหยวนเองก็หันขวับมามองภรรยาด้วยความคาดไม่ถึง หัวใจของชายหนุ่มกระตุกวาบ ความอบอุ่นและซาบซึ้งพวยพุ่งขึ้นมาจุกอกจนพูดไม่ออก นาง... กำลังวางรากฐานอนาคตที่มั่นคงที่สุดให้แก่เขา ไม่ใช่เพียงแค่เงินทองชั่วครั้งชั่วคราว แต่เป็นการซื้ออสังหาริมทรัพย์ใจกลางเมืองที่มูลค่าจะพุ่งสูงขึ้นทวีคูณในอนาคตอันใกล้นี้! "นี่... หมอหลิน ท่านช่าง... ช่างมีวิสัยทัศน์กว้างไกลยิ่งนัก!" เฉินอี้หลานสูดหายใจเข้าลึกๆ สมองของพ่อค้าประเมินมูลค่าที่ดินสองคูหาในย่านการค้าใจกลางเมืองกับสัดส่วนกำไรที่เขาจะได้ในระยะยาว แล้วพยักหน้ารับอย่างเด็ดเดี่ยวทันที "ตกลง! ผมจัดการเรื่องโฉนดที่ดินให้ท่านเสร็จสิ้นภายในสัปดาห์หน้าอย่างแน่นอน!" บรรยากาศการเจรจาจบลงด้วยรอยยิ้มพึงพอใจของทั้งสองฝ่าย เฉินอี้หลานขอตัวกลับไปจัดการเรื่องเอกสารสัญญาและโฉนดที่ดินทันที ทิ้งให้สองสามีภรรยายืนอยู่ท่ามกลางความเงียบสงบของร้านยามบ่าย จ้าวหยวนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือหนาเอื้อมไปโอบไหล่บางของภรรยาเข้ามาแนบชิด ไออุ่นจากร่างกายของชายหนุ่มแผ่ซ่านเข้ามาจนฟางเซียนรู้สึกได้ ดวงตาคมกริบที่เคยดุดันยามเผชิญหน้ากับคนแปลกหน้า บัดนี้กลับฉายแววรักใคร่และเทิดทูนจนแทบหยด "ฟางเซียน... เธอทำเพื่อฉันมากเกินไปแล้ว" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบข้างหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดเส้นผมสลวย จ้าวหยวนรู้สึกราวกับตัวเองเป็นผู้ชายที่โชคดีที่สุดในใต้หล้า สามีบ้านไร่ผู้ต้อยต่ำ กลับมีภรรยาที่เป็นทั้งหมอเทวดาและนักธุรกิจหญิงผู้ชาญฉลาดคอยชี้ทางสว่างให้ ฟางเซียนเงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มหวานละมุนผุดขึ้นบนใบหน้า นางเอื้อมมือไปแตะแก้มสากระคายของสามีเบาๆ "พวกเราเป็นสามีภรรยากันนะคะ ความสำเร็จของฉัน ก็คือความอนาคตของเราสองคน... อีกอย่าง ฉันไม่อนุญาตให้สามีของฉันเป็นแค่ชาวไร่ไปตลอดชีวิตหรอกนะ เจ้าหมาป่าตัวโตของฉันจะต้องกลายเป็นคหบดีใหญ่ที่มีคนก้มหัวให้ต่างหากล่ะคะ" คำพูดหยอกเย้าแต่จริงจังนั้นทำให้จ้าวหยวนหัวเราะในลำคออย่างสุข ริมฝีปากหยักลึกกำลังจะก้มลงประทับรอยจูบซับความหวานบนหน้าผากมน ทว่าทันใดนั้นเอง... ปัง! เสียงทุบประตูด้านหน้าร้านดังขึ้นอย่างรุนแรงขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงโวยวายแหลมสูงคุ้นหูที่ตะโกนแผดลั่นเข้ามาข้างใน "อีเด็กสารเลว หลินฟางเซียน! แกหลบหัวหัวอยู่ที่ไหน! รีบไสหัวออกมาหาแม่สามีคนนี้เดี๋ยวนี้เลยนะ! แกกล้าดียังไงถึงแอบไปทำธุรกิจลับรวยเงียบคนเดียวโดยไม่แบ่งเงินมาให้ตระกูลจ้าวของพวกเราใช้หาสวรรค์วิมานอะไรยะ!" สีหน้าของจ้าวหยวนเปลี่ยนเป็นเย็นชาขึ้นมาทันที รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาจนน่ากลัว ในขณะที่ฟางเซียนกลับยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย แววตาสนุกสนานฉายประกายวิบวับราวกับแมวตัวน้อยที่กำลังรอให้เหยื่อเดินเข้ามาติดกับดักด้วยตัวเอง ...ดูท่าว่า แม่สามีตัวแสบกับบรรดาญาติผู้พี่จอมสูบเลือดสูบเนื้อ จะเลือกเวลามา "ทวงบุญคุณ" ได้ถูกจังหวะเวลาเสียเหลือเกินนะเพคะ! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางเติบโตไปพร้อมกับความแซ่บและความรวยของบ้านนี้ด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอหญิงแห่งยุคขาดแคลน กับภารกิจปั้นสามีให้รวยระเบิด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%