"ถ้าสะใภ้รองอย่างหลินฟางเซียนยังกล้าแกล้งป่วยนอนซมอยู่บนเตียงจนตะวันตรงหัวล่ะก็ เย็นนี้ตระกูลจ้าวของเราก็ไม่ต้องกินข้าวกันพอดี! ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้! อย่ามาสำออยบีบน้ำตาแถวนี้ คนงานในคอมมูนเขาไปทำงานกันหมดแล้ว ยายตัวขี้เกียจเอ้ย!"
เสียงตวาดแหลมสูงจนแก้วหูแทบแตกดังทะลุประตูไม้ไผ่เก่าๆ เข้ามา พร้อมกับเสียงทุบโต๊ะดัง *ปัง!* จนฝุ่นละอองที่เกาะอยู่ตามขื่อบ้านร่วงกราวลงมาปะทะกับใบหน้าซีดเซียวของคนที่นอนอยู่บนเตียง
หลินฟางเซียนขมวดคิ้วมุ่น ความเจ็บปวดแปลบปลาดยังคงแล่นริ้วมาจากท้ายทอย สมองของแพทย์หญิงมือหนึ่งแห่งศตวรรษที่ 21 กำลังประมวลผลอย่างรวดเร็วท่ามกลางเสียงเอะอะโวยวาย
*เกิดอะไรขึ้น?* เธอยังจำได้แม่นว่าเธอกفاคลังยาและห้องผ่าตัดเคลื่อนที่ของตัวเองกำลังถูกจัดระเบียบเพื่อเตรียมส่งมอบให้กับหน่วยแพทย์สนาม แต่ตอนนี้กลิ่นอับของฟางข้าว กลิ่นดินโคลน และกลิ่นสาบของบ้านไม้ทรุดโทรมกลับตีรวนขึ้นมาเตะจมูก
ความทรงจำแปลกปลอมหลั่งไหลเข้ามาในหัวดั่งสายน้ำหลาก—ร่างนี้คือ "หลินฟางเซียน" หญิงสาววัยยี่สิบปีที่ถูกขายมาเป็นสะใภ้รองให้กับตระกูลจ้าวแห่งหมู่บ้านหง싱 ในปี ค.ศ. 1975 ยุคสมัยที่ข้าวปลาอาหารขาดแคลน ผู้คนต้องใช้คูปองแลกซื้อทุกสิ่งอย่าง และที่สำคัญ... แม่สามีอย่าง "หลี่ว์ซื่อ" เกลียดชังสะใภ้คนนี้เข้ากระดูกดำ มองว่าเธอเป็นตัวกาลกิณีที่กินข้าวเปล่าๆ ไปวันๆ โดยไม่ยอมทำงานหนัก
"นังฟางเซียน! แกยังไม่ลุกอีกใช่ไหม? อยากให้ฉันเอาไม้กวาดไล่หวดหลังจริงๆ หรือไง!"
เสียงฝีเท้าหนักๆ ก้าวเข้ามาใกล้ประตู พร้อมกับมือหยาบกร้านที่กระชากเปิดประตูไม้ออกอย่างแรงจนมันกระแทกผนังเสียงดังสนั่น หลี่ว์ซื่อสะใภ้ใหญ่ผู้มีใบหน้าหยักศกและริมฝีปากบางเฉียบยืนเท้าสะเอวอยู่ตรงนั้น สายตาดุดั่งเหยี่ยวจ้องมองมาที่เตียงด้วยความชิงชัง
ฟางเซียนค่อยๆ ลืมตาขึ้น แววตาที่เคยอ่อนแอและหวาดกลัวถูกแทนที่ด้วยความนิ่งสงบ เย็นชา และเฉียบคมราวกับใบมีดผ่าตัด เธอยันกายลุกขึ้นนั่งช้าๆ ใช้มือแตะรอยฟกช้ำที่ท้ายทอย—นี่คือร่องรอยจากการที่เจ้าของร่างเดิมถูกผลักล้มกระแทกขอบโต๊ะเมื่อวานนี้ เพราะพยายามจะแย่งแป้งข้าวโพดถ้วยสุดท้ายมาต้มกินเพื่อประทังชีวิต
"แม่..." ฟางเซียนเปล่งเสียงออกมา น้ำเสียงแหบแห้งแต่กลับมีพลังบางอย่างที่ทำให้หลี่ว์ซื่อชะงักไปชั่วขณะ "ท่านบอกว่าฉันขี้เกียจ?"
หลี่ว์ซื่อแค่น "หอะ" ออกมาทางจมูก เดินเข้ามาใกล้เตียงแล้วยื่นนิ้วเหี่ยวๆ ชี้หน้า "ไม่ใช่หรือไง? ตั้งแต่แต่งเข้าบ้านตระกูลจ้าวมา แกเคยทำประโยชน์อะไรให้บ้านนี้บ้าง? นอกจากกิน นอน และทำหน้าสะลึมสะลือเหมือนคนใกล้ตาย สามีของแก... เจ้าหยวน ต้องหลังขดหลังแข็งแบกหามอยู่ในเหมืองหินจนมือแตกเป็นแผล ก็เพราะมีเมียขี้โรคอย่างแกคอยผลาญเงินค่าแรง!"
ฟางเซียนหรี่ตาลงเล็กน้อย หัวใจวูบไหวเมื่อได้ยินชื่อ "จ้าวหยวน" สามีในนามผู้ไม่ค่อยพูดจา แต่กลับแอบซ่อนแป้งสาลีชิ้นเล็กๆ ไว้ใต้หมอนให้เธอกินเสมอเมื่อเขากลับมาบ้านดึกดื่น
แต่วันนี้... เธอยังไม่มีเวลาซาบซึ้งกับความรักของสามีหนุ่ม เพราะกระเพาะอาหารที่ร้องประท้วงด้วยความหิวโหยกำลังบอกเธอว่า หากไม่จัดการปัญหาเฉพาะหน้าตอนนี้ เธอนั่นแหละที่จะเป็นคนแรกในยุค 70 ที่อดตายจริงๆ
"ถ้าฉันขี้เกียจแล้วใครกันล่ะที่ซักผ้ากองโตเมื่อวานนี้? ใครกันที่ต้องไปหาผักป่ามาต้มน้ำแกงให้พวกท่านกินจนมือพอง?" ฟางเซียนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ร่างกายจะผอมบางและสวมเสื้อผ้าเก่าๆ ที่ปะชุนจนแทบจำสภาพเดิมไม่ได้ แต่ท่าทางและรัศมีที่แผ่ออกมาจากตัวเธอกลับทำให้หลี่ว์ซื่อถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
"แก... นังสะใภ้รอง! กล้าเถียงฉันเรอะ!" หลี่ว์ซื่อหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธ ยกมือขึ้นทำท่าจะตบลงมาที่ใบหน้าของฟางเซียน
*เพียะ!* — เสียงตบไม่ได้ดังขึ้นตามที่หลี่ว์ซื่อคาดหวัง เพราะฟางเซียนเอี้ยวตัวหลบได้อย่างรวดเร็วดั่งปลาไหล พร้อมกับยื่นมือไปคว้าข้อมือของแม่สามีไว้แน่น แรงบิดที่จุดชีพจรทำให้หลี่ว์ซื่อร้องโอดโอยออกมาด้วยความเจ็บแปลบจนหน้าบิดเบี้ยว
"โอ๊ยๆๆ! มือฉัน! นังเด็กนี่ แกกล้าทำร้ายแม่สามีเรอะ! ฟ้าผ่าหัวแกแน่!"
"ฟ้าจะผ่าใครฉันไม่รู้หรอกค่ะแม่..." ฟางเซียนโน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างหูหลี่ว์ซื่อ น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เย็นเยียบจนอีกฝ่ายขนลุกซู่ "แต่ถ้าแม่ยังกล้ามาหาเรื่องฉันด้วยข้อหาไร้สาระแบบนี้อีก ฉันนี่แหละจะใช้เข็มเงินฝังจุดชีพจรของแม่ ทำให้แม่พูดไม่ได้ไปสามวันเจ็ดวัน... อยากลองดูไหมคะว่าฝีมือแพทย์ของฉันเป็นยังไง?"
หลี่ว์ซื่อเบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัว นางไม่รู้ว่าทำไมนังสะใภ้ขี้โรคคนนี้ถึงได้เปลี่ยนไปราวกับคนละคน แววตานั้น... มันไม่ใช่แววตาของเด็กสาวชาวบ้านทั่วไป แต่มันเหมือนปีศาจที่พร้อมจะกลืนกินคนได้ทั้งตัว!
"ปล่อย... ปล่อยฉันนะ!" หลี่ว์ซื่อสะบัดแขนหลุดด้วยความตกใจ ถอยกรูดไปจนชนขอบประตู ก่อนจะชี้หน้าอาฆาตมาดร้าย "ดี! ปีกกล้าขาแข็งนักนะ! วันนี้แกไม่ต้องกินข้าว ไม่ต้องออกไปไหนทั้งนั้น อยู่ซักเสื้อผ้ากองสุมหลังบ้านให้หมด ไม่งั้นเย็นนี้อย่าหาว่าฉันใจร้ายไม่ยอมให้เจ้าหยวนเข้าบ้าน!"
พูดจบ หลี่ว์ซื่อก็วิ่งหนีเตลิดออกไปจากห้องราวกับเจอผีสาง
ฟางเซียนมองตามร่างที่วิ่งหนีไปจนลับตา ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วหันกลับมาสำรวจห้องนอนคับแคบแห่งนี้
ในขณะที่เธอกำลังคิดว่าจะหาทางตั้งหลักในยุคที่กันดารเช่นนี้อย่างไร จู่ๆ ความรู้สึกเย็นวาบก็แล่นผ่านเข้ามาในจิตสำนึก—ภาพของ "มิติลับ" คลังยาและอุปกรณ์การแพทย์อัจฉริยะจากศตวรรษที่ 21 ปรากฏขึ้นในหัวของเธอตามเสียงเรียกของจิตใจ!
พริบตาเดียว ฟางเซียนก็พบว่าตัวเองยืนอยู่ท่ามกลางชั้นวางสมุนไพรล้ำค่า โสมป่าร้อยปี วิตามินเสริม อาหารสำเร็จรูป และเครื่องมือผ่าตัดที่ครบครัน พื้นที่กว้างขวางราวกับห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ขนาดใหญ่
"เยี่ยม... อย่างน้อยฉันก็ไม่ได้มือเปล่า" ฟางเซียนยิ้มมุมปาก เธหยิบโสมเกาหลีอายุหลายสิบปีออกมาหนึ่งหัว พร้อมกับแป้งสาลีเนื้อดีและเนื้อหมูแห้งชิ้นโตจากตู้เย็นสำรองในมิติ
หากตระกูลจ้าวนี้ยากจนข้นแค้นนัก เธอก็จะใช้ความรู้ทางการแพทย์และสมุนไพรในมิตินี้พลิกฟื้นฐานะขึ้นมาเอง! และสามีซื่อบื้อผู้แสนดีคนนั้น... เธอจะขุนให้เขากลายเป็นเศรษฐีอันดับหนึ่งของยุค 70 ให้ดู!
แต่ทว่า... ขณะที่ฟางเซียนกำลังจะก้าวออกจากมิติเพื่อจัดการกับกองผ้าขี้ริ้วหลังบ้าน เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเสียงทุบประตูก็กรูกันเข้ามาด้านนอกเสียก่อน
"เกิดเรื่องใหญ่แล้ว! เจ้าหยวน... เจ้าหยวนลูกสะใภ้รอง! สามีแกถูกคนจากเหมืองหินหามกลับมาบ้านแล้ว อาการสาหัสมาก เลือดออกเต็มตัว ไม่รู้ว่าจะรอดหรือเปล่า!"
เสียงร้องตะโกนตื่นตระหนกของเพื่อนบ้านดังลั่นมาจากนอกรั้วบ้าน ทำให้ฟางเซียนชะงักกึก หัวใจกระตุกวูบ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางย้อนเวลามาตกระกำลำบากและสร้างเนื้อสร้างตัวไปกับหมอหญิงฟางเซียนนะคะ!
คุณหมอหญิงแห่งยุคขาดแคลน กับภารกิจปั้นสามีให้รวยระเบิด•ตอนที่ 1
วิญญาณแพทย์หญิงในร่างสะใภ้ขี้โรค
ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอหญิงแห่งยุคขาดแคลน กับภารกิจปั้นสามีให้รวยระเบิด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!