“ปล่อยผมนะคุณคณิน!”
เสียงหวานตวาดกร้าวลอดไรฟัน ดวงตาคู่สวยที่เมื่อครู่ยังฉายแววตื่นตระหนกแปรเปลี่ยนเป็นความแข็งกร้าวในเสี้ยววินาที เพียงฟ้าสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุมอย่างแรง แรงอารมณ์ที่ตีรวนอยู่ในอกทำให้ลมหายใจของเขาหอบกระชั้น หน้าอกบางกระกระแทกขึ้นลงตามจังหวะความโกรธที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด
เหตุการณ์เมื่อครู่ที่ประธานหนุ่มจอมเผด็จการเกือบจะล้ำเส้นความสัมพันธ์ ทำให้หัวใจของเขาเต้นรำด้วยความหวาดหวั่นปนสับสน แต่มันไม่ใช่ความหวั่นไหวแบบที่คนคลั่งรักเขาลุ่มหลงกัน... มันคือความรู้สึก ‘เสียการควบคุม’ ที่เพียงฟ้าเกลียดที่สุดต่างหาก
คณินยืนนิ่งค้างมือกลางอากาศ ดวงตาคมกริบสีนิลมองฝ่ามือว่างเปล่าของตัวเองที่เพิ่งปล่อยร่างบางไป ความอุ่นซ่านจากผิวเนื้อของอีกฝ่ายยังคงหลงเหลืออยู่บนปลายนิ้ว แต่แววตาและคำพูดที่กระแทกกระทั้นกลับสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง
ความเงียบงันชั่วขณะแผ่ขยายเข้ามาปกคลุมห้องทำงานกว้าง รังสีความอึดอัดพวยพุ่งเสียยิ่งกว่าตอนประชุมบอร์ดบริหาร เหตุไฉนผู้หญิง... ไม่สิ บัณฑิตจบใหม่ปากกล้าคนนี้ ถึงทำให้สติสัมปชัญญะที่สะสมมาสาม عشرปีของเขาหลุดลอยได้ง่ายดายนัก
“แค่เตือนสติว่าอย่าลืมสถานะของตัวเอง ทำเป็นตีโพยตีพายไปได้”
น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาด้วยความเคยชิน คณินเลือกที่จะใช้ความเย็นชาและท่าทีเย่อหยิ่งเข้าเกราะกำบังหัวใจที่กำลังเต้นรำไม่เป็นส่ำ ความจริงแล้วเขาไม่ได้ตั้งใจจะล่วงเกินอีกฝ่ายให้ถึงเนื้อถึงตัวขนาดนั้น แต่เพราะกลิ่นกายสะอาดๆ กับดวงตากลมโตที่มองมาด้วยความท้าทาย มันกระตุ้นสัญชาตญาณความเป็นนักล่าในตัวให้อยากปราบพยศคนตรงหน้าจนเกินขอบเขตต่างหาก
เพียงฟ้าแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน แต่มันเต็มไปด้วยหยาดหยันและความเจ็บแปลบที่วิ่งริ้วเข้าสู่ขั้วหัวใจ
“สถานะ? อ้อ... ผมลืมไปครับ ว่าผมมันก็เป็นแค่ ‘เด็กฝึกงาน’ ในสายตาของท่านประธานผู้สูงส่ง เป็นแค่หมากตัวหนึ่งที่คุณจะโยกย้ายหรือทำอะไรตามอำเภอใจก็ได้ใช่ไหมครับ!”
“เพียงฟ้า!” ประธานหนุ่มคำรามลั่น ดวงตาคมเข้มดุจพญาเสือโคร่งจ้องเขม็ง ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นจนขึ้นสันกราม ความหงุดหงิดที่สะสมมาตั้งแต่เรื่องโปรเจกต์งานแต่งกับมินตรา ประกอบกับท่าทีดื้อรั้นไม่ยอมก้มหัวให้ใครของอีกฝ่าย ทำให้ฟิวส์ขาดสะบั้นลงในพริบตา
“ทำไมล่ะครับ? ผมพูดความจริงนี่!” เพียงฟ้าเชิดหน้าขึ้นสู้ ดวงตารื้นไปด้วยหยาดน้ำใสจากความคับแค้นใจ แต่เขาไม่มีวันยอมปล่อยให้มันไหลออกมาต่อหน้าผู้ชายใจร้ายคนนี้เด็ดขาด “ถ้าคุณเกลียดผมนัก หรือคิดว่าผมเข้ามาเพื่อเกาะคุณกิน ทำไมไม่ไล่ผมออกไปซะล่ะครับ จะเก็บคนน่ารำคาญอย่างผมไว้รกหูรกตาทำไม หรือว่า... อำนาจในมือคุณมันสั่งให้ทำตามใจตัวเองไม่ได้ ถ้าไม่มีผมไว้ให้คุณคอยรังแกเล่นเพื่อความสะใจ!”
คำพูดที่พรั่งพรูออกมาด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจผสมโรงกับความโกรธ ทำให้บรรยากาศในห้องดิ่งลงเหวชั่วขณะ
คณินขบกรามแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน คำว่า ‘รังแกเล่นเพื่อความสะใจ’ วิ่งวนอยู่ในหัวเป็นร้อยๆ รอบ ความหวuดีที่อยากจะอธิบายความรู้สึกแท้จริงถูกทิฐิอันสูงส่งปิดตายไว้จนหมดสิ้น ความเงียบงันที่น่ากลัวเข้าปกคลุมอีกครั้ง ก่อนที่ประธานหนุ่มจะพ่นคำพูดที่คมกริบยิ่งกว่าใบมีดออกมาด้วยความโมโหร้าย
“อยากรู้เหตุผลจริงๆ งั้นเหรอว่าทำไมฉันถึงยังเก็บเธอไว้...”
เพียงฟ้าชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก หัวใจกระตุกวูบอย่างแรงเมื่อเห็นรอยยิ้มหยันที่มุมปากของอีกฝ่าย
“ก็เพราะโปรไฟล์กระจอกๆ กับเรซูเม่บ้านๆ ของเธอมันไม่มีค่าพอที่จะเข้ามาทำงานในบริษัทระดับนี้ด้วยซ้ำ!” คณินสาดคำพูดเชือดเฉือนออกไปโดยไม่ทันยั้งคิด ความโกรธบังตาจนลืมมองประกายความเจ็บปวดที่ไหวระริกอยู่ในดวงตากลมโตคู่นั้น “ถ้าไม่ใช่เพราะฉัน ‘เวทนา’ และอยากลองดูว่าเด็กจบใหม่ที่อวดดีอย่างไร้รอยต่อแบบเธอจะทนความกดดันได้สักกี่น้ำ เธอก็คงเป็นได้แค่คนตกงานที่วิ่งร่อนเร่สมัครงานไปทั่วเมืองแล้วล่ะ!”
กริ๊ง... เสียงสิ่งของบางอย่างในความรู้สึกของเพียงฟ้าร่วงหล่นแตกกระจาย
ทุกคำพูดของคณินพุ่งเข้าปักกลางอกราวกับลูกศรอาบยาพิษ มันไม่ใช่แค่การดูถูกศักดิ์ศรีในฐานะพนักงาน แต่มันเป็นการเหยียบย่ำตัวตน ความพยายาม และหยาดเหงื่อทั้งหมดที่เขาแลกมาด้วยความยากลำบากตลอดสี่ปีในมหาวิทยาลัย
ดวงตากลมโตที่เคยดื้อรั้นและเปล่งประกายความท้าทาย บัดนี้เบิกกว้างขึ้นอย่างช้าๆ ความเจ็บปวดลึกซึ้งสะท้อนชัดเจนในหน่วยตาคู่นั้น ก่อนที่มันจะแปรเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่า เยียบเย็น และเด็ดเดี่ยวอย่างที่คณินไม่เคยเห็นมาก่อน
“ขอบคุณ... สำหรับความเวทนาของคุณนะครับ”
เสียงหวานเอמהแผ่วเบา แต่กลับทรงพลังและบาดลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจของคนฟัง เพียงฟ้ายกมือขึ้นปาดหยดน้ำตาที่รั้นจะไหลออกมาราวกับมันเป็นสิ่งสกปรก รอยยิ้มหยันถูกจุดขึ้นที่ริมฝีปากบาง ช่างเป็นรอยยิ้มที่งดงามแต่กลับทำให้คณินรู้สึกหนטวเหน็บไปถึงกระดูกดำ
“ในเมื่อตัวตนและเรซูเม่ของผมมันไม่มีค่าอะไรในสายตาของประธานผู้สูงส่ง... ผมก็คงไม่มีหน้าด้านพอที่จะทนอยู่รับความเวทนาของคุณอีกต่อไปแล้วล่ะครับ”
พูดจบ เพียงฟ้าก็หันหลังขวับ น้ำตาที่กลั้นไว้ร่วงเผาะลงมากระทบพื้นพรมราคาแพง ร่างบางก้าวเดินอย่างมั่นคงไปที่ประตูห้องทำงานโดยไม่แม้แต่จะเหลียวกลับมามองเจ้าของห้องที่ยืนแข็งค้างราวกับถูกสาป
“เดี๋ยวก่อน... เพียงฟ้า!”
คณินเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองเพิ่งทำเรื่องที่โง่เง่าที่สุดลงไป เสียงทุ้มร้องเรียกชื่อนั้นด้วยความตระหนก ความโกรธเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความหวาดกลัวบางอย่างที่กำลังกัดกินหัวใจ เขาก้าวเท้าจะพุ่งตามร่างบางไป แต่ทว่า...
แกร็ก!
เสียงปลดล็อกและบิดลูกบิดประตูดังขึ้นตัดหน้า พร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลที่ไม่คาดฝันก้าวเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัว โดยไม่รอให้เลขานุการด้านนอกได้ส่งสัญญาณเตือนแม้แต่น้อย
มินตราในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงระยับ ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้ม เธอกวาดตามองสภาพอันยุ่งเหยิงระหว่างคณินที่ยืนหน้าซีดเผือดอยู่กลางห้อง และเพียงฟ้าที่กำลังเดินสวนออกไปด้วยดวงตาแดงก่ำ
“อ้าว... น้องฟ้าจะรีบไปไหนเหรอคะ หรือว่าฉันเข้ามาขัดจังหวะอะไรสำคัญระหว่างคุณคณินกับเด็กฝึกงานคนนี้เข้าซะแล้วล่ะเนี่ย?”
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนนิยายเรื่องนี้ด้วยดีเสมอมานะครับ
ดีลลับฉบับประธานคลั่งรัก•ตอนที่ 7
คำดูถูกที่เจ็บจี๊ด
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับประธานคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!