"ลบมันซะ วิน... ก่อนที่ชีวิตนายจะถูกลบไปพร้อมกับโพสต์พวกนั้น"
เสียงของรินสั่นพร่าขณะเธอกดรีเฟรชหน้าจอโทรศัพท์มือถือซ้ำๆ ตัวเลขยอดแชร์ในเพจ 'มหานครไร้เงา' พุ่งทะยานอย่างบ้าคลั่ง แต่มันไม่ใช่การชื่นชมในบทความที่วินเขียน มันคือทัวร์ลงจากกองทัพไอโอที่ถูกจัดตั้งขึ้นมาเพื่อบิดเบือนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโครงการอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ที่เขากำลังขุดคุ้ย
วินไม่ได้ตอบโต้อะไร เขาเพียงแต่มองออกไปนอกหน้าต่างอพาร์ตเมนต์ที่มืดมิด ทิ้งภาพถ่ายใบนั้น—ภาพที่เขาถูกแอบถ่ายขณะนั่งพิมพ์งาน—วางไว้บนโต๊ะข้างแล็ปท็อป แสงสีฟ้าจากหน้าจอกระทบลงบนใบหน้าของเขา สร้างเงาที่ดูเคร่งขรึมจนแทบจะกลืนไปกับความมืดของห้อง
"นายรู้ไหมว่าพวกเขาไม่ได้แค่ต้องการให้ลบโพสต์" รินวางมือสั่นๆ ลงบนไหล่ของเขา "พวกเขาต้องการขู่ให้นายกลัว เหมือนที่เคยทำกับคนอื่นๆ ก่อนหน้านี้ นายไม่เห็นเหรอว่าชื่อของนายเริ่มถูกนำไปเชื่อมโยงกับเรื่องทุจริตที่นายไม่ได้ทำ?"
"ผมรู้ครับริน" วินตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แววตาของเขาไม่ได้สั่นไหวตามคำพูดของหญิงสาว "แต่ถ้าคนอย่างเรายอมก้มหัวให้แสงไฟที่ฉาบฉวยพวกนี้เพียงเพราะกลัวเงาที่มันสร้างขึ้น แล้วใครล่ะครับที่จะบอกความจริงกับคนที่มองไม่เห็นความเน่าเฟะข้างใต้ตึกระฟ้าพวกนั้น?"
"แต่ชีวิตนายนะวิน! นายยังมีอนาคต..."
"อนาคตที่ต้องอยู่ใต้คำสั่งของพวกเขาน่ะหรือครับ?" วินหันกลับมามองเธอ ดวงตาของเขาฉายแววที่ซับซ้อน มันคือความรู้สึกผิดในอดีตที่ค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยความมุ่งมั่นบางอย่าง "ผมเคยปล่อยมือจากครอบครัวเพราะความขลาดกลัวมาแล้วครั้งหนึ่ง ในตอนนั้นผมคิดว่าการนิ่งเฉยคือทางรอดที่ดีที่สุด แต่มันกลับทำให้ผมกลายเป็นคนไร้ตัวตนในเมืองนี้ไปตลอดกาล"
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบจะหยุดหายใจ ลุงสมหมายเดินเข้ามาในห้องช้าๆ ในมือถือถุงพลาสติกบรรจุขวดน้ำเปล่าที่เก็บได้จากกองขยะ ชายชราเงยหน้ามองวินด้วยสายตาที่ผ่านโลกมามากพอที่จะรู้ว่าความเงียบในห้องนี้มันหมายถึงอะไร
"ไอ้หนู..." ลุงสมหมายเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "เมืองนี้มันเหมือนเครื่องบดเนื้อครับ ยิ่งนายดิ้นขัดขืน มันยิ่งบดละเอียด แต่ถ้าวันหนึ่งเครื่องมันติดขัดเพราะมีคนกล้าเอาเหล็กไปขวาง... อย่างน้อยคนที่ตามมาข้างหลังก็อาจจะยังมีทางเดิน"
วินขยับยิ้มที่มุมปาก แต่มันไม่ใช่รอยยิ้มแห่งความสุข มันคือรอยยิ้มของการตัดสินใจที่เด็ดขาด เขาหันกลับไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ นิ้วเรียวยาวเริ่มพิมพ์ตอบโต้คอมเมนต์เหล่านั้นด้วยข้อมูลจริงที่เขาเก็บรวบรวมมานานหลายเดือน โดยไม่สนใจว่าไอดีปลอมพวกนั้นจะข่มขู่เขาด้วยคำพูดแบบไหน
ทันใดนั้น เสียงแจ้งเตือนจากอีเมลดังขึ้นพร้อมกันหลายฉบับ วินคลิกเข้าไปดูด้วยความสงสัย ก่อนที่ใบหน้าของเขาจะเปลี่ยนสีไปอย่างสิ้นเชิง
มันไม่ใช่คำขู่จากบริษัททุนใหญ่อีกต่อไป แต่มันคือไฟล์วิดีโอจากกล้องวงจรปิดในซอยเปลี่ยวหน้าบ้านแม่ของเขาเมื่อสามปีก่อน... วันที่เขาตัดสินใจเดินจากมาโดยทิ้งคนในครอบครัวให้เผชิญชะตากรรมตามลำพัง
ในวิดีโอนั้น ปรากฏร่างของคนผู้หนึ่งที่ยืนแอบมองวินจากมุมมืดในวันนั้น พร้อมกับข้อความใต้คลิปที่เขียนสั้นๆ ว่า *"เราเห็นทุกอย่างตั้งแต่วันที่นายทิ้งพวกเขา... และเรามีสิ่งที่นายทำหายไปในวันนั้นอยู่กับเรา"*
วินแทบหยุดหายใจ มือของเขาสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ขณะที่คลิปนั้นเล่นซ้ำไปซ้ำมา และในจังหวะที่เขากำลังจะปิดหน้าจอ ประตูห้องของเขาก็ถูกเคาะเบาๆ... เป็นจังหวะเดียวกับที่ข้อความใหม่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอว่า *"เปิดประตูสิครับ... ผมเอาความทรงจำที่คุณลืมไปมาคืนให้"*
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษแห่งความจริงในเมืองใหญ่นี้ไปด้วยกันกับคนมองเมืองนะครับ
มหานครไร้เงา: บันทึกมิตรภาพใต้แสงไฟ•ตอนที่ 33
แรงกดดันจากสังคม
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหานครไร้เงา: บันทึกมิตรภาพใต้แสงไฟ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!