มหานครไร้เงา: บันทึกมิตรภาพใต้แสงไฟ•ตอนที่ 34

ทางแยก

ผลงานโดย คนมองเมือง
“ถ้าคุณกดส่งไฟล์ภาพชุดนี้... อนาคตในสายอาชีพช่างภาพสารคดีของคุณในเมืองนี้ ก็ถือว่าจบสิ้นครับวิน” เสียงของหัวหน้ากองบรรณาธิการไม่ได้ดัง แต่กลับหนักแน่นจนเหมือนค้อนเหล็กที่ตอกลงบนโต๊ะไม้ราคาแพงในห้องทำงานที่เงียบเชียบ วินนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้หนังสีดำเบาะนิ่ม มือของเขาที่วางอยู่บนตักสั่นเล็กน้อยจนต้องกำหมัดแน่นเข้าหากัน บนหน้าจอแล็ปท็อปเบื้องหน้า คือภาพถ่ายชุด ‘ความลับใต้สะพาน’ ภาพที่เปิดโปงขบวนการคอรัปชันของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ ซึ่งมีชื่อของพ่อของหัวหน้างานคนนี้ปรากฏอยู่เป็นตัวละครสำคัญ วินเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่าย นัยน์ตาของเขาไร้ซึ่งความลังเล แต่หัวใจข้างในกลับบีบคั้นราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นกระชากไว้ “ความถูกต้องมันมีราคาสูงขนาดนั้นเลยหรือครับคุณธันวา” วินถามเสียงเรียบ สุ้มเสียงของเขาแหบพร่า “ถ้าผมเก็บภาพเหล่านี้ไว้เพียงเพื่อความก้าวหน้าของตัวเอง แล้วชีวิตของผู้คนที่ต้องไร้ที่อยู่อาศัยใต้สะพานนั่นล่ะครับ... ชีวิตพวกเขาไม่มีราคาพอที่จะแลกกับหน้าที่การงานของผมเลยหรือ” ธันวาถอนหายใจยาว ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่างบานสูงที่มองเห็นวิวกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยแสงไฟระยิบระยับที่ดูเหมือนจะลวงตาให้คนหลงเชื่อว่าเมืองนี้มีความหวัง “วิน... คุณยังเด็ก คุณยังมองโลกเป็นสีขาวกับดำ แต่ที่นี่คือสีเทาครับ ถ้าคุณส่งภาพนี้ออกไป พรุ่งนี้คุณจะกลายเป็นวีรบุรุษบนโลกโซเชียล แต่หลังจากนั้น คุณจะไม่มีวันได้จับกล้องถ่ายงานใหญ่ๆ ในเมืองนี้ได้อีกเลย คุณจะกลายเป็น 'คนนอก' ทันที คุณพร้อมจะทิ้งชีวิตที่คุณสร้างมาเพื่อคนกลุ่มนั้นจริงๆ หรือ” วินนึกถึงหน้าของลุงสมหมาย ชายชราที่เก็บของเก่าประทังชีวิตแต่มักจะมีรอยยิ้มให้กับเขาเสมอ ลุงสมหมายคือคนแรกที่พาเขาไปเห็นความจริงเบื้องหลังความเจริญของตึกระฟ้าเหล่านั้น ภาพที่ลุงสมหมายร้องไห้เมื่อบ้านเพิงหมาแหงนถูกรื้อถอนเพื่อโครงการที่ธันวากำลังปกป้องอยู่นี้ ยังคงแจ่มชัดในความทรงจำ เขาไม่ได้ตอบโต้อะไรเพียงแต่คว้าแฟลชไดรฟ์ที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมา ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง “ผมอาจจะกลายเป็นคนนอกสำหรับคุณธันวา แต่ถ้าผมทำเป็นมองไม่เห็นสิ่งนี้ ผมคงกลายเป็นคนนอกสำหรับตัวผมเองไปตลอดกาลครับ” วินเดินออกจากห้องทำงานนั้นโดยไม่หันกลับไปมอง เขาเดินฝ่ากระแสฝูงชนในโถงออฟฟิศที่ดูเร่งรีบราวกับกำลังหนีตายจากอะไรบางอย่าง เสียงฝีเท้าของเขาดังก้องสะท้อนกับพื้นหินอ่อน ความสับสนวุ่นวายในหัวตีกันรุนแรง หากเขาทำตามความถูกต้อง เขาก็จะสูญเสียริน... หญิงสาวที่คอยเตือนเขาเสมอว่าให้รักษาความมั่นคงเพื่ออนาคตของพวกเขา เธอมีหนี้สินที่ต้องรับผิดชอบ และเขาคือที่พึ่งเดียวในตอนนี้ เขาหยุดยืนที่ป้ายรถเมล์หน้าตึก ลมหนาวพัดผ่านเข้ามาปะทะใบหน้า วินล้วงโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูข้อความล่าสุดจากริน *‘วิน... ถ้าคืนนี้ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี เรามาเริ่มต้นวางแผนเรื่องบ้านหลังเล็กๆ ของเรากันนะคะ ฉันรอคุณอยู่’* ประโยคนั้นทำให้มือของวินสั่นรุนแรงกว่าเดิม หากเขากด ‘ส่ง’ ไฟล์นี้เข้าสำนักข่าวอิสระ ชีวิตของเขากับรินจะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป เขาจะกลายเป็นเป้าหมายของอิทธิพลมืด และความฝันเรื่องบ้านหลังเล็กๆ นั่นจะสลายกลายเป็นอากาศธาตุทันที เขานั่งลงบนม้านั่งไม้ผุๆ ข้างๆ ลุงสมหมายที่นั่งรออยู่ตรงนั้นพอดี ชายชราเงยหน้าขึ้นมองวินผ่านแว่นตาหนาเตอะ ก่อนจะหยิบถุงขนมปังเก่าๆ ยื่นให้ “ดูเครียดจังนะพ่อหนุ่ม... แบกโลกไว้คนเดียวไม่หนักรึไง” ลุงสมหมายถามพลางหัวเราะแห้งๆ “ลุงครับ ถ้าลุงต้องเลือกระหว่างการรักษาหัวใจตัวเอง กับการรักษาคนที่เรารัก... ลุงจะเลือกอะไร” วินถามเสียงแผ่ว ลุงสมหมายนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมองไปยังกลุ่มตึกระฟ้าที่เปิดไฟสว่างไสว “คนเมืองส่วนใหญ่เขาเลือกอย่างหลังกันทั้งนั้นแหละนะ เพราะเขาคิดว่าการรักษาคนที่รักคือการหาเงินมาให้เยอะๆ แต่เขาอาจลืมไปว่า... คนที่เขารักน่ะ เขาไม่ได้ต้องการเงินของเขาหรอก เขาต้องการคนเดิมที่เขารักต่างหาก” วินนิ่งอึ้งไปกับคำตอบนั้น คำพูดของลุงสมหมายเหมือนกุญแจที่ไขความกังวลในใจของเขาออกได้บางส่วน แต่ทว่า ในวินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนกลุ่มหนึ่งก็เดินเข้ามาหยุดอยู่ข้างหลังเขา เสียงปลดล็อกเซฟตี้ปืนดังขึ้นเบาๆ แต่ชัดเจนในความเงียบ “คุณวินครับ... เจ้านายผมให้โอกาสคุณเลือกอีกครั้งก่อนจะสายเกินไป” เสียงทุ้มต่ำและเย็นยะเยือกของชายชุดดำดังขึ้นข้างหู วินหันไปมองข้างหลัง เห็นรถตู้สีดำคันคุ้นตาจอดสนิทอยู่ริมทางเท้า ประตูรถเปิดออกพร้อมกับร่างของหญิงสาวคนหนึ่งที่ก้าวลงมา... ริน เธออยู่ในชุดพนักงานออฟฟิศที่ดูยับย่น สีหน้าของเธอซีดเผือด และดวงตาที่จับจ้องมาที่วินนั้นเต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างที่สุด “วิน... อย่าทำอะไรโง่ๆ เลยนะ” รินพูดเสียงสั่นเครือ “ฉันกับคุณ... เราไม่มีทางเลือกอื่นแล้วจริงๆ” ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษแห่งความจริงในเมืองใหญ่นี้ไปด้วยกันกับคนมองเมืองนะครับ
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหานครไร้เงา: บันทึกมิตรภาพใต้แสงไฟ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%