มหานครไร้เงา: บันทึกมิตรภาพใต้แสงไฟ•ตอนที่ 36

การสูญเสียที่งดงาม

ผลงานโดย คนมองเมือง
“ถ้าคุณเลือกจะไปงานนิทรรศการครั้งนี้ คุณก็แค่ภาพถ่ายที่มีชื่อเสียงในแกลเลอรีที่ไม่มีใครรู้จักคุณจริงๆ แต่ถ้าคุณเลือกจะอยู่ตรงนี้... สิ่งที่คุณสร้างมาทั้งหมดจะกลายเป็นแค่เศษเสี้ยวของเวลาที่ล่มสลายลงไปพร้อมกับชีวิตของผม” รินไม่ได้ตะโกน เธอเพียงแค่กระซิบด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่า ดวงตาของเธอมองผ่านไหล่ของผมไปสู่แสงไฟนีออนที่กะพริบถี่อยู่เบื้องล่างของตึกแถวโทรมๆ ในซอยเปลี่ยว เธอไม่ได้เรียกร้องความสงสาร แต่ความว่างเปล่าในแววตานั้นกรีดลึกยิ่งกว่าคำตัดพ้อใดๆ ผมวางสมุดบันทึกเล่มหนาลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ เสียงมันดังตุบเหมือนการตัดสินใจบางอย่างที่ทิ้งตัวลงสู่ก้นบึ้งของหัวใจ ผมมองเห็นเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกบานร้าวบนผนัง ช่างภาพที่พยายามบันทึกความงามของโลกภายนอก แต่กลับล้มเหลวในการโอบอุ้มโลกของคนที่อยู่ตรงหน้า “วิน คุณไม่จำเป็นต้องทิ้งความฝันตัวเองเพื่อคนอย่างฉัน” เธอพูดต่อ มือที่สั่นเทาของเธอกำชายเสื้อของตัวเองแน่นจนเห็นข้อนิ้วขาวซีด “คุณมีตั๋วเครื่องบินใบนั้นแล้ว อีกหกชั่วโมงเครื่องจะออก งานนิทรรศการภาพถ่าย ‘ความเงียบในมหานคร’ ของคุณ... นี่คือสิ่งที่คุณรอคอยมาตลอดไม่ใช่หรือครับ?” ผมหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูแห้งแล้ง “ตั๋วเครื่องบินใบนั้นก็แค่กระดาษแผ่นหนึ่งรินครับ ส่วนงานนิทรรศการนั่น... มันก็แค่ภาพถ่ายของความจริงที่ผมจัดวางขึ้นมาเพื่อหลอกตัวเองว่าผมเข้าใจโลกใบนี้ แต่ความจริงที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่สิ่งที่เราบันทึกไว้ แต่มันคือสิ่งที่เราเลือกจะละทิ้งไปในยามที่อีกคนกำลังจะจมน้ำ” ผมเดินเข้าไปใกล้เธอ กลิ่นอายของความเหนื่อยล้าจากงานหนักและน้ำหอมราคาถูกที่เธอใช้อยู่เป็นประจำมันอบอวลไปทั่วห้อง รินไม่ใช่คนอ่อนแอ เธอคือคนเข้มแข็งที่สุดเท่าที่ผมเคยรู้จัก แต่ในวันนี้ ภาระหนี้สินที่เธอไม่ได้ก่อและแรงกดดันจากครอบครัวที่กัดกินจิตวิญญาณเธอจนถึงขีดสุด มันกำลังบีบให้เธอต้องเลือกระหว่างศักดิ์ศรีกับความอยู่รอด “ถ้าผมไป... ผมก็จะเป็นแค่คนแปลกหน้าที่ประสบความสำเร็จในรูปภาพ แต่เป็นคนขี้ขลาดในความทรงจำของตัวเอง” ผมกล่าวพร้อมกับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนจะปิดเครื่องแล้ววางมันลงในถังขยะ “ผมจะไม่ไปครับริน เราจะแก้ปัญหานี้ด้วยกัน ไม่ใช่ด้วยการเงิน แต่ด้วยความจริงที่ว่าเราไม่ได้อยู่ลำพังในเมืองที่ไร้เงานี้” รินเงยหน้าขึ้นมองผม น้ำตาหยดหนึ่งกลิ้งผ่านแก้มตกลงบนพื้นไม้กระดานที่ผุพัง “คุณจะสูญเสียทุกอย่างนะวิน” “การสูญเสียที่งดงามที่สุด คือการสูญเสียสิ่งที่เราคิดว่าสำคัญ เพื่อรักษาหัวใจที่ยังเต้นอยู่ของคนที่เรารักไว้ได้” ผมตอบพลางหยิบกุญแจรถออกมา “เรามีเวลาหกชั่วโมง ก่อนที่เจ้าหนี้ของครอบครัวคุณจะมาถึงที่นี่ตามสัญญา ผมได้เตรียมหลักฐานทั้งหมดที่ลุงสมหมายช่วยรวบรวมไว้ให้แล้ว ทั้งเรื่องการฉ้อโกงสัญญาและบันทึกการเงินที่พวกเขายัดเยียดให้คุณ” จังหวะที่ผมกำลังจะหมุนตัวออกไปจากห้อง ลุงสมหมายที่ยืนเฝ้าหน้าประตูอยู่เงียบๆ ก็ขยับเข้ามาหาเขา เขาสวมหมวกใบเก่าและถุงมือที่เปื้อนคราบน้ำมัน แต่ในมือของเขากลับมีซองเอกสารสีน้ำตาลที่ดูมีน้ำหนักผิดปกติ “คุณวินครับ” เสียงแหบพร่าของลุงสมหมายเรียกผมไว้ “อย่าเพิ่งรีบไปเลยครับ เอกสารพวกนี้อาจจะไม่พอ” ผมหันไปมอง “ลุงหมายครับ ผมตัดสินใจแล้ว เราต้องเอาความจริงไปตีแผ่ที่สถานีตำรวจ ไม่ใช่ที่งานแกลเลอรี” “ผมรู้ครับ” ลุงสมหมายยื่นซองเอกสารให้ผม “แต่ในซองนี้ ไม่ใช่แค่เอกสารการเงิน มันคือภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดของตึกข้างๆ ที่ผมแอบไปกู้มาได้... ภาพของคนที่คุณพยายามช่วย รินไม่ได้เป็นหนี้หรอกครับเธอถูกทำให้เป็นหนี้โดยคนที่เธอเรียกว่าครอบครัว และถ้าคุณส่งสิ่งนี้ให้สื่อ... ทั้งคุณและรินจะกลายเป็นเป้าหมายของคนที่มีอำนาจมากกว่าที่เราคิด” ผมรับซองเอกสารนั้นมามือสั่นเทา พลันเสียงเคาะประตูที่รุนแรงและเร่งเร้าก็ดังขึ้นขัดจังหวะการสนทนาของเรา ไม่ใช่เสียงเคาะของเพื่อนบ้าน แต่เป็นเสียงทุบที่หนักหน่วงจนบานพับประตูไม้แทบกระเด็นออก รินสะดุ้งสุดตัวและถอยกรูดไปจนชิดมุมห้อง “ริน... วิน... พวกแกสองคนอยู่ข้างในใช่ไหม!” เสียงตะคอกที่คุ้นเคยจากทางเดินด้านนอกดังแทรกผ่านรอยแตกของประตู “ออกมาเดี๋ยวนี้! ถ้าไม่อยากเห็นห้องนี้กลายเป็นกองเพลิง!” ผมสบตากับรินเพียงเสี้ยววินาที ความกลัวที่เคยอยู่ในดวงตาของเธอหายไป เหลือเพียงความว่างเปล่าที่น่าสะพรึงกลัวกว่าเดิม รินหยิบมีดคัตเตอร์ที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมา ไม่ใช่เพื่อป้องกันตัว แต่เธอจ่อมันเข้าที่ข้อมือของตัวเองด้วยแววตาที่เยือกเย็น “วิน... ถ้าเราหนีไม่พ้น คุณคิดว่าความงามของการสูญเสียครั้งนี้... มันจะรวมถึงชีวิตของฉันด้วยไหมครับ?” ผมยังไม่ทันได้เอ่ยปากห้าม เสียงปืนหนึ่งนัดก็ดังขึ้นจากฝั่งตรงข้ามทางเดิน กระสุนทะลุผ่านประตูไม้เข้ามาฝังที่ผนังเหนือหัวเราเพียงไม่กี่นิ้ว เศษปูนร่วงกราวลงมาพร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนที่กำลังพังประตูเข้ามา คนมองเมืองหวังว่าทุกท่านจะยังไม่ละสายตาจากบันทึกมิตรภาพใต้แสงไฟในตอนถัดไปนะครับ
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหานครไร้เงา: บันทึกมิตรภาพใต้แสงไฟ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%