“คุณทำสิ่งนี้ตกไว้...”
เสียงของผมแหบพร่าผิดปกติ ราวกับเม็ดทรายที่ติดค้างอยู่ในลำคอ ผมยื่นรูปถ่ายใบนั้นไปข้างหน้า ความพยายามที่จะรักษาจังหวะการหายใจให้เป็นปกติเป็นเรื่องยากยิ่งกว่าการตั้งค่ากล้องในที่มืดสนิท
ริน—หญิงสาวในชุดสูทสีเทาที่ดูอ่อนล้าเกินกว่าจะเรียกว่าชุดทำงาน—หันขวับกลับมา แววตาของเธอไม่ใช่ความตกใจของคนแปลกหน้า แต่มันคือความหวาดระแวงของคนที่กำลังถูกต้อนให้จนมุม เธอไม่ได้มองหน้าผม แต่ดวงตาคู่นั้นจับจ้องอยู่ที่ภาพในมือผมราวกับมันเป็นระเบิดเวลาที่พร้อมจะทำงานทุกเมื่อ
“คุณดูมันหรือยัง” เธอถาม เสียงของเธอไม่ได้สั่น แต่มันราบเรียบจนน่ากลัว
ผมชะงัก ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ในภาพนั้น... รินกำลังส่งซองเอกสารสีน้ำตาลให้ใครบางคนในซอกตึกที่ลับตาคนที่สุดของสถานี รอยยิ้มของเธอในรูปไม่ได้ดูเหมือนพนักงานออฟฟิศผู้ซื่อสัตย์ แต่มันคือรอยยิ้มของคนที่มีความลับดำมืดซ่อนไว้ใต้รอยหยักของสมอง
“ผมแค่กดชัตเตอร์ไปโดยไม่ทันสังเกตครับ” ผมตอบ เลี่ยงที่จะสบตาเธอตรงๆ “ขอโทษด้วยที่ทำให้คุณต้องลำบากใจ แต่ผมคิดว่าคุณคงไม่อยากให้รูปนี้ตกไปอยู่ในมือคนอื่น”
เธอนิ่งไป สายตาของเธอเลื่อนจากรูปมาจ้องหน้าผม มันเป็นการสำรวจที่ทำให้อึดอัด เหมือนเธอกำลังคำนวณว่าผมเป็นภัยคุกคามระดับไหน ลมหายใจของมหานครรอบตัวเราเริ่มบีบคั้น ผู้คนบนรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินต่างเดินขวักไขว่ ราวกับหุ่นยนต์ที่ถูกตั้งโปรแกรมให้เดินไปตามทิศทางของรางเหล็ก ไม่มีใครสนใจเลยว่า ณ มุมหนึ่งของชานชาลา มีคนสองคนกำลังถือครอง 'บางอย่าง' ที่อาจเปลี่ยนชะตาชีวิตของใครหลายคนไปตลอดกาล
“คุณเป็นใคร” เธอถามเบาๆ แต่น้ำเสียงนั้นแฝงไว้ด้วยอำนาจบางอย่างที่ผมไม่ควรจะได้รับรู้ “ช่างภาพอิสระ? หรือนักสืบที่ถูกส่งมา”
“ผมเป็นแค่คนมองเมืองครับ” ผมพยายามรักษาระดับเสียงให้สุภาพที่สุด “ผมไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องที่คุณทำ ผมแค่เป็นคนถือกล้องที่บังเอิญเก็บของสำคัญได้เท่านั้นเอง”
รินนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะคว้าภาพนั้นออกจากมือผม สัมผัสจากปลายนิ้วเธอที่แตะโดนมือผมมันเย็นเยียบ เธอขยำรูปใบนั้นจนยับยู่ยี่ ก่อนจะยัดมันลงในกระเป๋าสะพายใบเก่าที่ดูผ่านการใช้งานมาอย่างโชกโชน เธอไม่ได้ขอบคุณ แต่เธอกลับเดินถอยหลังไปก้าวหนึ่ง มองผมด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากความหวาดระแวง กลายเป็นความสมเพช
“ถ้าคุณฉลาดพอ คุณจะทิ้งเมมโมรี่การ์ดอันนั้นลงถังขยะเสีย” เธอพูดทิ้งท้าย ก่อนจะหันหลังเดินแทรกเข้าไปในฝูงชนที่กำลังกรูขึ้นรถไฟฟ้าขบวนใหม่ที่เพิ่งเทียบท่า
ผมยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ความรู้สึกผิดบาปที่ผมพยายามหนีมาตลอดชีวิตเริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้ง ผมปล่อยครอบครัวไปเพราะความขลาดกลัว และตอนนี้ ผมกำลังจะปล่อยรินไปเพียงเพราะความกลัวต่อความวุ่นวายที่อาจตามมา
เสียงกึกกักของล้อรถเหล็กที่เสียดสีกับรางดังสนั่นลบความเงียบในใจของผมทิ้งไป ผมหันหลังกลับ ตั้งใจจะเดินไปอีกทาง แต่สายตาก็เหลือบไปเห็นร่างคุ้นตาของลุงสมหมาย ชายชราที่มักจะเข็นรถเก็บของเก่าวนเวียนอยู่ในย่านนี้ ลุงสมหมายยืนอยู่ใต้เสาไฟต้นเดิม มือเหี่ยวย่นกำลังหยิบเศษกระดาษชิ้นหนึ่งที่รินเพิ่งทิ้งลงถังขยะเมื่อครู่ขึ้นมาดู
ผมรีบสาวเท้าเข้าไปหา “ลุงครับ นั่นอะไร”
ลุงสมหมายเงยหน้าขึ้น แววตาที่ดูขุ่นมัวของคนแก่กลับมีประกายบางอย่างที่ทำให้ผมขนลุก “ไอ้หนูเอ๊ย... ในเมืองนี้น่ะ บางอย่างที่ทิ้งลงถังขยะ ไม่ได้หมายความว่ามันเป็นขยะหรอกนะ”
ลุงส่งเศษกระดาษแผ่นนั้นให้ผม มันเป็นชิ้นส่วนของซองจดหมายที่มีตราประทับของหน่วยงานรัฐที่ปิดตายไปนานแล้ว หัวใจผมกระตุกวาบ เมื่อเห็นชื่อที่ระบุอยู่บนหัวซองจดหมายนั้น
มันไม่ใช่ชื่อของริน แต่มันคือชื่อของ 'พ่อ' ผมที่เสียชีวิตไปเมื่อสิบปีก่อน
ในขณะที่ผมกำลังจะถามลุงสมหมายว่าเขาได้มันมาจากไหน ลุงก็เข็นรถของเขาหายเข้าไปในความมืดของตรอกข้างๆ อย่างรวดเร็ว ผมรีบกางเศษกระดาษออกดูภายใต้แสงไฟนีออนที่กะพริบถี่ๆ ข้างในนั้นมีตัวเลขชุดหนึ่งเขียนด้วยลายมือที่ผมจำได้แม่นยำ ลายมือที่ผมเห็นในสมุดบันทึกเก่าๆ ของพ่อมาตลอดชีวิต
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นจากด้านหลัง ผมไม่ได้หันกลับไป แต่จากเงาที่ทอดผ่านพื้นคอนกรีต ผมรู้ตัวทันทีว่ามีคนอย่างน้อยสามคนยืนล้อมผมอยู่ และหนึ่งในนั้น... คือคนเดียวกับที่รับซองเอกสารจากมือรินในรูปถ่ายใบนั้น
“ส่งมันมา” เสียงทุ้มต่ำและเย็นชาดังขึ้นที่ต้นคอของผม “ของชิ้นนั้น ไม่ควรอยู่ในมือของคนที่แค่ ‘มอง’ เมืองอย่างคุณ”
ผมกำเศษกระดาษในมือแน่น เหงื่อเย็นเริ่มซึมตามไรผม นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของคนแปลกหน้าที่เจอกันบนรถไฟฟ้าอีกต่อไป แต่มันคือการปะทะกันของอดีตที่ผมพยายามลืม กับอนาคตที่กำลังพุ่งเข้ามาหาผมด้วยความเร็วสูง ผมควรจะส่งให้พวกเขาแล้วจบเรื่องนี้ หรือจะยอมเสี่ยงเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อไขความลับที่อาจทำลายทุกสิ่งที่ผมเคยเชื่อถือ
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในมหานครแห่งความลับนี้ครับ
จากใจ... คนมองเมือง
มหานครไร้เงา: บันทึกมิตรภาพใต้แสงไฟ•ตอนที่ 2
คนแปลกหน้าที่คุ้นเคย
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหานครไร้เงา: บันทึกมิตรภาพใต้แสงไฟ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!