"อย่าตามผมมาเลยครับ ริน... ความมืดมันไม่ได้น่ากลัวเท่าสิ่งที่ผมเคยทำลงไปหรอก"
ผมตะโกนแข่งกับเสียงฟ้าร้องที่คำรามก้องอยู่เหนือตึกสูงใจกลางกรุง หยาดฝนกระหน่ำลงมาไม่ขาดสายจนมองเห็นเพียงม่านน้ำสีเทาหม่นที่บดบังทัศนียภาพรอบข้าง รินหยุดฝีเท้าลงที่มุมตึกแคบๆ เธอยืนหอบหายใจ ตัวเปียกปอนจนเส้นผมลู่ไปกับใบหน้า ดวงตาที่เคยฉายแววเข้มแข็งบัดนี้สั่นไหวด้วยความไม่เข้าใจ
ผมขยับถอยหลังจนแผ่นหลังชนกับกำแพงปูนที่เย็นเฉียบและชื้นแฉะ ลุงสมหมายที่ยืนอยู่ไม่ไกลนักถอดหมวกแก๊ปเปียกโชกวางไว้บนกองขยะข้างตัว เขาไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่จ้องมองผมด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก แววตาของคนที่ผ่านโลกมาจนรู้ว่าความลับมักมีราคาที่ต้องจ่ายเสมอ
"วิน... คุณจะมาหนีเอาตอนนี้ไม่ได้" รินก้าวเข้ามาหนึ่งก้าว น้ำเสียงของเธอสั่นเครือแต่แฝงด้วยความเด็ดเดี่ยว "คุณบอกเองว่าเราคือมิตรภาพที่แลกมาด้วยความจริง ไม่ใช่การโกหกที่สร้างขึ้นมาเพื่อหลบมุมในเมืองบ้าๆ นี่"
ผมหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แห้งผากและฟังดูทรมานเกินกว่าจะเป็นเสียงคนปกติ "ความจริงเหรอครับ? ถ้าคุณรู้ว่าไอ้ช่างภาพที่ยืนอยู่ตรงหน้าคุณคนนี้ เคยเป็นต้นเหตุให้ชีวิตของคนคนหนึ่งพังพินาศจนไม่เหลือชิ้นดี... คุณจะยังอยากรู้จักผมอยู่ไหม"
ผมทรุดตัวลงนั่งกับพื้นปูนที่เต็มไปด้วยน้ำขัง ลุงสมหมายเดินเข้ามานั่งยองๆ ข้างผมอย่างช้าๆ กลิ่นอับชื้นของขยะผสมกับกลิ่นไอฝนตีขึ้นจมูก แต่มันกลับทำให้ผมรู้สึกสงบอย่างประหลาด ลุงสมหมายหยิบบุหรี่ที่เปียกชื้นขึ้นมามวนหนึ่ง แต่ไม่ได้จุดไฟ เขาแค่นั่งหมุนมันไปมาในนิ้วที่สั่นเทา
"เล่าให้ฟังเถอะไอ้หนู" ลุงสมหมายพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "เมืองนี้มันก็เหมือนถังขยะใบใหญ่ ใครๆ ก็เอาความลับมาทิ้งไว้ที่นี่ทั้งนั้นแหละ ยิ่งเก็บไว้นาน... ยิ่งเน่าเสียจนทำร้ายตัวเอง"
ผมหลับตาลง ภาพของห้องทำงานที่อบอวลไปด้วยแสงไฟสีส้มในอดีตย้อนกลับมา ความสำเร็จที่แลกมาด้วยความเห็นแก่ตัว ผมในวัยละอ่อนที่ทะเยอทะยานจนมองข้ามหัวใจของคนรอบข้าง ผมไม่ได้ปล่อยมือจากครอบครัวเพื่อความฝัน แต่มันคือการผลักไสคนที่รักผมที่สุดไปสู่ความว่างเปล่า เพียงเพราะผมกลัวว่าภาระของพวกเขาจะมาฉุดรั้งชื่อเสียงที่ผมกำลังจะไขว่คว้า
"ผมไม่ได้แค่จากมา ริน" ผมลืมตาขึ้นมองเธอดวงตาที่พร่ามัวไปด้วยหยดน้ำ "ผมคือคนที่เซ็นชื่อปฏิเสธการรักษาของแม่ในวันที่ท่านลำบากที่สุด... เพียงเพราะผมอยากได้เงินก้อนนั้นไปทุ่มกับนิทรรศการภาพถ่ายนิทรรศการแรกของผม ผมเป็นฆาตกรที่ใส่สูทผูกไทเดินวนเวียนอยู่ในเมืองนี้มาหลายปี โดยมีกล้องตัวนี้ทำหน้าที่ปิดบังความสกปรกในใจของผมไว้"
รินยืนนิ่งงัน หยดน้ำฝนที่ไหลจากปลายผมของเธอร่วงหล่นลงสู่พื้นเหมือนน้ำตา บรรยากาศรอบข้างบีบคั้นจนผมแทบลืมหายใจ ความเงียบงันเข้ามาแทนที่เสียงฟ้าร้อง มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวด้วยความเจ็บปวดจากการเปิดเผยแผลฉกรรจ์ที่ปิดตายมานาน
"คุณไม่ได้ทำไปเพราะความเลวหรอกวิน" รินเอ่ยขึ้นช้าๆ น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่ลึกซึ้ง "คุณแค่ทำไปเพราะความกลัว... ความกลัวที่จะต้องเผชิญกับความล้มเหลวในวันที่โลกทั้งใบผลักไสคุณ ผมเองก็เหมือนกัน ผมแบกหนี้ที่ไม่ได้ก่อเพื่อแลกกับการได้เห็นรอยยิ้มจอมปลอมของครอบครัว เราทุกคนต่างเป็นผู้ประสบภัยในเมืองที่ไม่มีเงาของตัวเองด้วยกันทั้งนั้น"
ผมเงยหน้ามองริน เธอไม่ได้มีท่าทีรังเกียจ แววตาของเธอกลับมีความเห็นอกเห็นใจที่ทำให้ผมรู้สึกว่ากำแพงที่สร้างขึ้นมานั้นพังทลายลงอย่างไม่เหลือชิ้นดี ทว่าในจังหวะที่ผมกำลังจะเอ่ยคำขอบคุณ ความเงียบของถนนเบื้องหน้าก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงเบรกของรถยนต์คันหรูที่แล่นเข้ามาจอดเทียบฟุตบาทด้วยความเร็วสูง
แสงไฟหน้ารถสาดส่องเข้ามาจนเราทั้งสามต้องยกมือขึ้นบังตา ประตูด้านหลังเปิดออกพร้อมกับร่างของชายชุดดำสองคนที่ก้าวลงมาอย่างรวดเร็ว ในมือของพวกเขาไม่มีอาวุธ แต่แววตาที่มองตรงมายังผมนั้นชัดเจนว่าพวกเขาไม่ได้มาเพื่อทักทาย
"นายวินครับ... นายท่านรอพบคุณอยู่" หนึ่งในนั้นพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ท่านบอกว่ารูปถ่ายใบสุดท้ายที่คุณส่งไปให้ มันทำให้ท่านลำบากใจมากจริงๆ"
ผมหัวใจหล่นวูบ รินก้าวมาบังหน้าผมไว้โดยสัญชาตญาณ ส่วนลุงสมหมายค่อยๆ ลุกขึ้นยืนช้าๆ พร้อมกับรอยยิ้มที่ดูประหลาดใจอย่างที่สุด เขาหันมามองผมแล้วกระซิบด้วยเสียงที่ได้ยินกันเพียงสองคน
"ไอ้หนู... สงสัยความลับของแกมันไม่ได้เน่าแค่ในใจแกคนเดียวแล้วล่ะ แต่มันกำลังจะทำให้ตึกสูงพวกนี้ถล่มลงมาทั้งเมืองเลยทีเดียว"
ก่อนที่ผมจะทันได้ตั้งตัว ชายชุดดำก็ก้าวเข้ามาประชิดตัวริน และสิ่งที่ผมเห็นในมือของเขาไม่ใช่เครื่องมือสื่อสาร แต่มันคือซองจดหมายสีขาวที่มีตราประทับที่ผมจำได้แม่นยำ... ตราประทับขององค์กรที่ผมคิดว่าผมหนีพ้นมาได้ตลอดชีวิต
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามเดินทางผ่านตัวอักษรไปกับผมนะครับ
คนมองเมือง
มหานครไร้เงา: บันทึกมิตรภาพใต้แสงไฟ•ตอนที่ 25
คืนที่ฝนตกหนัก
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหานครไร้เงา: บันทึกมิตรภาพใต้แสงไฟ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!