"ถอยไป"
วินกระชากแขนตัวเองออกจากการเกาะกุมของชายแปลกหน้า กลิ่นบุหรี่ราคาถูกผสมกับไอเย็นของเครื่องปรับอากาศในซอกตึกมืดๆ นี้ทำเอาเขารู้สึกคลื่นไส้ ชายคนนั้น—คนที่เขาคุ้นหน้าจากภาพถ่ายในกล้องตัวเก่า—ยืนแยกเขี้ยว หัวเราะในลำคอราวกับเห็นความพยายามของวินเป็นเรื่องตลกขบขัน
"พี่น่ะเป็นช่างภาพที่เก่งนะวิน" ชายคนนั้นขยับเข้ามาใกล้จนวินได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ "แต่บางครั้งการเห็นอะไรที่ 'ไม่ควรเห็น' มันก็นำพาความตายมาให้โดยไม่รู้ตัว สิ่งที่อยู่ในเมมโมรี่การ์ดในกระเป๋ากางเกงพี่... มันไม่ใช่แค่ภาพถ่าย แต่มันคือใบสั่งตายของริน"
วินหัวใจเต้นรัวราวกับกลองรบ เขาพยายามคุมสติ มือที่ถือกล้องคู่ใจสั่นเทาเล็กน้อย เขาไม่ได้กลัวตาย แต่เขากลัวความเงียบงันที่จะตามมาหากรินต้องรับโทษในสิ่งที่เธอไม่ได้ก่อ
"เธอไม่เกี่ยว" วินเค้นเสียงลอดไรฟัน "แกต้องการอะไรก็บอกมา แต่อย่าดึงเธอเข้ามาเกี่ยวข้อง"
อีกฝ่ายเลิกคิ้วสูง ก่อนจะคว้าคอเสื้อวินแล้วดันร่างเขาอัดเข้ากับกำแพงปูนเปียกชื้น "รินเป็นหมากที่เดินพลาดครับวิน และหมากที่เดินพลาดในเกมของพวกเรา... เราไม่เก็บไว้หรอก"
ทันทีที่อีกฝ่ายเผลอ วินตัดสินใจใช้จังหวะที่ชายคนนั้นผ่อนแรง กดหน้าผากตัวเองกระแทกเข้าที่ดั้งจมูกของคนตรงหน้าอย่างแรงจนอีกฝ่ายร้องลั่น วินไม่รอช้า เขาอาศัยความมืดและความชำนาญเส้นทางในย่านนี้วิ่งฝ่าความมืดออกไป ทิ้งให้เสียงสบถด่าไล่หลังดังระงมไปทั่วตรอก
วินวิ่งจนหอบเหนื่อย เขาสไลด์ตัวลงพิงกำแพงอิฐในมุมมืดของสถานีรถไฟใต้ดินที่เงียบเหงา มือสั่นระริกควานหาเมมโมรี่การ์ดใบเล็กออกมา เขาเสียบมันเข้ากับแท็บเล็ตเครื่องเก่าที่พกติดตัวไว้เสมอ ภาพจากงานปาร์ตี้คืนนั้นปรากฏขึ้นบนหน้าจอ—วินย้อนดูมันทีละเฟรมจนกระทั่งถึงช่วงเวลาก่อนเกิดเหตุ
ดวงตาของเขาเบิกกว้างเมื่อเห็น 'หลักฐาน' ที่ซ่อนอยู่ในมุมมืดของมุมภาพ ภาพของชายชุดดำสองคนกำลังหยิบสิ่งของบางอย่างใส่ในกระเป๋าของริน ในขณะที่รินกำลังก้มตัวลงผูกเชือกรองเท้าด้วยอาการมึนเมา ภาพถ่ายที่คมชัดแม้ในแสงสลัวนี้เผยให้เห็นรอยสักรูปงูที่ข้อมือซ้ายของหนึ่งในคนร้าย... รอยสักเดียวกับหัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยที่อ้างว่าเห็นรินเป็นคนวางยาในคืนนั้น
วินแค่นยิ้มออกมาทั้งน้ำตา "เจอแล้ว..."
เขารีบส่งไฟล์ภาพเข้าคลาวด์สำรองและกดส่งอีเมลหาทนายความที่รินเคยปรึกษา ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นจากปลายอุโมงค์ เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของคนเดินปกติ แต่มันเป็นเสียงของ 'นักล่า' ที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม วินรีบเก็บแท็บเล็ตและวิ่งไปยังทางออกฉุกเฉิน ทว่าเมื่อเขาผลักประตูออกไป กลับต้องหยุดชะงัก
ไม่ใช่ทางออกสู่ถนน แต่เป็นทางตันที่ถูกปิดกั้นด้วยตาข่ายเหล็ก และตรงหน้าเขานั้นเอง ร่างของลุงสมหมายนั่งก้มหน้าอยู่บนกองเศษกระดาษ ลุงสมหมายเงยหน้าขึ้น สายตาที่เคยดูเลื่อนลอยกลับคมกริบอย่างน่าประหลาด
"ลุง..." วินอุทานเสียงหลง
ลุงสมหมายลุกขึ้นยืนช้าๆ วางถุงกระสอบลงพื้น ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูที่ไม่เข้ากับสภาพความเป็นอยู่ของแกออกมา แล้วกดรับสายด้วยท่าทีนอบน้อม
"ครับท่าน... ใช่ครับ ผมเจอมันแล้วครับ"
ลุงสมหมายหันมามองวิน แววตาของคนเก็บของเก่าที่วินเคยเชื่อใจมาตลอดบัดนี้ไม่มีเหลือความเมตตาปรานี "ขอโทษนะไอ้หนู มิตรภาพน่ะมันก็ดี แต่มันกินไม่ได้เหมือนเงิน... และคนอย่างฉัน ก็เลือกที่จะอยู่ฝั่งที่มีกินมากกว่า"
เสียงฝีเท้าของชายกลุ่มเดิมดังใกล้เข้ามาพร้อมกับเสียงปลดล็อกเซฟตี้ปืน วินมองรอบตัวอย่างจนตรอก ทางตันตรงหน้าและศัตรูที่อยู่ข้างหลัง หากข้อมูลนี้ถูกทำลาย ทุกอย่างที่เขาพยายามปกป้องรินมาตลอดจะกลายเป็นเพียงอากาศธาตุ
วินกำแท็บเล็ตแน่นในมือ เขาตัดสินใจบางอย่าง... ในวินาทีที่ชายชุดดำก้าวพ้นเงามืดเข้ามา วินกดปุ่ม 'ส่งสาธารณะ' บนโซเชียลมีเดีย พร้อมพ่วงตำแหน่งพิกัดปัจจุบันและภาพถ่ายหลักฐานทั้งหมดไปให้สื่อมวลชนที่เขารู้จัก
"มึงทำอะไร!" เสียงหนึ่งตะโกนก้อง
วินยิ้มกว้างท่ามกลางความมืดมิดของอุโมงค์ "สิ่งที่พวกแกกลัวที่สุด... ความจริงที่ไม่มีใครหยุดได้ยังไงล่ะ"
แต่ก่อนที่เขาจะได้ขยับตัว เสียงปืนนัดหนึ่งก็ดังสนั่นก้องสะท้อนไปทั่วสถานี พร้อมกับความมืดที่เข้าครอบงำสติของวินจนดับวูบไป
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเฝ้ามองชีวิตผ่านเลนส์ของผมไปพร้อมกันนะครับ
มหานครไร้เงา: บันทึกมิตรภาพใต้แสงไฟ•ตอนที่ 27
หลักฐานสำคัญ
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหานครไร้เงา: บันทึกมิตรภาพใต้แสงไฟ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!