"วางมันลงซะริน... ถ้าคุณกดส่งไฟล์นั้น ชีวิตคุณจะไม่มีวันกลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกเลย"
เสียงของชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี้ยบกริบดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องทำงานที่เปิดไฟสลัว รินนั่งตัวแข็งทื่ออยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่สว่างจ้า นิ้วชี้ของเธอสั่นระริกอยู่เหนือปุ่ม 'ส่งอีเมล' หัวใจของเธอเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมาจากอก ไม่ใช่เพราะความกลัวต่ออำนาจมืดตรงหน้า แต่เป็นเพราะความสงสารต่อตัวเองและครอบครัวที่รอคอยเงินก้อนสุดท้ายที่เธอกำลังจะเสียไปหากเลือกเส้นทางนี้
"คุณก็รู้ว่าบริษัทนี้เลี้ยงคุณมา" ชายคนนั้นเดินเข้ามาใกล้ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงระเหยแตะจมูกจนรินรู้สึกคลื่นเหียน "หนี้ของแม่คุณที่ค้างอยู่ ค่ารักษาพยาบาลน้องชายคุณ... ถ้าคุณลาออกไปวันนี้ ทุกอย่างจะกลายเป็นศูนย์ คุณจะกลายเป็นแค่คนตกงานที่ไม่มีใครจ้าง"
รินไม่ตอบ เธอเพียงแค่มองไปที่หน้าต่างบานใหญ่ที่สะท้อนภาพเมืองยามค่ำคืน แสงไฟจากตึกสูงระยิบระยับราวกับดวงตาของปีศาจที่กำลังจ้องมองความพ่ายแพ้ของเธอ ในหัวของเธอยังคงวนเวียนอยู่กับภาพเหตุการณ์เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน วิน... ช่างภาพผู้รักสันโดษคนนั้นเพิ่งถูกยิงเพราะพยายามจะเปิดเผยความเน่าเฟะของโปรเจกต์อสังหาริมทรัพย์ที่บริษัทของเธอเป็นคนปั่นหัวราคา
วินที่นอนจมกองเลือดบนพื้นสถานีรถไฟร้าง เขาไม่ได้ต้องการอะไรนอกจากความจริง แต่เธอกลับกำลังเลือกว่าจะเหยียบย่ำความจริงนั้นเพื่อแลกกับความอยู่รอดของตัวเอง
"ฉันไม่ได้ทำเพื่อเงินค่ะ" รินเค้นเสียงออกมา แม้จะพยายามให้มั่นคง แต่มันกลับสั่นพร่า "ฉันทำเพื่อคนที่เขาเชื่อมั่นในความถูกต้อง... แม้ว่าเขาจะต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม"
"วินน่ะเหรอ?" ชายคนนั้นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "เขาเป็นแค่ไอ้ขี้แพ้ที่ชอบเอาตัวเองไปวางไว้ในที่ที่ไม่ควรอยู่ เขาตายไปแล้ว หรืออย่างน้อยก็คงไม่รอดพ้นคืนนี้ไปได้หรอกริน โลกใบนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความถูกต้อง แต่มันขับเคลื่อนด้วยคนที่มีอำนาจจะกำหนดความจริงต่างหาก"
รินหลับตาลง ภาพของลุงสมหมายที่ยืนเก็บขยะอยู่ใต้สถานีเมื่อเช้านี้ผุดขึ้นมา แกบอกกับเธอว่า *'หนูริน บางทีความเงียบก็เป็นอาวุธที่น่ากลัวที่สุดนะ แต่มันก็เป็นหลุมศพที่ลึกที่สุดเช่นกัน'* คำพูดนั้นก้องอยู่ในหัวราวกับเสียงระฆังเตือนสติ
เธอค่อยๆ ถอนนิ้วออกจากเมาส์แล้วหมุนเก้าอี้กลับมาเผชิญหน้ากับชายผู้กุมชะตาชีวิตของเธอ แววตาที่เคยหวั่นไหวกลับกลายเป็นความนิ่งสนิทอย่างน่าประหลาด
"ถ้าฉันลาออกวันนี้" รินเอ่ยขึ้นเบาๆ แต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ "ไฟล์ข้อมูลทั้งหมดจะถูกส่งไปยังสำนักข่าวทุกแห่งโดยอัตโนมัติภายในหนึ่งชั่วโมง... ฉันตั้งค่าไว้แล้ว"
ชายคนนั้นชะงัก รอยยิ้มเยือกเย็นจางหายไปจากใบหน้า "เธอคิดว่าจะรอดเหรอ?"
"ฉันไม่ได้คิดว่าจะรอด" รินยิ้มตอบ เป็นยิ้มที่เศร้าหมองที่สุดเท่าที่เธอเคยยิ้มมา "แต่ฉันอยากให้คนในเมืองนี้รู้ว่า พวกเขากำลังเหยียบอยู่บนกองซากศพของใครบ้าง"
ในจังหวะที่มือของชายคนนั้นเอื้อมมาคว้าข้อมือของเธอเพื่อจะลากตัวออกไปจากเก้าอี้ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอย่างรุนแรง พร้อมกับเสียงตะโกนของพนักงานรักษาความปลอดภัยที่ดูตื่นตระหนกเข้ามาว่า "ท่านครับ! มีคนบุกเข้ามาที่ชั้นล่าง... เขาบอกว่าเขามาจากหน่วยสืบสวนอาชญากรรมพิเศษครับ!"
รินดึงมือออกทันที หัวใจที่เคยเต้นรัวกลับมานิ่งสนิท เธอไม่ได้มองหน้าชายตรงหน้าที่เริ่มลนลาน แต่กลับมองไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่แถบสถานะการส่งอีเมลกำลังวิ่งไปจนถึง 99 เปอร์เซ็นต์
ทว่าในวินาทีที่เลข 100 กำลังจะปรากฏขึ้น หน้าจอทั้งห้องกลับดับวูบลงพร้อมกับเสียงกริ่งเตือนภัยดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งตึก รินหันไปมองประตูที่ถูกถีบจนเปิดผางออก เงาร่างหนึ่งก้าวเข้ามาท่ามกลางความมืดมิดของห้องที่ไร้ไฟฟ้า... แต่เขากลับไม่ได้มาคนเดียว และคนที่เดินตามหลังเขามานั้น ทำให้รินต้องทรุดตัวลงกับพื้นด้วยความตกตะลึงอย่างถึงที่สุด
นั่นไม่ใช่อาชญากร หรือตำรวจ แต่มันคือวิน... วินที่เธอกำลังเข้าใจว่าตายไปแล้ว เขายืนอยู่ตรงนั้นด้วยสภาพที่พันผ้าพันแผลเต็มตัว แต่สายตาของเขากลับจ้องมองมาที่เธอด้วยความโกรธแค้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
"ผมไม่ได้มาเพื่อช่วยคุณริน" วินเอ่ยเสียงเรียบขณะที่ในมือถือแฟลชไดรฟ์อีกอันที่ดูคุ้นตา "ผมมาเพื่อบอกคุณว่า... หลักฐานที่คุณพยายามจะส่งออกไปน่ะ มันเป็นของปลอมที่คุณถูกหลอกให้ทำลายชื่อเสียงของคนบริสุทธิ์ตั้งแต่วินาทีแรก"
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามเดินทางผ่านมหานครที่โหดร้ายแห่งนี้ร่วมกับผมนะครับ
มหานครไร้เงา: บันทึกมิตรภาพใต้แสงไฟ•ตอนที่ 28
การตัดสินใจที่ยากลำบาก
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหานครไร้เงา: บันทึกมิตรภาพใต้แสงไฟ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!