มหานครไร้เงา: บันทึกมิตรภาพใต้แสงไฟ•ตอนที่ 30

กลางทางของเรื่องราว

ผลงานโดย คนมองเมือง
"อย่าขยับ!" วินตะโกนสุดเสียง ท่ามกลางความมืดมิดที่กลืนกินทุกสรรพสิ่ง เขาพุ่งตัวเข้าหารินโดยสัญชาตญาณ แรงปะทะทำให้ทั้งคู่ล้มลงไปกองกับพื้นพรม กลิ่นอับของพรมเก่าๆ ผสมกับกลิ่นดินปืนจางๆ ลอยแตะจมูก วินคว้าข้อมือรินไว้แน่น สัมผัสถึงชีพจรที่เต้นระรัวราวกับกลองรบ เงาดำสามร่างนั้นไม่ได้พุ่งตรงมาที่พวกเขา แต่กลับมุ่งหน้าไปยังลิ้นชักโต๊ะทำงานที่รินเพิ่งเปิดทิ้งไว้ วินหรี่ตาลง ปรับสายตาให้ชินกับความมืด หัวใจของเขาบีบคั้นไม่ใช่เพราะความกลัวตาย แต่เป็นความรู้สึกประหลาดที่แล่นพล่านในอก เมื่อเขารู้สึกได้ถึงไออุ่นจากลมหายใจของรินที่อยู่ใกล้แค่เพียงคืบ "วิน..." เสียงรินสั่นเครือ แต่มันกลับแฝงความเชื่อใจอย่างประหลาด "พวกมันต้องการอะไร" "ฟังสัญชาตญาณของเธอเอาไว้" วินกระซิบเบาๆ ที่ข้างหู ปลายนิ้วของเขาแตะเบาๆ บนหลังมือเธอเพื่อปลอบประโลม "อย่าเพิ่งขยับจนกว่าผมจะบอก" วินขยับตัวอย่างเงียบเชียบที่สุดเท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะทำได้ เขาไม่ใช่ฮีโร่ในหนังแอคชั่น แต่เขาคือช่างภาพที่รู้จักการ 'รอคอย' จังหวะเวลา ในความมืดมิดนั้น วินมองเห็นเงาร่างของคนที่ดูเหมือนจะสับสน พวกมันกำลังรื้อค้นเอกสารด้วยความเร่งรีบ นี่ไม่ใช่การฆ่าปิดปาก แต่มันคือการตามหา 'หลักฐาน' อะไรบางอย่างที่รินอาจจะครอบครองไว้โดยไม่รู้ตัว วินมองดูรินผ่านแสงจันทร์สลัวที่ลอดผ่านรอยแตกของหน้าต่างเข้ามากระทบใบหน้าด้านข้างของเธอ ในจังหวะความเป็นความตายนี้เอง ความคิดแปลกประหลาดที่เขาเคยปัดทิ้งมาตลอดหลายเดือนกลับเด่นชัดขึ้นมา ภาพถ่ายนับพันใบในเมมโมรี่การ์ดของเขาไม่ใช่แค่ภาพของคนแปลกหน้าอีกต่อไป แต่มันคือบันทึกความรู้สึกที่เขามีต่อผู้หญิงคนนี้—รอยยิ้มที่ฝืนทำในวันที่เหนื่อยล้า แววตาที่ดื้อรั้นตอนที่เธอตัดสินใจสู้กับโลกอันโหดร้าย เขาไม่ได้แค่บันทึกชีวิตของเธอ... เขาตกหลุมรักจิตวิญญาณที่แหลกสลายแต่ยังคงงดงามของเธอเข้าเสียแล้ว วินคว้าเศษกระจกที่ตกอยู่ใกล้ตัวขว้างไปอีกฝั่งของห้องเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ เสียงกระจกกระทบผนังดัง *เคร้ง!* เรียกให้เงาดำทั้งสามหันขวับไปตามเสียง วินไม่รอช้า เขาคว้าแขนรินแล้วพุ่งตัวออกทางประตูหลังห้องอย่างรวดเร็ว เสียงฝีเท้าหนักๆ วิ่งตามมาติดๆ แต่เขาก็อาศัยความคุ้นเคยกับตรอกซอกซอยในเมืองนี้ พาเธอลงไปยังชั้นล่างของอาคารผ่านบันไดหนีไฟที่เต็มไปด้วยคราบเขม่า เมื่อออกมาถึงถนนใหญ่ แสงไฟนีออนสลัวๆ ของเมืองใหญ่สะท้อนลงบนพื้นถนนที่เปียกชื้น วินหยุดหอบหายใจ กุมมือรินไว้แน่นจนเหงื่อซึม ทั้งคู่หลบอยู่หลังถังขยะเหล็กขนาดใหญ่ในซอยเปลี่ยว "ทำไมต้องช่วยฉันขนาดนี้..." รินถามเสียงเบา ดวงตาคู่สวยจับจ้องมองมาที่เขา ราวกับจะค้นหาคำตอบในความนิ่งเฉยของช่างภาพหนุ่ม วินปล่อยมือเธอช้าๆ เขามองไปรอบตัว ก่อนจะสบตาเธอตรงๆ ในวินาทีนั้น ความเป็นสุภาพบุรุษที่เขารักษาไว้เสมอมากลับไม่สามารถปกปิดความในใจได้ "เพราะผมไม่อยากให้ภาพของเธอในกล้องตัวสุดท้ายของผม กลายเป็นภาพที่เธอกำลังจากไปริน... ผมไม่เคยหวงแหนใครขนาดนี้มาก่อนเลย" รินชะงักไป คำพูดของเขาไม่ได้หวานหู แต่มันหนักแน่นและจริงใจจนเธอแทบหยุดหายใจ ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่เคยเงียบหายไปก็ดังขึ้นอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่เสียงรองเท้าหนังของพวกนักฆ่าที่ตามมา แต่มันคือเสียงลากเท้าลากดินที่คุ้นเคย ลุงสมหมายปรากฏตัวขึ้นที่ปากซอย เขากำลังเข็นรถซาเล้งบรรทุกของเก่ากองโต ในมือของเขาไม่ได้มีแค่ขวดพลาสติก แต่เขากำลังถือซองเอกสารสีน้ำตาลที่ดูคุ้นตา ลุงสมหมายหันมามองวินด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากทุกครั้ง มันไม่ใช่สายตาของคนเก็บขยะผู้ต่ำต้อย แต่มันคือสายตาของคนที่รู้ความลับบางอย่างที่วินและรินกำลังตามหา "ไอ้หนู... สิ่งที่พวกมันตามหา ไม่ใช่กระดาษพวกนี้หรอกนะ" ลุงสมหมายพูดพลางวางซองเอกสารลงบนพื้น ก่อนจะหยิบวัตถุชิ้นหนึ่งออกมาจากกองขยะ มันคือกล้องฟิล์มเก่าๆ ตัวหนึ่งที่วินจำได้ดีว่ามันเคยเป็นของพ่อเขา "มันตามหาความจริงที่ถูกเก็บไว้ในเลนส์ตัวนี้ต่างหาก... และคนที่ถือมันได้ มีแค่คนที่พร้อมจะยอมแลกชีวิตเท่านั้น" วินมองกล้องตัวนั้นด้วยความตื่นตะลึง มือของเขาเริ่มสั่นเมื่อรู้ว่าทำไมลุงสมหมายถึงมีมันได้ แต่ก่อนที่เขาจะทันได้เอ่ยปากถาม ลำแสงเลเซอร์สีแดงจุดเล็กๆ ก็ปรากฏขึ้นที่กลางหน้าอกของลุงสมหมายอย่างรวดเร็ว "ก้มลง!" วินตะโกนสุดเสียงพร้อมกระโจนเข้าหาลุงสมหมายในวินาทีที่เสียงปืนดังสนั่นกึกก้องไปทั่วทั้งมหานคร ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านบรรทัดเหล่านี้ไปกับผมนะครับ คนมองเมืองครับ
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหานครไร้เงา: บันทึกมิตรภาพใต้แสงไฟ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%