"ถ้าคุณจะถ่ายรูปผมเพื่อไปโชว์ใครต่อใครว่าผมเป็นคนน่าสงสารในมุมมืดของเมืองนี้... รบกวนช่วยเก็บกล้องแล้วถอยไปไกลๆ เถอะครับวิน"
เสียงของลุงสมหมายแหบพร่า ทว่าคมกริบราวกับใบมีดที่เพิ่งผ่านการลับมาเป็นอย่างดี ผมชะงักนิ้วที่กำลังจะกดชัตเตอร์ กล้องไลก้าตัวเก่งในมือหนักอึ้งขึ้นมาถนัดตา ท่ามกลางเสียงแตรจากถนนใหญ่ที่ดังสอดแทรกเข้ามาในตรอกแคบๆ แห่งนี้ รินที่ยืนอยู่ข้างผมขยับตัวเล็กน้อย เธอไม่ได้ห้ามปราม ไม่ได้แก้ต่าง เธอเพียงแต่จ้องมองกองขยะและวิถีชีวิตที่ลุงสมหมายเฝ้าประคองมันไว้ด้วยสายตาที่ว่างเปล่า
"ผมไม่ได้มองว่าลุงเป็นตัวละครในนิยายนะลุงสมหมาย" ผมตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย พยายามคุมจังหวะหัวใจที่เต้นรัว "ผมแค่มองหาความจริงที่คนเมืองนี้พยายามเหยียบให้จมดิน... เพื่อที่ผมจะได้รู้ว่าทำไมผมถึงยังยืนอยู่ตรงนี้ได้ โดยไม่ยอมพังทลายไปเหมือนคนอื่น"
รินหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูแห้งแล้งที่สุดเท่าที่ผมเคยได้ยิน เธอหันมามองผม ดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววความพยายามอดทนต่อโลกใบนี้ บัดนี้กลับคลอไปด้วยน้ำใสๆ
"วิน... ความจริงที่นายตามหาน่ะ มันไม่ได้อยู่ในเลนส์กล้องหรอกนะ" รินพูดพลางปลดเข็มกลัดที่หน้าอกเสื้อสูทตัวเก่งออก มือของเธอสั่นเทาเล็กน้อยแต่ทว่ามั่นคงในท่าทาง "นายมองหามันในตัวคนอื่น ทั้งที่จริงๆ แล้ว... นายแค่กลัวที่จะมองกระจก"
เธอก้าวเดินไปหาลุงสมหมายก่อนจะนั่งลงบนลังกระดาษเก่าๆ อย่างไม่รังเกียจ กลิ่นอับชื้นของเมืองใหญ่โชยเข้าจมูก แต่รินกลับสูดลมหายใจลึก ราวกับคนเพิ่งได้ปลดปล่อยพันธนาการที่รัดแน่นมานานนับปี เธอถอดรองเท้าส้นสูงคู่สวยที่มักจะสวมใส่เพื่อสร้างภาพลักษณ์พนักงานออฟฟิศผู้ประสบความสำเร็จออก แล้วโยนมันทิ้งไว้ข้างกองขยะ
"แม่คิดว่าฉันมีความสุขในห้องแอร์คอนโดหรู... หัวหน้าคิดว่าฉันแบกรับความกดดันได้ไม่มีวันสิ้นสุด... เพื่อนร่วมงานคิดว่าฉันคือผู้หญิงที่ไร้รอยขีดข่วน" รินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ หากทว่าแฝงด้วยความเจ็บปวดที่หยั่งรากลึก "แต่ความจริงคือ ฉันอยากเป็นแค่คนธรรมดาที่เดินร้องไห้อยู่ข้างถนนโดยไม่ต้องมีใครมาตั้งคำถามว่าทำไมฉันถึงล้มเหลว"
ลุงสมหมายเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาววัยทำงานที่ดูเหมือนหลุดออกมาจากนิตยสารธุรกิจ ลุงไม่พูดอะไร แต่เขากลับเลื่อนถุงพลาสติกบรรจุขวดน้ำเก่าๆ ไปวางไว้ข้างเท้าเธอ รินรับมันมาถือไว้ด้วยมือที่ไร้เครื่องประดับหรูหรา เธอไม่ได้เขินอาย ไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกกับความสกปรกตรงหน้า อีกต่อไป เธอกำลังยอมรับ ‘ตัวตน’ ที่ถูกฉาบไว้ด้วยเปลือกนอกมาตลอดหลายปี
"ริน คุณกำลังทำอะไร" ผมถาม เสียงของผมสั่นเครือเล็กน้อย
"กำลังถอดหน้ากากไงวิน" เธอหันกลับมาสบตาผม "ไม่ใช่แค่ฉันหรอก แต่นายด้วย... นายถ่ายภาพผู้คนมากมายเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกผิดที่นายไม่เคยให้อภัยตัวเองเรื่องครอบครัว นายกำลังหนีตัวเองอยู่ในมหานครแห่งนี้ เหมือนที่ฉันหนีชีวิตตัวเองในออฟฟิศนั่นแหละ"
คำพูดของเธอกระแทกเข้ากลางใจผมเหมือนค้อนปอนด์ ผมมองรินที่นั่งอยู่บนพื้น เธอไม่ได้ดูน่าสงสารอีกต่อไป ในสายตาผมตอนนี้ รินดูมีอำนาจและงดงามอย่างประหลาด ความสวยงามที่เกิดจากความกล้าที่จะพังทลายลงตรงหน้าผู้อื่นโดยไม่กลัวสายตาคนผ่านไปมา ผมวางกล้องลงบนพื้นหญ้าที่ขึ้นแทรกแผ่นคอนกรีต แล้วทรุดตัวลงนั่งข้างๆ เธอ
เราทั้งสามคนนั่งอยู่ท่ามกลางกลิ่นอับของขยะและเสียงความวุ่นวายของมหานครที่ไม่เคยหยุดพัก ลุงสมหมายเริ่มจัดเรียงขวดพลาสติกอีกครั้ง เหมือนกับชีวิตที่ต้องจัดระเบียบใหม่ทุกวันเพียงเพื่อจะอยู่รอด ผมมองดูมือตัวเอง มือที่เคยถือกล้องจับภาพผู้คนเพื่อสร้าง ‘เงา’ ให้กับตัวเอง บัดนี้มันว่างเปล่า แต่กลับรู้สึกเบาหวิวอย่างบอกไม่ถูก
"แล้วหลังจากนี้ล่ะริน... เราจะเป็นอะไร" ผมถาม
รินหันมามองผม แสงไฟจากป้ายโฆษณาบนตึกสูงสะท้อนลงมาในดวงตาของเธอ มันวูบไหวแต่ทว่าแน่วแน่ "เป็นคนธรรมดาที่พร้อมจะเจ็บปวดอีกครั้งไงวิน... แต่อย่างน้อย ครั้งนี้ฉันก็รู้ว่าใครคือคนที่จะนั่งอยู่ข้างๆ ฉัน ในวันที่ฉันไม่มีอะไรเลย"
บรรยากาศรอบข้างดูเหมือนจะเงียบงันไปชั่วขณะ ราวกับว่าโลกทั้งใบกำลังหมุนช้าลงเพื่อรอฟังคำตอบของเรา ทว่าในจังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังแทรกเข้ามาในตรอก เสียงฝีเท้าที่ผมจำได้แม่นยำ... เสียงที่ผมไม่คิดว่าจะได้ยินในสถานที่แห่งนี้
ชายร่างสูงในชุดสูทสีเข้มเดินเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหน้าเรา เงาของเขาบดบังแสงไฟจนทำให้รินตัวสั่นขึ้นมาทันที ลุงสมหมายชะงักมือที่คัดแยกขยะ เขามองชายคนนั้นด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ก่อนจะพึมพำออกมาคำหนึ่งที่ทำให้ผมถึงกับหัวใจหล่นวูบ
"หนี้ที่ยืมไปใช้... ถึงเวลาต้องชดใช้ด้วยชีวิตแล้วนะคุณริน"
คนตรงหน้ายื่นซองจดหมายสีน้ำตาลที่มุมซองเปื้อนเลือดมาตรงหน้าเรา ผมคว้ามือรินไว้แน่น แต่ชายในชุดสูทกลับหยิบปืนพกกระบอกเล็กออกมาจากเสื้อสูท แล้วจ่อตรงมาที่ขมับของผมแทน!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเฝ้ามองมหานครไร้เงาไปพร้อมกับผมนะครับ
มหานครไร้เงา: บันทึกมิตรภาพใต้แสงไฟ•ตอนที่ 40
ตัวตนที่แท้จริง
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหานครไร้เงา: บันทึกมิตรภาพใต้แสงไฟ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!