“ลบมันซะ วิน... ลบภาพพวกนั้นออกไปจากหัวคุณ เดี๋ยวนี้”
เสียงของรินสั่นพร่าขณะที่เธอกดนิ้วลงบนหน้าจอสมาร์ทโฟนย้ำๆ แสงสีฟ้าจากหน้าจอสะท้อนกระทบดวงตาที่แดงก่ำของเธอ มันไม่ใช่ความโกรธ แต่มันคือความแตกสลายที่ถูกขังไว้ในห้องแคบๆ ใจกลางกรุงเทพฯ วินมองดูภาพในไอแพดของเขา—ภาพหญิงสาวในชุดเดรสสีครีมกำลังนั่งจิบไวน์ในบาร์รูฟท็อปสุดหรู ใบหน้าของเธอแย้มยิ้มอย่างมีความสุข แสงไฟจากตึกระฟ้าเบื้องหลังระยิบระยับราวกับดวงดาวในเทพนิยาย
แต่ในความเป็นจริง รินที่นั่งอยู่ตรงหน้าเขาในตอนนี้ กำลังสวมเสื้อยืดตัวโคร่งที่คอปกย้วย มือที่สั่นเทาของเธอไม่ได้ถือแก้วไวน์ราคาแพง แต่มันกำลังกำเศษกระดาษทวงหนี้ที่ขยำจนยับยู่ยี่
“คนในรูปคือใครครับ ริน?” วินถามเสียงเรียบ แม้ใจจะเต้นรัวด้วยความสงสัย “รอยยิ้มนั้น... มันดูเป็นสุขมาก จนผมเกือบเชื่อไปแล้วว่าคุณกำลังมีความสุขจริงๆ”
รินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูแห้งแล้งเหมือนใบไม้กรอบ “นั่นคือรินฉบับสมบูรณ์แบบ วิน... รินที่แม่ต้องการ รินที่หัวหน้าอยากให้เป็น และรินที่เจ้าหนี้คิดว่ายังมีเงินพอจะรีดไถได้ไปอีกเดือน ส่วนรินที่นั่งอยู่ตรงนี้ คือขยะที่รอวันเน่าเปื่อยในเมืองใหญ่เมืองนี้ไงครับ”
วินวางกล้องถ่ายรูปคู่ใจลงบนโต๊ะไม้ตัวเก่า เขาสังเกตเห็นรอยช้ำจางๆ ที่ข้อมือของเธอจากการพยายามรัดเกล้าผมให้ดูดีในรูปถ่ายเหล่านั้น มันเป็นความรุนแรงที่เกิดขึ้นเงียบเชียบภายใต้ภาพลักษณ์สวยหรูที่เธอสร้างขึ้นมาเพื่อหลอกลวงโลกโซเชียล เขานึกถึงคำพูดของลุงสมหมาย คนเก็บของเก่าที่มักจะบอกเขาเสมอว่า *‘ในเมืองนี้ ใครดูดีที่สุด มักจะแบกอะไรไว้หนักที่สุด’*
“คุณกำลังเล่นเกมกับนักล่าอยู่หรือเปล่าครับ?” วินขยับตัวเข้าใกล้ แววตาของเขาเปลี่ยนจากความสงสัยเป็นความห่วงใย “ภาพพวกนั้น... มันไม่ได้แค่หลอกคนอื่น แต่มันกำลังดึงดูดพวกที่มองหาความเปราะบางให้เข้ามาใกล้คุณมากขึ้น”
รินเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเธอว่างเปล่าราวกับหลุมดำที่ไร้ก้นบึ้ง “ถ้าฉันเลิกโพสต์ พวกเขาก็จะรู้ว่าฉันพัง... และถ้าฉันพัง ฉันก็ไม่มีค่าพอที่จะให้ใครมาสนใจอีกต่อไป วิน คุณไม่เข้าใจหรอกว่าการมีชีวิตอยู่โดยต้องพิสูจน์ให้คนอื่นเห็นตลอดเวลาว่าเรายัง ‘โอเค’ มันน่าสมเพชแค่ไหน”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องพักขนาดสิบแปดตารางเมตร มีเพียงเสียงพัดลมเก่าๆ ที่ดังครืดคราดเป็นระยะ วินหยิบกระดาษในมือขึ้นมาดูอีกครั้ง มันเป็นเอกสารแจ้งเตือนยึดทรัพย์ที่เขาสังเกตเห็นตั้งแต่เมื่อครู่ รอยยิ้มในภาพถ่ายหน้าจอมือถือกับตัวอักษรสีแดงฉานบนกระดาษใบนี้ ช่างเป็นความย้อนแย้งที่ตบหน้าความจริงอย่างรุนแรง
“ผมถ่ายภาพมาทั้งชีวิต” วินเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงสุขุม “ผมเห็นคนมากมายพยายามแช่แข็งความสุขไว้ในพิกเซลสี่เหลี่ยม แต่รินครับ... ยิ่งเราพยายามปั้นแต่งให้สมบูรณ์แบบมากเท่าไหร่ ความจริงที่แตกสลายข้างในมันก็ยิ่งส่งเสียงดังขึ้นเท่านั้น”
รินนิ่งอึ้ง เธอมองมือของตัวเองที่กำลังสั่น เธอกำลังพยายามคว้าเอาความมั่นคงที่ไม่มีอยู่จริงผ่านยอดไลก์และคอมเมนต์ชมเชย ในขณะที่ชีวิตจริงของเธอกำลังจมดิ่งลงสู่จุดต่ำสุด วินรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดนั้น มันเป็นความรู้สึกเดียวกับที่เขาเคยทำพลาดไปในอดีต—ความรู้สึกที่ปล่อยให้ครอบครัวพังทลายลงในขณะที่เขาเอาแต่มองผ่านเลนส์กล้องแทนที่จะมองด้วยตาจริงๆ
“ถ้าคุณพร้อม...” วินเอื้อมมือไปแตะไหล่เธอเบาๆ “พรุ่งนี้เราไปเริ่มต้นใหม่ที่อื่นกันดีไหมครับ ที่ที่ไม่มีใครรู้จักคุณ ที่ที่รอยยิ้มของคุณไม่ต้องแลกมาด้วยการฝืนใจแบบนี้”
รินเบิกตากว้าง เธอไม่ได้ตอบรับ แต่ในแววตาของเธอเริ่มมีความหวังริบหรี่ปรากฏขึ้น ทว่าทันใดนั้น เสียงเคาะประตูห้องอย่างรุนแรงก็ดังขึ้นสามครั้งติดกัน
*ปัง! ปัง! ปัง!*
เสียงนั้นไม่ได้มาจากเพื่อนบ้าน แต่มันดังหนักแน่นและเต็มไปด้วยอำนาจ รินสะดุ้งสุดตัว หน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด เธอรีบคว้าสมาร์ทโฟนของเธอแล้วกดปิดหน้าจอทันที แต่ทว่าเสียงจากหน้าประตูที่ดังขึ้นหลังจากนั้นกลับทำให้เลือดในกายของวินเย็นเฉียบ
“คุณรินครับ... ผมรู้ว่าคุณอยู่ข้างใน” เสียงทุ้มต่ำและเย็นยะเยือกดังทะลุบานประตูไม้เก่าๆ เข้ามา “รูปภาพในบาร์รูฟท็อปคืนนี้สวยมากนะครับ... แต่เสียดายที่ผมไม่ได้เจอตัวจริงของคุณที่นั่น”
วินหันไปมองรินที่สั่นเทาเหมือนใบไม้ต้องลม เธอไม่ได้เพียงแค่สร้างภาพเพื่ออวดใคร แต่นักล่าตัวจริงกำลังยืนอยู่หน้าประตู และเขากำลังมองทะลุผ่านความสวยงามของโซเชียลมีเดียเข้าไปถึงตัวตนที่แท้จริงของเธอแล้ว วินคว้ากล้องถ่ายรูปขึ้นมาโดยอัตโนมัติ ไม่ใช่เพื่อบันทึกภาพความสวยงามอีกต่อไป แต่เพื่อเตรียมรับมือกับสิ่งที่เขากำลังจะตัดสินใจทำในวินาทีต่อจากนี้
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับ "คนมองเมือง" ในมหานครที่เต็มไปด้วยเงาแห่งนี้เสมอนะครับ
มหานครไร้เงา: บันทึกมิตรภาพใต้แสงไฟ•ตอนที่ 11
เบื้องหลังภาพสวยงาม
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหานครไร้เงา: บันทึกมิตรภาพใต้แสงไฟ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!