"วางกล้องลงเถอะครับ... คุณไม่ได้ถ่ายรูปผมอยู่หรอก ผมรู้"
เสียงของรินแหบพร่า แต่มันหนักแน่นพอที่จะทำให้ปลายนิ้วของผมชะงักค้างอยู่บนปุ่มชัตเตอร์ ท่ามกลางเสียงจอแจของรถราที่ติดขัดหนาแน่นบนถนนใจกลางเมืองในยามค่ำคืน สายตาของเธอไม่ได้มองมาที่เลนส์กล้อง แต่มองทะลุผ่านมันมาถึงดวงตาของผมโดยตรง ดวงตาที่เมื่อครู่ยังสั่นไหวเหมือนใบไม้ต้องลม ตอนนี้กลับนิ่งสงบราวกับผิวน้ำที่ถูกแช่แข็งหลังพายุผ่าน
ผมวางกล้องลงช้าๆ พลางถอนหายใจยาว ความตึงเครียดที่เกาะกุมหัวใจเมื่อครู่—ตอนที่ผมพยายามปกป้องเธอจาก ‘นักล่า’ คนนั้น—เริ่มผ่อนคลายลง เหลือเพียงความสับสนที่ตกตะกอนอยู่เบื้องหลัง
"ผมไม่ได้จะถ่ายรูปคุณรินครับ" ผมยอมรับตรงๆ เสียงของผมเบาหวิวท่ามกลางเสียงแตรที่ดังระงม "ผมแค่กำลังคิด... ว่าถ้าภาพนี้ถูกลบออกไปจากความทรงจำของคนทั้งโลกได้จริงๆ คุณจะยังเป็นคนเดิมที่ผมเห็นอยู่ตอนนี้ไหม"
รินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูเหนื่อยล้าเกินกว่าจะเป็นความสุข "คนเดิมเหรอครับ? คนที่ต้องใส่หน้ากากยิ้มให้กล้องเพื่อแลกกับเศษเสี้ยวของตัวตนที่หายไปน่ะหรือ? ถ้าไม่มีโซเชียลมีเดีย... วินคงไม่แม้แต่จะชายตามองผู้หญิงอย่างฉันด้วยซ้ำ"
ผมไม่ตอบ แต่เลือกที่จะก้าวเดินนำเธอไปตามฟุตบาทที่เต็มไปด้วยคราบน้ำมันและขยะเปียก กลิ่นควันรถผสมกับกลิ่นอาหารปรุงสำเร็จลอยอบอวลอยู่ทั่วบริเวณ เราเดินทิ้งระยะห่างกันไม่กี่ก้าว จนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่ร้านรถเข็นริมทางร้านหนึ่งซึ่งมีเพียงแสงไฟสีส้มสลัวๆ จากหลอดนีออนดวงเดียว
"นั่งลงเถอะครับ" ผมบอกพลางขยับเก้าอี้พลาสติกตัวที่ดูแข็งแรงที่สุดให้เธอ "ที่นี่ไม่มีใครรู้จักคุณ และที่สำคัญ... ไม่มีใครถือกล้องถ่ายรูปจ้องจะจับผิดชีวิตใคร"
รินนั่งลงอย่างเกร็งๆ แต่เมื่อกลิ่นกะเพราพริกแห้งและเสียงตะหลิวกระทบกระทะดังขึ้น ความเป็นธรรมชาติก็เริ่มแทรกซึมเข้ามาแทนที่ความเย็นชา เราสั่งอาหารสองจานที่ดูธรรมดาที่สุด แต่ในความธรรมดานั้นกลับมีความหมายบางอย่างซ่อนอยู่
"คุณรู้ไหม..." รินเริ่มพูดขณะที่เธอใช้ตะเกียบเขี่ยเศษพริกในจาน "ชีวิตฉันเหมือนอาหารจานนี้เลยครับ ทั้งเผ็ดร้อน จัดจ้าน จนบางครั้งก็ลืมไปว่ารสชาติวัตถุดิบจริงๆ มันเป็นยังไง เรามัวแต่ปรุงแต่งจนทุกอย่างกลายเป็นรสชาติที่คนอื่นอยากให้เป็น"
ผมมองใบหน้าของเธอในแสงไฟสลัว แววตาของรินไม่มีร่องรอยของการเสแสร้งเหลืออยู่เลย เธอไม่ใช่หญิงสาวผู้เพียบพร้อมที่ใครๆ เห็นในหน้าจอ แต่เป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่งที่กำลังหิวโหย... ไม่ใช่แค่ความหิวทางกาย แต่คือความหิวที่จะได้เป็นตัวของตัวเอง
"บางทีชีวิตคนเมืองมันก็เป็นแบบนี้ครับ" ผมเอ่ยขึ้นขณะตักข้าวเข้าปาก "เราทุกคนกลายเป็นวัตถุดิบในจานอาหารของคนอื่น ถูกหั่น สับ และคลุกเคล้าเพื่อสร้างอรรถรสให้กับสังคมที่ไม่ได้แคร์ด้วยซ้ำว่าเราจะอิ่มท้องหรือเปล่า"
รินเงยหน้าขึ้นมองผม สายตาของเธออ่อนโยนลงอย่างประหลาด "แล้วคุณล่ะวิน? คุณล่ะเป็นอะไรในจานอาหารของคนอื่น?"
"ผมเหรอครับ?" ผมยิ้มมุมปาก ความรู้สึกผิดที่เคยเกาะกินใจในอดีตผุดพรายขึ้นมาเหมือนฟองอากาศในน้ำเดือด "ผมอาจจะเป็นแค่เครื่องเคียงที่ไม่มีใครมองเห็น เป็นแค่คนมองเมืองที่คอยบันทึกภาพความสุขของคนอื่น โดยที่ตัวเองไม่มีส่วนร่วมอะไรเลย... จนกระทั่งผมมาเจอคุณรินนี่แหละครับ"
บทสนทนาของเราไหลลื่นไปพร้อมกับรสชาติของอาหารค่ำที่ดูเหมือนจะอร่อยเป็นพิเศษในคืนที่ฝนเริ่มตั้งเค้า รินเล่าเรื่องหนี้สินที่เธอต้องแบกรับ เรื่องแรงกดดันจากครอบครัวที่คาดหวังให้เธอเป็น ‘ลูกสาวที่ประสบความสำเร็จ’ โดยไม่เคยถามเลยว่าเธอยังหายใจสะดวกอยู่ไหม ผมฟังเงียบๆ โดยไม่ขัดจังหวะ ปล่อยให้ความจริงใจในแต่ละคำพูดของเธอทำหน้าที่เชื่อมรอยร้าวในใจของเราทั้งคู่
มิตรภาพที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางมลพิษและเสียงดังของเมืองใหญ่นี้ มันให้ความรู้สึกมั่นคงกว่าความสัมพันธ์ใดๆ ที่ผมเคยรู้จักในโลกออนไลน์
แต่แล้ว ความสงบสุขก็ถูกกระชากออกอย่างรุนแรง เมื่อชายในชุดสูทสีเข้มคนที่ผมพยายามจะพาเธอหนีมาเมื่อครู่ ปรากฏตัวขึ้นที่หัวมุมถนนอีกฝั่ง เขาไม่ได้เดินเข้ามาด้วยท่าทีคุกคาม แต่เขากลับมายืนจ้องมองเราด้วยรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะล่วงรู้ทุกความลับที่รินพยายามปกปิด
มือถือของรินที่วางอยู่บนโต๊ะสั่นครืดอย่างแรง หน้าจอแสดงข้อความจากหมายเลขที่ไม่มีบันทึกชื่อ... มันเป็นภาพถ่ายของผมและรินที่นั่งกินข้าวอยู่ตรงนี้ ในวินาทีนี้เอง
"รินครับ" ผมเรียกเธอด้วยน้ำเสียงที่พยายามรักษาระดับความนิ่งไว้ แม้ใจจะเต้นรัว "อย่าหันไปมองข้างหลัง... แต่ตอนนี้มีคนกำลังถ่ายรูปเราอยู่ และดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้มาคนเดียวแล้วครับ"
รินตัวแข็งทื่อ ช้อนในมือของเธอร่วงกระทบจานเสียงดังเคร้ง ก่อนที่ไฟริมถนนทั้งแถบจะดับวูบลงพร้อมกัน ทิ้งให้เราตกอยู่ในความมืดสนิทที่มีเพียงเสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนกำลังเดินตรงเข้ามาหาโต๊ะของเรา
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในมหานครแห่งนี้ด้วยกันนะครับ
มหานครไร้เงา: บันทึกมิตรภาพใต้แสงไฟ•ตอนที่ 12
มื้อค่ำข้างทาง
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหานครไร้เงา: บันทึกมิตรภาพใต้แสงไฟ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!