"มาดูว่าแกตายคาตีนคู่แข่งไปหรือยังน่ะสิ..." คีย์หัวเราะในลำคอ ก่อนจะหรี่ตามองพายแล้วยิ้มกริ่ม "แต่ดูท่าทางแล้ว... เพื่อนฉันน่าจะกำลังตกเป็นเชลยศึกหัวใจของคนแถวนี้มากกว่ากระมัง?"
ประโยคกำกวมที่ทิ้งไว้เมื่อครู่ยังคงวนเวียนอยู่ในโสตประสาทของพายราวกับเสียงสะท้อนในอุโมงค์ ทว่าทันทีที่แผ่นหลังกว้างของคีย์ลับหายไปหลังประตูกระจกฝ้าของออฟฟิศ บรรยากาศรอบตัวเธอก็กลับมาเงียบงันจนได้ยินเสียงจังหวะการเต้นของหัวใจตัวเองที่ดังผิดจังหวะ
พายตวัดสายตากลับมามองหน้าจอคอมพิวเตอร์ บนหน้าจอคือแบบร่างสามมิติของโปรเจกต์รีสอร์ตที่เธอกำลังรับผิดชอบร่วมกับบริษัทสถาปัตยกรรมของธันวา เส้นสายและโครงสร้างถูกจัดวางอย่างสมบูรณ์แบบตามมาตรฐาน แต่วันนี้... เธอกลับมองเห็นอะไรบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้เส้นตารางเหล่านั้น
ความใส่ใจที่มากเกินพอดี
ย้อนกลับไปเมื่อช่วงบ่ายแก่ๆ ขณะที่เธอกำลังหัวเสียกับสเกลห้องพักที่ไม่ลงตัวจนเผลอขยำกระดาษร่างทิ้งลงถังขยะ ธันวาที่ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบระดับกราบกรานและเกลียดความสกปรกยิ่งกว่าสิ่งใด กลับเป็นคนเดินไปหยิบก้อนกระดาษยับยู่ยี่นั้นขึ้นมากางออกเรียบด้วยมือหนาของเขาเอง แถมยังวางแก้วกาแฟดำอุ่นจัดไว้บนโต๊ะทำงานของเธอโดยไม่พูดพร่ำทำเพลงสักแอะ
แถมไม่ใช่ครั้งแรก...
ทุกครั้งที่เธอทำงานโต้รุ่งจนเลยเที่ยงคืน กาแฟแก้วโปรดพร้อมแซนด์วิชทูน่าจากร้านใต้ตึกมักจะปรากฏอยู่บนโต๊ะทำงานเสมอ ทั้งที่ปากหนาๆ ของเจ้านายหนุ่มจอมจุกจิกคนนั้นมักจะคอยบ่นว่าเธอบริหารเวลาแย่และสร้างภาระให้ทีมอยู่บ่อยครั้ง
คนอะไร ปากกับใจสวนทางกันยิ่งกว่ารถไฟเหาะตีลังกา พายคิดในใจขณะเผลอใช้นิ้วเคาะขอบโต๊ะเป็นจังหวะ
"นั่งเหม่อแบบนี้ แบบแปลนคงจะเสร็จทันเดดไลน์พรุ่งนี้หรอกนะ คุณอินทีเรียดีไซเนอร์"
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง ทำเอาพายสะดุ้งสุดตัวจนเกือบหงายหลังตกเก้าอี้ เธอนั่งดีดตัวตั้งตรงแล้วหันขวับไปมองต้นเสียง ธันวายืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยท่าทางสบายๆ เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปนบนท่อนแขนแกร่งที่บ่งบอกถึงการทำงานหนัก ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองโต๊ะทำงานที่รกเรื้อไปด้วยกองหนังสือและกระดาษสเกลของเธอ
"ถ้าคุณเดินมาเพื่อจะบ่นเรื่องความรกบนโต๊ะฉัน เชิญเดินกลับไปห้องของคุณได้เลยค่ะ... อ๊ะ หมายถึง ครับ!" พายเผลอหลุดเสียงสูงใส่ตามความคุ้นชิน ก่อนจะรีบแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อเห็นมุมปากของคนตรงกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย
ธันวาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ขายยาวก้าวเข้ามาในอาณาเขตโต๊ะทำงานของเธออย่างถือวิสาสะ นิ้วเรียวยาวเอื้อมไปหยิบแก้วกาแฟที่เย็นชืดบนโต๊ะของเธอขึ้นมาพินิจพิเคราะห์ "ผมไม่ได้ว่างงานขนาดจะเดินมาตรวจความสะอาดโต๊ะคุณหรอกนะพาย แต่ผมมาดูว่า... คนที่รับปากว่าจะส่งแบบร่างโซนล็อบบี้ให้ผมตรวจก่อนห้าโมงเย็น ตอนนี้ไปถึงไหนแล้วต่างหาก"
"ก็กำลังทำอยู่นี่ไงคะ... ครับ!" พายกัดริมฝีปากล่างด้วยความขัดใจเมื่อเผลอพลั้งปากผิดอีกรอบ เธอเกลียดความรู้สึกพ่ายแพ้เวลาที่อีกฝ่ายถือไพ่เหนือกว่าแบบนี้เสียจริง "อีกอย่าง นี่มันเพิ่งจะสี่โมงเย็นห้าสิบนาที คุณจะรีบไปไหนนักหนา เดดไลน์ของเราคือพรุ่งนี้เช้าไม่ใช่หรือไง"
"เดดไลน์ของทีมผม คือการทำงานล่วงหน้าก่อนกำหนดเสมอ คุณก็รู้" ธันวาตอบเสียงเรียบ แต่สายตากลับทอดมองกองกระดาษบนโต๊ะของเธอด้วยความอ่อนโยนที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้มาดขรึม "อีกอย่าง... ผมไม่อยากเห็นคุณต้องมานั่งอดหลับอดนอนฟุบคาโต๊ะเหมือนสัปดาห์ก่อน"
ประโยคเรียบง่ายนั้นทำให้พายชะงักไปชั่วขณะ ลมหายใจสะดุดกึก ความร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้มโดยไม่ได้รับอนุญาต เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับสถาปนิกหนุ่มตรงๆ เป็นครั้งแรกในรอบวัน แววตาของธันวาไม่มีความเย่อหยิ่งหรือความกวนประสาทเหมือนทุกที มีเพียงความห่วงใยที่จริงใจจนน่าตกใจสะท้อนอยู่ในนั้น
"ทำไม..." พายตัดสินใจเอ่ยถามออกไป เสียงของเธอเบากว่าปกติเล็กน้อย เจือความลังเลที่หาได้ยากยิ่งจากคนปากจัดอย่างเธอ "ทำไมช่วงนี้คุณถึง... ดูแลฉันแปลกๆ"
ธันวาชะงักไปเล็กน้อย มือที่ถือแก้วกาแฟกระชับแน่นขึ้นนิดหนึ่ง ดวงตาคมกริบไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที ก่อนที่กำแพงความเยือกเย็นจะถูกสร้างขึ้นมาปิดบังไว้อย่างรวดเร็วตามวิสัยของคนเก็บความรู้สึกเก่ง
"แปลกตรงไหน?" ธันวาเสียงเข้มขึ้น กลบเกลื่อนความพิรุธ "ในฐานะหัวหน้าโปรเจกต์ ผมก็ดูแลความเรียบร้อยของทีมทุกคนเหมือนกันหมดแหละ อย่าหลงตัวเองให้มากนักเลยพาย"
"ดูแลทุกคน?" พายแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตหรี่ลงอย่างจับผิด "ทุกคนที่ว่านี่คือนายคีย์ที่เดินออกไปเมื่อกี้ด้วยไหมคะ? หรือว่าหมายถึงทีมวิศวกรโครงสร้างผู้ชายตัวควายสามคนนั้น ที่ไม่เห็นคุณเคยซื้อกาแฟมาวางประเคนให้สักแก้ว?"
ธันวาเม้มปากแน่น ปากหนาๆ ที่มักจะใช้ต่อปากต่อคำกับเธอมาตลอดตอนนี้กลับปิดสนิทราวกับกลัวว่าจะเผลอพูดความลับบางอย่างออกมา ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างเขาทั้งสองชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ เป็นฉากหลัง
พายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ระยะห่างระหว่างเธอกับธันวาลดลงจนเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นกระดาษและกาแฟคั่วบดลอยเข้าแตะจมูก ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวชวนให้อึดอัดและใจเต้นระส่ำในเวลาเดียวกัน เธอยื่นหน้าเข้าไปใกล้เขาอีกนิด จ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเข้มคู่นั้นราวกับต้องการค้นหาคำตอบที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง
"บอกความจริงมาเถอะค่ะธันวา..." พายกระซิบเสียงแผ่วเบา ทว่าชัดเจนทุกถ้อยคำ "ที่คุณทำแบบนี้... มันเป็นเพราะงาน... หรือเพราะอะไรกันแน่?"
ธันวานิ่งค้างไปกับคำถามจี้จุด เขามองใบหน้าหวานที่อยู่ห่างกันแค่คืบ ลมหายใจอุ่นๆ ของเธอปะทะเข้ากับปลายคางของเขา ความอดทนที่สะสมมานานนับเดือนพังทลายลงในพริบตา มือหนาข้างที่ว่างเอื้อมออกไปคว้าข้อศอกเรียวของเธอไว้โดยอัตโนมัติ ไม่ยอมให้เธอถอยหนีไปไหน
ดวงตาคมกริบของสถาปนิกหนุ่มฉายแววความดุดันและคลั่งรักปะปนกันจนแยกไม่ออก เขาก้มหน้าลงกระซิบชิดริมหูของเธอด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่สั่นพร่าเล็กน้อย
"ถ้าผมบอกว่ามันไม่ใช่เรื่องงาน..." ธันวาหยุดเว้นจังหวะ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอจนพายขนลุกซู่ "...คุณจะรับมือกับความจริงไหวหรือเปล่าล่ะ?"
ยังไม่ทันที่พายจะได้อ้าปากตอบคำถามที่ทำเอาสมองตื้อตันจนคิดอะไรไม่อออก เสียงกริ่งประตูออฟฟิศก็ดังขึ้นลั่นห้อง พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของบุคคลที่สามที่ก้าวพรวดพราเข้ามาอย่างไร้มารยาท
"เฮ้ย ธันวา! ลูกค้าโทรมาโวยวายเรื่องแบบแปลน..."
คีย์ชะงักฝีเท้ากึกลงทันทีเมื่อเห็นภาพตรงหน้า ภาพที่เพื่อนสนิทหนุ่มมาดนิ่งกำลังยืนประชิดตัวอินทีเรียสาวคนเก่งในระยะประชิด ชนิดที่ปลายจมูกแทบจะชนกันอยู่รำไร
ธันวาถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความหัวเสียอย่างรุนแรง ก่อนจะค่อยๆ ปล่อยมือออกจากแขนของพายช้าๆ แล้วหันไปถลึงตาใส่เพื่อนสนิทตัวดีที่เข้ามาขัดจังหวะชีวิตรักของเขาในวินาทีที่เป็นตายเท่ากันอย่างไม่น่าให้อภัย
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความสัมพันธ์ที่เริ่มก่อตัวนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
เซฟโซนสุดกวนกับก๊วนสถาปนิกปากร้าย•ตอนที่ 12
ความจริงที่เริ่มก่อตัว
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับก๊วนสถาปนิกปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!