วิถีอธรรม: เมื่อกฎหมายไร้เงาตามตัวจับ•ตอนที่ 2

เขตอำนาจที่ไม่ลงรอย

ผลงานโดย พยานปากเอก
กลิ่นอับของสนิมเหล็กและกลิ่นสาปสาส์นแห่งความตายในห้องเก็บเอกสารลับใต้ดิน ไม่เคยจางหายไปจากความรู้สึกของสารวัตรปกรณ์เลย แม้ว่าในเวลานี้ เบื้องหน้าของเขาจะไม่ใช่ซากศพ แต่เป็นตู้เซฟนิรภัยฝังผนังรุ่นเก่าแก่ที่ส่งเสียงคลิกเบาๆ ก้องกังวานในความเงียบงัน รหัสหกหลักที่เพิ่งถูกหมุนปลดล็อกไปเมื่อครู่ ไม่ได้มาจากเอกสารราชการใดๆ แต่มันคือชุดตัวเลขที่สลักอยู่บนรอยแผลเป็นในความทรงจำของเขาเอง—ห้องทำงานส่วนตัวที่ไม่มีเจ้าหน้าที่กองปราบคนไหนล่วงรู้ และไม่มีทางที่ร่องรอยการไขปริศนาชิ้นนี้จะหลุดรอดออกไปได้ หากไม่ใช่เพราะมี "หนอน" ตัวใหญ่กำลังกัดกินโครงสร้างของกระบวนการยุติธรรมอยู่จากภายใน ปกรณ์จ้องมองบานประตูเหล็กหนาหนักที่ค่อยๆ เผยอออก ปลายนี้วลีของความจริงกำลังจะถูกเปิดโปง แต่ทว่า... ก่อนที่ปลายนิ้วสากของเขาจะได้สัมผัสกับแฟ้มคดีที่ซ่อนอยู่ภายใน เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังสะท้อนก้องมาจากทางเดินสลัวเบื้องหลัง "คุณกำลังทำผิดมหันต์เลยนะครับ สารวัตร" น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เจือรอยเย้ยหยันดังขึ้น ตัดผ่านความเงียบราวกับคมมีดโกนที่กรีดผ่านอากาศ ปกรณ์ชะงักมือเล็กน้อย เขายังไม่หันกลับไปทันที แต่ดวงตาคมกริบใต้กรอบคิ้วหนากวาดมองเงาสะท้อนบนผิวเหล็กของตู้เซฟ เงาร่างนั้นสวมสูทเข้ารูปสีเทาเข้ม รอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอบ่งบอกถึงความเหนือกว่าอย่างชัดเจน อัยการรวินันท์ก้าวเข้ามาในรัศมีแสงไฟสลัวจากหลอดนีออนกะพริบ รองเท้าส้นสูงกระทบพื้นคอนกรีตเป็นจังหวะเนิบนาบ ทว่ามั่นคงในทุกย่างก้าว ราวกับผู้ล่าที่เดินเข้าต้อนเหยื่อจนมุมในกรงขัง ปกรณ์ถอนหายใจยาวผ่านจมูก เขาผุดลุกขึ้นเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้เสื้อเชิ้ตพับแขนขยับหันเผชิญหน้ากับผู้มาเยือนอย่างไม่เกรงกลัว ดวงตาสองคู่ปะทะกันในระยะประชิด เคมีอันตรายระหว่างผู้พักษ์กฎหมายที่อยู่คนละฟากฝั่งของอำนาจแผ่ซ่านจนอากาศรอบตัวแทบอึดอัด "ผมคิดว่าเขตอำนาจของสำนักงานอัยการสูงสุด ไม่ได้ครอบคลุมถึงการเดินตรวจตรายามวิกาลในห้องสืบสวนลับของกองปราบนะครับ, ท่านอัยการ" ปกรณ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยแรงกดดันอันหนักอึ้ง รวินันท์ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เธอไม่ได้สะท้านต่อสายตาดุดันคู่นั้นแม้แต่น้อย มือเรียวภายใต้ถุงมือหนังสีดำยกขึ้นกอดอก สายตาคมกวาดมองเข้าไปในตู้เซฟเปิดอ้าซ่า ก่อนจะเลื่อนกลับมาสบตาเขาตรงๆ อย่างท้าทาย "กฎหมายไม่ได้ห้ามไม่ให้ผมเดินตรวจตราความเรียบร้อยหรอกครับ สารวัตร... โดยเฉพาะเมื่อผมเห็นท่าทีที่น่าสงสัยว่า เจ้าหน้าที่ผู้รักษากฎหมายกำลังพยายาม 'ทำลาย' หรือ 'ซุกซ่อน' พยานหลักฐานชิ้นสำคัญ ที่อาจจะสั่นคลอนเก้าอี้ของใครหลายคนในกรมตำรวจแห่งนี้" คำพูดของเธอเฉียบคมและแทงใจดำ ปกรณ์ขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน เขาก้าวเข้าไปประชิดเธอทีละน้อยจนระยะห่างลดลงเหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงเจือจางปะปนกับกลิ่นอายความเย็นชาเฉพาะตัวของเธอลอยเข้าจมูก แต่สิ่งที่เด่นชัดกว่าคือความดื้อรั้นในอุดมการณ์ที่ขัดแย้งกันสุดขั้ว "หลักฐานชิ้นนี้กำลังจะถูกทำลายโดยมือของผมอย่างนั้นหรือครับ? คุณคิดตื้นเกินไปหรือเปล่า รวินันท์... หรือเพราะคุณกลัวว่าความจริงที่ซ่อนอยู่ข้างในนี้ มันจะสาวไปถึงมือคนที่คุณกำลังปกป้องอยู่เบื้องหลังกันแน่?" รอยยิ้มบนใบหน้าของอัยการสาวจางหายไปชั่วขณะ ดวงตาคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อย สะท้อนประกายความระแวดระวังที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากมืออาชีพ เธอยิ้มรับความท้าทายนั้นด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็นยิ่งกว่าเดิม "ระวังคำพูดของคุณหน่อย สารวัตรปกรณ์ การกล่าวหาเจ้าหน้าที่รัฐโดยปราศจากหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์รองรับ มันอาจทำให้คุณต้องเป็นฝ่ายเดินเข้าไปอยู่ในห้องขังเสียเอง... และในฐานะอัยการผู้มีอำนาจกำกับดูแลสำนวนคดีนี้โดยตรง ผมขอใช้อำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา สั่งให้คุณถอยห่างจากตู้เซฟนั้นเดี๋ยวนี้" บรรยากาศระหว่างทั้งสองตึงเครียดถึงขีดสุด ไม่มีใครยอมหลบสายตา ปกรณ์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีดำสนิทคู่นั้น พยายามค้นหาเจตนาที่แท้จริงภายใต้รอยยิ้มและอำนาจทางกฎหมายที่เธอนำมาใช้เป็นเกราะกำบัง เขารู้ดีว่าหากปล่อยให้เธอเข้ายึดครองหลักฐานนี้ ทุกอย่างที่เขาพยายามสืบสาวราวเรื่องมาตลอดแรมปีจะสูญเปล่าในพริบตา "อำนาจทางกฎหมายของคุณ อาจจะใช้ปิดปากอาชญากรบนศาลได้ครับ, ท่านอัยการ" ปกรณ์โน้มตัวลงกระซิบด้วยน้ำเสียงกระด้างและจริงจัง "แต่สำหรับความยุติธรรม... มันไม่ได้ซื้อได้ด้วยลายเซ็นในหมายค้นของคุณหรอกนะ" รวินันท์ไม่ถอยหลัง เธอเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเย็นเยียบกลับมาประดับบนเรียวปากอีกครั้ง "ความยุติธรรมที่ปราศจากกรอบของกฎหมาย ก็เป็นแค่การแก้แค้นส่วนตัวของตำรวจผู้พ่ายแพ้เท่านั้นแหละค่ะ... เอ่อ ขออภัย ผมหมายถึง 'ครับ' สารวัตร" เธอแก้คำพูดด้วยท่าทีเยาะเย้ยเล็กน้อยที่จงใจเน้นย้ำความต่างชั้นเชิง ก่อนที่ปกรณ์จะทันได้สวนกลับด้วยคำพูดใดๆ เสียงกดล็อกอิเล็กทรอนิกส์ของประตูด้านนอกห้องเก็บเอกสารก็ดังขึ้น "ปี๊บ... ปี๊บ..." ตามด้วยเสียงฝีเท้าของคนหลายคนกำลังเร่งรีบเข้ามาทางโถงทางเดิน พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อสารวัตรด้วยความตื่นตระหนก รวินันท์หันไปมองทางประตูแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมามองปกรณ์ด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปเป็นความตกใจระคนสงสัย เพราะเธอก็ไม่ได้นัดหมายใครให้มาที่นี่เช่นกัน ปกรณ์ขมวดคิ้วแน่น สัญชาตญาณนักล่าเตือนภัยทันทีว่ามีบางอย่างผิดปกติ—ไม่ใช่แค่เรื่องของเขากับเธอในห้องนี้เสียแล้ว เมื่อประตูห้องเปิดผางออกอย่างแรง แสงไฟสว่างจ้าก็เผยให้เห็นร่างของหมวดวิชิต ลูกน้องคนสนิทของปกรณ์ ที่ยืนหอบหายใจโยนแฟ้มเอกสารเปื้อนโคลนลงบนโต๊ะใกล้ๆ ด้วยใบซีดเผือด "สารวัตรครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว..." วิชิตละล่ำละลักพูดพลางชี้ไปที่แฟ้มในมือ "เราเพิ่งได้รับรายงานด่วนจากนิติวิทยาศาสตร์... ศพที่พบในคดีริมแม่น้ำเมื่อคืน ไม่ใช่เหยื่อเคราะห์ร้ายอย่างที่เราคิด แต่ร่องรอยบาดแผลบนกระดูก... มันคือลายมือเดียวกับคดีฆาตกรรมต่อเนื่องเมื่อห้าปีที่แล้ว... คดีที่คุณเคยทำพลาดและปิดไม่ลงตัวนั้นครับ!" ปกรณ์ชะงักกึก เลือดในกายเย็นเฉียบลงทันที ความทรงจำอันเจ็บปวดพวยพุ่งกลับมาดั่งคลื่นใต้น้ำ เขารีบหันขวับกลับไปมองที่ตู้เซฟอีกครั้ง และวินาทีนั้นเอง... เอกสารแผ่นแรกที่อยู่ลึกสุดของตู้เซฟ ซึ่งเพิ่งถูกลมพัดปลิวออกมาจากแฟ้มลับ ก็เผยให้เห็นข้อความลายมือเขียนด้วยหมึกสีดำสนิท—มันคือชื่อของ "ผู้ต้องสงสัยคนเดียวกัน" กับเมื่อห้าปีที่แล้ว... ที่ประทับตราเซ็นอนุมัติโดยสำนักงานอัยการสูงสุด! โปรดติดตามตอนต่อไป... ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านคมมีดแห่งตรรกะและเงาสะท้อนของความยุติธรรมในตอนนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีอธรรม: เมื่อกฎหมายไร้เงาตามตัวจับ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%