"ความยุติธรรมที่มาถึงช้าเกินไป ก็ไม่ต่างอะไรกับอาชญากรรมที่ถูกกฎหมายยอมรับหรอกครับ... สารวัตร"
น้ำเสียงนั้นราบเรียบ ทว่าคมกริบราวกับใบมีดผ่าตัดที่กรีดลงบนเนื้อเยื่อสดๆ สารวัตรปกรณ์ไม่จำเป็นต้องหันไปมอง เขาก็รู้ดีว่าเป็นสุ้มเสียงของใคร อัยการรวินันท์ยืนอยู่ตรงนั้น ที่ริมขอบดาดฟ้าชั้นสี่สิบห้าของอาคารสำนักงานใจกลางย่านธุรกิจ ลมยามวิกาลพัดกระโชกจนชายเสื้อสูทราคาแพงของเธอสะบัดไหว แต่ร่างเพรียวบางนั้นกลับยืนหยัดอย่างมั่นคงราวกับรูปปั้นหินอ่อนที่ไร้ซึ่งความหวาดกลัวต่อความสูงเบื้องล่าง
เบื้องหน้าของคนทั้งคู่ คือร่างไร้วิญญาณของ "ธนา" ประธานกรรมการบริหารบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ผู้ทรงอิทธิพล ร่างนั้นถูกมัดตรึงไว้กับเก้าอี้สำนักงานหรูหราด้วยลวดสลิงหนาเตอะ ปลายสุดของเก้าอี้เหลื่อมล้ำอยู่บนขอบปูนกั้นตึก เบื้องล่างคือมหานครที่ยังคงสว่างไสวด้วยแสงไฟราวกับดวงดาวบนพื้นดิน ทว่าชีวิตของมหาเศรษฐีหมื่นล้านกลับแขวนอยู่บนเส้นด้ายแห่งความตาย ที่สำคัญที่สุด บนหน้าผากของศพถูกกรีดด้วยรอยแผลเป็นสัญลักษณ์รูปตาชั่งที่เอียงเทอย่างไร้ความสมดุล—เครื่องหมายการค้าของ "ผู้พิพากษาเงา" ฆาตกรต่อเนื่องที่ตำรวจนครบาลตามล่ามานานร่วมปีแต่ไม่เคยเข้าใกล้ตัวตนที่แท้จริงได้เลย
ปกรณ์ก้าวเข้าไปใกล้ร่างนั้น สายตาสีเข้มกราดมองทุกรายละเอียดอย่างพินิจพิเคราะห์ เขาย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อตรวจสอบร่องรอยบนข้อมือที่ถูกพันธนาการ
"ไม่มีร่องรอยการต่อสู้" ปกรณ์เอ่ยขึ้น ลมหายใจของเขาเป็นไอสีขาวจางๆ ในอากาศที่เริ่มเย็นเยียบ "รอยช้ำที่ข้อมือเกิดขึ้นหลังจากการเสียชีวิต... เขาไม่ได้ถูกบังคับให้มาที่นี่ด้วยความรุนแรง แต่ถูกทำให้ไร้สติด้วยสารเคมีบางชนิดก่อนจะถูกย้ายขึ้นมาจัดฉาก"
รวินันท์ก้าวเข้ามาใกล้ ชายตามองศพด้วยแววตาที่ว่างเปล่าไร้ซึ่งความเวทนา เธอหยิบบุหรี่มวนบางขึ้นมาจุดสูบ ทั้งที่สถานที่แห่งนี้คือจุดเกิดเหตุฆาตกรรม ควันสีเทาลอยละلي้วขึ้นปะปนกับสายลม
"คุณกำลังมองหาความผิดพลาดของฆาตกรในที่เกิดเหตุที่ถูกจัดฉากไว้อย่างสมบูรณ์แบบนี้หรือครับ สารวัตร" รวินันท์พ่นควันออกมาช้าๆ "น่าขันเสียจริง... ตำรวจมักจะเสียเวลาไปกับการตามหาหลักฐานชิ้นเล็กชิ้นน้อย ในขณะที่ความจริงมันวางอยู่ตรงหน้าเราอย่างชัดเจน"
"ความจริงที่คุณพูดถึง คือการพิพากษาอยู่นอกเหนือกฎหมายอย่างนั้นสินะครับ ท่านอัยการ" ปกรณ์ลุกขึ้นยืน ประจันหน้ากับหญิงสาว ระยะห่างระหว่างพวกเขาน้อยเสียจนได้กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ "หน้าที่ของผมคือการลากคอคนผิดมาเข้ากระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่ปล่อยให้ใครหน้าไหนมาถือสิทธิ์เป็นพระเจ้าตัดสินชีวิตคนอื่น"
"กระบวนการยุติธรรมเหรอ?" รวินันท์แค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาสองคู่ประสานกันอย่างไม่มีใครยอมใคร เคมีอันตรายระหว่างความแข็งกระด้างของนายตำรวจผู้ยึดมั่นในกฎเกณฑ์ กับความเย็นชาเยือกเย็นของตัวแทนกระบวนการยุติธรรมผู้มองเห็นช่องโหว่ทุกตารางนิ้ว แผ่ซ่านความกดดันออกมารอบตัว "คุณก็รู้ดีกว่าใครไม่ใช่หรือครับสารวัตร ว่ากฎหมายบ้านเรามันเป็นแค่ตาชั่งจำลองที่เอียงเข้าหาคนมีเงิน ธนาโกงเงินคนนับพัน ทำลายชีวิตครอบครัวกี่ครอบครัวเพื่อให้ได้มาซึ่งอาณาจักรของมัน สุดท้ายมันก็รอดคุกด้วยช่องโหว่ทางกฎหมายที่คุณเองก็ช่วยอะไรไม่ได้... วันนี้ มีคนมาช่วยชำระสะเด็ดน้ำให้คุณฟรีๆ คุณควรจะขอบคุณเขาด้วยซ้ำ"
ปกรณ์ขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน แผลเป็นในใจจากคดีเก่า—คดีที่เหยื่อตัวเล็กๆ ต้องตายเพราะความอยุติธรรมในระบบ วิ่งพล่านขึ้นมาในกระแสเลือดราวกับพิษร้าย คำพูดของรวินันท์จี้เข้าที่จุดเปราะบางที่สุด แต่นั่นไม่ได้ทำให้เขารู้สึกเห็นด้วย ตรงกันข้าม มันกลับปลุกสัญชาตญาณนักล่าในตัวเขาให้ตื่นตัวยิ่งขึ้น
"ไม่ว่าธนาจะเลวร้ายแค่ไหน แต่การฆ่าคนก็คือความผิด และผมจะไม่มีวันยอมให้ใครมาทำลายหลักนิติธรรม ไม่ว่าคนคนนั้นจะเป็นฆาตกรโรคจิต หรือจะเป็น... อัยการมือหนึ่งที่กำลังยืนสูบบุหรี่อยู่ตรงนี้ก็ตาม" ปกรณ์เน้นเสียงทีละคำอย่างทรงพลัง
รวินันท์นิ่งอึ้งไปชั่วขณะ รอยยิ้มที่มุมปากจางหายไปแทนที่ด้วยประกายความสนใจในแววตา เธอกำลังสนุก—สนุกที่ได้เห็นสุนัขล่าเนื้อตัวนี้ดิ้นรนอยู่ในกรงขังแห่งอุดมการณ์ของตัวเอง
"ถ้าอย่างนั้น ก็ขอให้โชคดีในการตามล่าเงานะครับ สารวัตร..." รวินันท์เอ่ยเสียงพร่าพร้อมกับหมุนตัวเตรียมเดินจากไป "แต่อย่าลืมมองย้อนกลับมาดูเงาของตัวเองด้วยล่ะ ว่าบางที... มันอาจจะไม่ได้อยู่ข้างหลังคุณเสมอไป"
ก่อนที่รวินันท์จะก้าวพ้นประตูทางหนีไฟ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของหมอผู้ชันสูตรศพก็ดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบ
"สารวัตรครับ! ทางนี้... มีบางอย่างที่คุณต้องดูด่วนที่สุดครับ!"
ปกรณ์ละสายตาจากแผ่นหลังของอัยการสาว เขาก้าวฉับๆ กลับไปยังร่างของธนา หมอชันสูตรกำลังใช้คีมคีบวัตถุชิ้นเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้ปกเสื้อด้านหลังของศพ มันคือแฟลشไดรฟ์สีดำสนิทที่ถูกผนึกด้วยครั่งประทับตราด้วยสัญลักษณ์รูปตาชั่งอันเดียวกัน
เมื่อปกรณ์รับมันมาพลิกดู เขาก็ต้องชะงักกึก ลมหายใจสะดุดกะทันหัน เมื่อสังเกตเห็นรหัสตัวเลขสี่หลักที่สลักไว้ด้วยเลเซอร์อย่างประณีตบนตัวพลาสติกสีดำนั้น...
มันคือรหัสตู้เซฟนิรภัยส่วนตัวในห้องทำงานของตัวปกรณ์เอง—ห้องที่ไม่มีใครหน้าไหนในกองปราบล่วงรู้ได้เลยแม้แต่คนเดียว!
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในความมืดนี้ด้วยกันนะครับ
วิถีอธรรม: เมื่อกฎหมายไร้เงาตามตัวจับ•ตอนที่ 1
ศพบนยอดตึก
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีอธรรม: เมื่อกฎหมายไร้เงาตามตัวจับ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
