เซฟโซนของนายสถาปนิกปากแข็ง•ตอนที่ 27

วันที่ทุกอย่างพัง

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาเจือกลิ่นแอมเบอร์พุ่งเข้าแตะจมูกพร้อมกับแรงประชิดตัวที่ทำเอาธามถึงกับผะเผงถอยหลังไปครึ่งก้าว สัญชาตญาณของสถาปนิกหนุ่มผู้รักความสะอาดและหวงพื้นที่ส่วนตัวพุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที ดวงตาคมกราบกวาดมองร่างระหงที่ถือวิสาสะก้าวล้ำเส้นเขตปลอดภัยของเขาเข้ามาอย่างอุกอาจ “คุณเป็นใคร และเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของผมได้ยังไง” ธามเอ่ยเสียงลอดไรฟัน ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นสามระดับ ทว่าหญิงสาวผู้มาใหม่กลับไม่ได้แสดงอาการสะดุ้งสะเทือนเลยแม้แต่น้อย เธอยกยิ้มมุมปากอย่างเหนือกว่า ปลายน้องเรียวยาวเอื้อมขึ้นแตะปกเสื้อสูทของเขาแผ่วเบา ราวกับจะประกาศความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของต่อหน้าธารกำนัลในงานนิทรรศการสถาปัตยกรรมระดับประเทศแห่งนี้ “อุ๊ย... คุณธามนี่ใจร้ายจังเลยนะคะ ลืมกันเร็วจัง หรือว่าช่วงนี้มัวแต่เอาเวลาไปใส่ใจ ‘ยัยมัณฑนากรปากจัด’ คนนั้น จนลืมคนเก่าอย่างแพรวาไปซะแล้วล่ะค่ะ” ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง สายตาของธามไม่ได้หยุดอยู่ที่แพรวา แต่กลับกวาดเลยผ่านไหล่ของเธอไปปะทะเข้ากับร่างของใครอีกคนเข้าอย่างจัง พริมโรสยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น... ร่างบางในชุดเดรสเข้ารูปสีมรกตชะงักงัน แก้วไวน์ในมือเรียวแทบจะร่วงหล่นลงพื้น ดวงตากลมโตคู่สวยไหวระริกด้วยความรู้สึกที่ตีรวนขึ้นมาในอก ทั้งช็อก ทั้งชา และลึกๆ แล้วมีความเจ็บแปลบแปลบปลาบแล่นริ้วขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ภาพที่เธอเห็นคือธามกำลังยืนชิดใกล้กับหญิงสาวแปลกหน้า โดยที่ฝ่ายหญิงมีท่าทีสนิทสนมเกินกว่าคำว่าเพื่อนร่วมงานหรือคนรู้จัก *นี่สินะ... เซฟโซนที่เขาคอยกั้นกำแพงไว้* พริมโรสแค่นหัวเราะกับตัวเองเบาๆ ในใจ ความรู้สึกน้อยใจพุ่งทะยานขึ้นมาจนจุกอก เธอเป็นบ้าอะไรถึงได้เผลอใจไปเชื่อคำพูดและการกระทำคลุมเครือของตาคนปากแข็งคนนี้ “พริม!” ธามสบถเบาๆ ในลำคอเมื่อเห็นสายตาที่พริมโรสตวัดมองมาที่เขาก่อนจะหันหลังกลับอย่างเด็ดเดี่ยว ร่างสูงผลักร่างของแพรวาออกห่างจากตัวทันทีอย่างไม่ไว้หน้า “อย่ามาเล่นไม่เข้าท่า แพรรู้ว่าผมเกลียดที่สุดคืออะไร ถอยไป!” “อุ๊ย! คุณธามใจร้ายจังค่ะ แค่นี้ก็หึงหวงเหรอคะ ระวังนะคะ... ภาพเมื่อกี้มันอาจจะไม่ได้จบแค่สายตาคนในงานนี้ก็ได้นะ” แพรวายังคงลอยหน้าลอยตาพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน พรางปรายตามองตามทิศทางที่ธามกำลังจะพุ่งตัวตามไป “หมายความว่ายังไง” ธามคว้าข้อมือเล็กของแพรวาไว้แน่นด้วยความโมโห ดวงตากลมดุจเหยี่ยวจ้องเขม็งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ “ก็หมายความว่า...” แพรวาหัวอกเบาๆ อย่างสะใจ “มีคนเขาจ้องจะเล่นงานคุณกับยัยนั่นอยู่... และตอนนี้ รูปที่คุณสองคนยืนแนบชิดกันเมื่อกี้ รวมถึงภาพเมื่อครู่... น่าจะส่งตรงถึงหน้าสื่อและบอร์ดบริหารบริษัทแล้วล่ะค่ะ คุณธามสถาปนิกผู้ไร้พ่าย” ธามปล่อยข้อมือของเธอทันทีราวกับโดนของร้อน สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วดั่งสถาปัตยกรรมที่กำลังพังทลายลงต่อหน้าต่อตา ปมปัญหาที่เขาพยายามปกป้องพริมโรสตลอดมา บัดนี้ถูกจุดชนวนขึ้นด้วยฝีมือของคนใกล้ตัวอย่างเจ็บแสบ ทางด้านพริมโรสที่เดินหนีออกมายังมุมอับสายตาของระเบียงจัดงาน หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งโกรธ ทั้งเสียใจ และผิดหวัง มือเรียวสั่นเทาขณะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเพื่อจะเปิดดูข้อความแจ้งเตือนที่สั่นรัวไม่หยุดตั้งแต่เมื่อครู่ และทันทีที่หน้าจอเรืองแสงขึ้น ภาพถ่ายความละเอียดสูงโชว์หร่าอยู่ตรงหน้า... มันคือภาพที่ธามกำลังโน้มใบหน้าลงมาใกล้เธอในระยะประชิดเมื่อตอนบ่าย กล้องมุมกดที่ถูกแอบถ่ายอย่างแนบเนียนทำให้ดูเหมือนทั้งคู่กำลังจะจูบกัน ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นใจ ไม่เพียงเท่านั้น... ข้อความใต้ภาพยังถูกส่งต่อพร้อมพาดหัวข่าวซุบซิบแซ่บซี๊ดในกลุ่มคนแวดวงสถาปนิกและอินทีเรียร์: *“สถาปนิกหนุ่มมือทอง แอบซุกมัณฑนากรสาวคู่กัด ดีกรีความสัมพันธ์เกินเลยกว่าเรื่องงาน?!”* “ให้ตายสิ...” พริมโรสพึมพำกับตัวเอง ขอบตาร้อนผ่าวด้วยความอัดอั้นตันใจ เธอเกลียดความรู้สึกพ่ายแพ้แบบนี้ที่สุด เกลียดการที่หัวใจตัวเองเผลอไปผูกติดกับผู้ชายปากร้ายคนนั้น จนตอนนี้มันกลายเป็นจุดอ่อนให้คนอื่นเอามาเหยียบย่ำ เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่คุ้นเคยดังใกล้เข้ามาจากด้านหลัง พร้อมกับเสียงหอบหายใจเล็กน้อยของคนที่เพิ่งวิ่งตามมา “พริม! หยุดเดี๋ยวนี้ ฟังผมก่อน” เสียงทุ้มต่ำของธามเอ่ยขึ้นด้วยความร้อนรน น้ำเสียงที่ปกติจะเย่อหยิ่งและราบเรียบ บัดนี้กลับเจือด้วยความตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด ธามก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออีกครั้ง แต่วันนี้... สถานการณ์มันต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง พริมโรสสูดลมหายใจเข้าลึก สะบัดหน้ากลับมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตากลมโตคู่สวยแดงก่ำเล็กน้อยแต่เต็มไปด้วยประกายความแข็งกร้าว ไม่ยอมจำนนต่อสถานการณ์ตรงหน้า “จะให้ฉันฟังอะไรอีกเหรอคะ คุณธาม?” พริมโรสยิ้มหยัน ปลายลิ้นดันกระพุ้งแก้มด้วยความหมั่นไส้ “ฟังคำแก้ตัวเหรอว่าภาพพวกนั้นมันไม่ใช่ความจริง หรือจะฟังว่าคุณไม่ได้ตั้งใจให้มันเกิดขึ้น ทั้งที่ตัวคุณเองนั่นแหละที่เป็นคนสร้างปัญหาทั้งหมดนี้ขึ้นมา!” “มันไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิด...” ธามขบกรามแน่น สันจมูกโด่งรั้นบ่งบอกถึงความเครียดขีดสุด มือหนายื่นออกไปหมายจะคว้าแขนเรียวของเธอไว้ แต่พริมโรสกลับถอยหลังหลบอย่างรวดเร็ว ราวกับรังเกียจสัมผัสของเขา “ไม่ต้องมาแตะต้องตัวฉันค่ะ!” พริมโรสเอ่ยเสียงแข็ง กร้าวร้าวไม่แพ้กัน “เราตกลงกันไว้แล้วไม่ใช่เหรอว่าเรื่องของเรามันเป็นแค่เรื่องงาน... แต่ทำไมล่ะ ทำไมคุณถึงปล่อยให้คนอื่นเข้ามาฉวยโอกาสทำลายทุกอย่าง ทำลายแม้กระทั่งความน่าเชื่อถือของฉัน!” “พริม! มองตาผม!” ธามหมดความอดทน เขาพุ่งตัวเข้าไปคว้าไหล่บางทั้งสองข้างไว้มั่นด้วยแรงที่มากพอจะทำให้เธอหยุดพูด บังคับให้ดวงตาทั้งคู่ประสานกันอย่างเลี่ยงไม่ได้ “เธอคิดจริงๆ เหรอว่าผมสนใจข่าวไร้สาระพวกนั้น? เธอคิดว่าผู้ชายอย่างธามคนนี้จะยอมให้ใครมาทำลายเซฟโซนของตัวเองง่ายๆ หรือไง!” คำว่า *“เซฟโซน”* หลุดออกมาจากปากของสถาปนิกหนุ่มผู้เย่อหยิ่ง ทำเอาพริมโรสชะงักก้างค้างไปชั่วขณะ ลมหายใจของทั้งคู่ติดขัด ท่ามกลางความเงียบของมุมระเบียงที่ห่างไกลจากผู้คน มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามแข่งกัน ธามก้มหน้าลงมาจนหน้าผากเกือบจะชิดกับหน้าผากของเธอ แววตาคมกริบที่เคยซ่อนความรู้สึกไว้ภายใต้ความเย็นชา บัดนี้กลับร้อนรุ่มและเต็มไปด้วยความคลั่งรักที่ระงับไว้ไม่อยู่ “จำเอาไว้พริมโรส...” ธามกระซิบเสียงพร่าชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังสั่นระริกเล็กน้อยด้วยความรู้สึกที่อัดอั้น “ข่าวพวกนั้นมันก็แค่เศษกระดาษ... แต่ผู้หญิงคนเดียวที่ผมยอมให้ยืนอยู่ในเซฟโซนของผมมาตลอด ตั้งแต่วินาทีแรกที่เธอ้าวเข้ามาในชีวิต... คือเธียรพริมโรสคนนี้ต่างหาก!” หัวใจของพริมโรสกระตุกวูบ คำสารภาพที่หลุดออกมาอย่างไร้การป้องกันตัวของพ่อหนุ่มปากแข็ง ทำเอาเธอพูดไม่ออก สมองขาวโพลนไปหมด ร่างกายชาวาบตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความรู้สึกที่หวานล้ำจนแทบจะละลาย แต่ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานซึ้งและเต็มไปด้วยเคมีที่ร้อนรุ่มจนแทบแผดเผา กริ๊ก! เสียงชัตเตอร์จากโทรศัพท์มือถือดังขึ้นเบาๆ จากมุมมืดสุดทางเดินของระเบียง พร้อมกับแสงแฟลชวบเดียวที่สาดกระทบดวงตาของทั้งคู่! ธามผละออกจากพริมโรสทันทีราวกับถูกไฟช็อต ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวตวัดขวับไปยังต้นเสียงด้วยความโกรธเกรี้ยวขั้นสุด สถาปนิกหนุ่มพุ่งตัวออกไปตามทางเดินนั้นอย่างรวดเร็วดั่งเสือชีตาร์ที่กำลังล่าเหยื่อ! “ใครวะ! ออกมานี่นะ!” พริมโรสยืนมือสั่นอยู่ที่เดิม หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อเธอมองตามหลังธามไปและพบว่า... คนที่แอบถ่ายรูปพวกเขาสะท้อนเงาอยู่ในกระจกเงาบานใหญ่ปลายทางเดินนั้น ไม่ใช่ใครอื่น... แต่เป็นคนใกล้ตัวที่พวกเขาทั้งคู่คาดไม่ถึงที่สุด! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับความซึนของสถาปนิกหนุ่มของเราในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายสถาปนิกปากแข็ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%