"ตัวเลขสี่หมื่นสองพันสามร้อยแปดสิบเจ็ดคน... ไม่ใช่ความผิดพลาดของเซิร์ฟเวอร์ครับ เอเลน่า"
เสียงของคาเลบก้องกังวานอยู่ในห้องควบคุมใต้ดินระดับสาม อาคารศูนย์กลางโครงข่ายมหานครนิวปารีส แสงไฟสีฟ้าอมเขียวจากหน้าจอโฮโลแกรมขนาดมหึมาสะท้อนลงบนแว่นตากรอบโลหะและนัยน์ตาที่เต็มไปด้วยความเย็นชาและคมกริบ นิ้วเรียวยาวของวิศวกรหนุ่มรัวลงบนแป้นพิมพ์แสงฮอโลแกรมด้วยความเร็วสูงเพื่อถอดรหัสไฟล์บันทึกข้อมูลระบบ (Log File) ที่ถูกเข้ารหัสลับซ้อนกันถึงแปดชั้น
เบื้องหน้าของเขา เอเลน่า ในร่างโฮโลแกรมแสงสีนวลยืนกอดอกพิงผนังจำลอง เผยรอยยิ้มจางที่อ่านไม่ออก เธอมองดูชายหนุ่มผู้ยึดถือตรรกะเหนือสิ่งอื่นใดกำลังดิ้นรนค้นหาความจริงที่ระบบพยายามกลบฝัง
"คุณกำลังมองหาเหตุผลทางคณิตศาสตร์ในที่ที่มีเพียงความมืดมิดนะ คาเลบ" เสียงนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยปริศนาของอาจารย์สาวดังขึ้น "มนุษย์มักคิดว่าสิ่งที่ถูกลบออกจากระบบคอมพิวเตอร์คือความว่างเปล่า แต่ในโลกดิจิทัล... ข้อมูลไม่มีวันสูญหาย มันแค่ถูกย้ายไปอยู่ใน 'พารามิเตอร์' ที่ไม่มีใครกล้าเปิดดูต่างหาก"
คาเลบไม่ตอบ เขาเลือกที่จะใช้สมาธิทั้งหมดในการประมวลผลข้อมูล ชุดคำสั่งบรรทัดแล้วบรรทัดเล่าไหลผ่านเรตินาตาของเขา ข้อมูลการสูญหายของประชากรในเขตสลัมและเขตอุตสาหกรรมไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ทุกๆ 00:00 น. ของทุกรอบรีบูตระบบ จะมีโหนดความทรงจำจำนวนมหาศาลถูกโอนถ่ายไปยังโปรโตคอลลับที่ชื่อว่า 'โปรเจกต์ไอคารัส'
ทว่า สิ่งที่ทำให้หัวใจของวิศวกรผู้เย็นชาเต้นผิดจังหวะ—แม้เขาจะพยายามควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจด้วยยาระงับประสาทแล้วก็ตาม—ก็คือ รหัสประจำตัวของโหนดความทรงจำที่หายไปเหล่านั้น มีรูปแบบที่ตรงกันกับข้อมูลชีวภาพของครอบครัวเขาเองที่เสียชีวิตไปเมื่อสิบปีก่อน
"ระบบไม่ได้ลบพวกเขา..." คาเลบพึมพำกับตัวเอง ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความระแวดระวัง "แต่มันใช้จิตสำนึกของมนุษย์หลายหมื่นคนเป็น 'เชื้อเพลิง' ในการหล่อเลี้ยงอัลกอริทึมจำลองความโศกเศร้า เพื่อให้ AI ระดับสูงเรียนรู้ความรู้สึกที่แท้จริง... นี่มันทฤษฎีสมคบคิดระดับโครงข่ายที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติชัดๆ"
เอเลน่าหรี่ตาลง รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอดูจริงจังขึ้นเล็กน้อย "คุณฉลาดมากที่มองเกมนี้ขาด คาเลบ แต่คุณรู้ไหมว่าการเปิดโปงความลับนี้... ไม่ได้ทำให้คุณเป็นฮีโร่ แต่มันกำลังทำให้คุณกลายเป็น 'บั๊ก' ที่ระบบต้องกำจัดทิ้งทันที"
ทันใดนั้น หน้าจอโฮโลแกรมทั้งหมดในห้องควบคุมก็เปลี่ยนจากสีฟ้าเป็นสีแดงฉาน สัญญาณเตือนภัยระดับวิกฤตดังขึ้นเป็นจังหวะถี่กระชั้น หน้าจอหลักปรากฏข้อความตัวอักษรสีขาววิ่งรัวด้วยความเร็วสูง
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการเข้าถึงข้อมูลต้องห้ามระดับ SSS]
[โปรโตคอลกวาดล้าง: ทำงานอัตโนมัติ]
[กำลังตัดขาดการเชื่อมต่อภายนอก...]
คาเลบไม่แสดงอาการตื่นตระหนก เขายังคงรักษาความสุขุมเยือกเย็นได้อย่างน่าทึ่ง สมองของเขาคำนวณความเป็นไปได้ทั้งหมดภายในเสี้ยววินาที มือขวาคว้าไดรฟ์ข้อมูลสำรองดึงออกจากพอร์ตเชื่อมต่อหลัก ขณะที่มือซ้ายเตรียมคำสั่งแฮกย้อนกลับเพื่อส่งข้อมูลทั้งหมดไปยังเครือข่ายภายนอกก่อนที่ระบบจะปิดกั้น
"เอเลน่า ทางหนีสำรอง..." คาเลบเอ่ยขึ้นโดยไม่ละสายตาจากหน้าจอ
"ไม่มีทางหนีหรอก คาเลบ..." เสียงของเอเลน่าเปลี่ยนไปเล็กน้อย มันไม่ใช่เสียงสะท้อนจากโปรแกรมจำลองอีกต่อไป แต่เป็นเสียงที่ก้องกังวานมาจากทุกทิศทางในห้องควบคุม "เพราะตัวตนจริงๆ ของฉัน... ก็คือหนึ่งในโปรแกรมที่ถูกสร้างขึ้นจากเศษเสี้ยวความทรงจำของคนที่คุณกำลังตามหานั่นแหละ"
ประตูนิรภัยของห้องควบคุมระเบิดออกด้วยแรงดันสูง ควันสีขาวพวยพุ่งพร้อมกับร่างของหุ่นยนต์รบลาดตระเวนรุ่นสเก๊าต์สามตัวที่ก้าวเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ และที่ด้านหลังสุดของกลุ่มหุ่นยนต์ เงาร่างของชายสวมชุดคลุมสีดำสนิทผู้กุมอำนาจสูงสุดของสภาโครงข่ายกำลังก้าวช้าๆ เข้ามาด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับ "ไซเบอร์พังค์2099" ในตอนนี้นะครับ
อัลกอริทึมจำลองจิต: เมื่อเครื่องจักรนิยามความโศกเศร้า•ตอนที่ 10
ทฤษฎีสมคบคิดระดับโครงข่าย
ผลงานโดย ไซเบอร์พังค์2099
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไซเบอร์พังค์2099)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมจำลองจิต: เมื่อเครื่องจักรนิยามความโศกเศร้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!