กลิ่นอายจางๆ ของน้ำหอมกลิ่นวานิลลาผสมกุหลาบป่า... กลิ่นที่ศิลาเกลียดชังนักหนาเพราะมันคอยแต่จะย้ำเตือนว่าผู้หญิงคนนั้นเคยมีตัวตนอยู่ในคฤหาสน์หลังนี้—บัดนี้มันระเหยหายไปจนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงความว่างเปล่าอันเย็นเยียบที่กัดกินหัวใจของเจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพลอย่างเงียบเชียบ
เพล้้ง!
แก้ววิскиราคาแพงร่วงกระทบพื้นหินอ่อนแตกละเอียด เศษแก้วกระจายเกลื่อนพร้อมกับของเหลวสีอำพันที่นองพื้นราวกับคราบเลือด ศิลาหอบหายใจหนักหน่วง แววตาคมกริบดั่งใบมีดทอประกายความกรุ่นโกรธผสมผสานกับความร้าวรานลึกซึ้งที่เขาไม่เคยอนุญาตให้ใครได้เห็น ร่างสูงใหญ่ยืนตระหง่านอยู่กลางห้องทำงานมืดทึบ มีเพียงแสงจันทร์สาดส่องผ่านกระจกบานใหญ่เผยให้เห็นสันกรามที่ขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน
"ออกไปให้พ้น!"
เขาคำรามลั่นใส่บอดี้การ์ดมือขวาที่ก้าวเข้ามาด้วยความหวาดหวั่น ไม่มีใครกล้าสบตากับพยัคฆ์ร้ายที่กำลังบาดเจ็บและคลุ้มคลั่ง รินรดาจากไปแล้ว... เธอทิ้งการเจรจาทุกอย่าง ทิ้งแม้กระทั่งร่องรอยสัมผัสแนบแน่นบนเตียงนอนที่ยังคงอุ่นระอุในความรู้สึกของเขา หญิงสาวผู้ฉลาดเป็นกรดและปากกล้าคนนั้นเลือกที่จะเดินออกจากกรงขังแห่งอำนาจของเขา ไปสู่เงื้อมมือของคิน ศัตรูตัวฉกาจที่จ้องจะกระชากทุกอย่างไปจากเขา
ศิลาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูน่ากลัวและเวทนาในเวลาเดียวกัน นิ้วแกร่งหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ ควันสีเทาลอยวนfระเหยในอากาศ แต่มันไม่สามารถกลบความเวิ้งว้างในอกที่กำลังแผ่ขยายเป็นวงกว้างได้เลย
*เธอคิดว่าการหนีไปซบCกันคินจะทำให้เธอเป็นอิสระอย่างนั้นหรือ... รินรดา?*
เขาก้าวเดินช้าๆ ขึ้นไปยังชั้นบนสุดของคฤหาสน์ ผลักประตูห้องนอนที่ว่างเปล่าเปิดออก เตียงนอนกว้างใหญ่ไร้เงาร่างระหงที่เคยนอนพลิกตัวหนีสัมผัสเอาแต่ใจของเขา ศิลาทรุดตัวลงนั่งบนขอบเตียง มือหนาลูบไล้หมอนใบที่เธอนอนซบหน้าอยู่ช้าๆ สัมผัสได้ถึงกลิ่นกายจางๆ ที่ยังหลงเหลือ ความโหยหาที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้ความเยือกเย็นระเบิดออกมาเป็นความเร่าร้อนอันตรายในแววตา
ไม่มีเธอ... คฤหาสน์หลังนี้ก็ไม่ต่างอะไรจากหลุมศพ
ไม่มีรอยยิ้มเยาะหยัน ไม่มีคำพูดเชือดเฉือนไหวพริบ... โลกทั้งใบของเขากลับมืดสนิทไร้สีสันอย่างแท้จริง
ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานด้านล่างก็แผדเสียงกรีดร้องทำลายความเงียบ ศิลาผุดลุกขึ้นด้วยความเร็วระดับเสือชีตาร์ ดวงตาคมกริบทอประกายวับวับ เขาพุ่งตัวลงมาคว้าโทรศัพท์เครื่องนั้นขึ้นมารับด้วยหัวใจที่เต้นกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง หวังลึกๆ ว่าจะเป็นเสียงหวานรื่นหูของคนที่เขาปรารถนาจะกักขังไว้ในอ้อมแขนอีกครั้ง
"ว่ายังไง..." น้ำเสียงทุ้มต่ำตึงเครียดเอ่ยรับสาย
"(ไงล่ะ... ศิลา เพื่อนยาก... ของเล่นชิ้นโปรดของแก ดูท่าทางจะปรับตัวเข้ากับเตียงของฉันได้ดีเสียด้วยนะ...)" เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของคินดังลอดเข้ามาในสาย บีั้นทอนความอดทนเส้นสุดท้ายของมาเฟียหนุ่มจนขาดผึ่ง
เส้นเลือดที่ขมับของศิลาปูดโปน นัยน์ตาดำสนิทลุกโชนด้วยเพลิงโทสะที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่งให้เป็นจุล มือหนาบีบโทรศัพท์ในมือจนแทบแหลกคามือ
ประตูห้องทำงานถูกผลเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของบอดี้การ์ดที่หน้าตาตื่นตระหนก วิ่งเข้ามาคุกเข่ารายงานด้วยเสียงสั่นเครือ
"นายครับ! เรา... เราพบพิกัดสัญญาณจีพีเอสจากสร้อยข้อมือที่นายเคยสวมให้คุณรินรดาแล้วครับ! ตอนนี้เธอกำลังอยู่ที่... โกดังร้างริมท่าเรือเก่าเขตอิทธิพลของไอ้คินครับ!"
ศิลาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แววตาคมกริบฉายแววดิบเถื่อนและอันตรายถึงขีดสุด ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มเหี้ยมเกรียมชนิดที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน ร่างสูงก้าวเดินไปหยิบปืนพกกระบอกโปรดขึ้นมาบรรจุสกระสุนเสียงดัง *กริ๊ก*
ในเมื่อมันกล้าแตะต้องของๆ เขา... มันก็ต้องเตรียมตัวรับความตายที่แม้แต่ความตายยังต้องเมตตา!
"เตรียมคนให้พร้อม... คืนนี้ กูจะไปเผาโกดังของมันให้ราบคาบ และพาเมียกูกลับมาลงทัณฑ์ให้สาสม!"
กุหลาบอาบแสงจันทร์ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและดำดิ่งไปกับห้วงเสน่หาอันอันตรายนี้ด้วยกันนะคะ
พันธนาการรักกับดักพยัคฆ์ร้าย•ตอนที่ 21
ชีวิตที่ไร้สีสัน
ผลงานโดย กุหลาบอาบแสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบอาบแสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักกับดักพยัคฆ์ร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!