วิศวกรเครื่องกลกับคนเหล็กหลังเลนส์กล้อง•ตอนที่ 2

องศาที่ไม่อาจบรรจบ

ผลงานโดย ภูริศร์
“คุณกำลังจะบอกว่า... ตัวเลขทางวิศวกรรมที่ผมคำนวณมาครึ่งค่อนชีวิตมันไร้ความหมาย เพียงเพราะแสงเงาในรูปถ่ายของคุณมันไม่ตรงกับหลักการฟิสิกส์งั้นหรือครับ คุณรินรดา?” อาคเนย์ขว้างสมุดโน้ตปกหนังลงบนโต๊ะทำงานไม้โอ๊ค เสียง ‘ปึก’ ดังสนั่นในห้องทำงานที่เงียบสงัดราวกับป่าช้า เขาไม่ได้ตะคอก แต่โทนเสียงต่ำพร่าที่กดลงจนเกือบเป็นเสียงกระซิบนั้นกลับน่าเกรงขามกว่าการตวาดเป็นไหนๆ รินรดา ยืนนิ่งอยู่หลังโต๊ะเหล็กกล้า แววตาของเธอยังคงความเย็นชาดุจน้ำแข็ง แม้ว่าในใจจะเริ่มสั่นไหวเมื่อเผชิญหน้ากับความดุดันที่แผ่ออกมาจากชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ตรงหน้า เธอกระชับเสื้อเชิ้ตสีขาวที่สวมใส่อยู่แน่นขึ้น ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบไม่แพ้กัน “ฉันไม่ได้บอกว่ามันไร้ความหมายค่ะ... เอ่อ... ผมหมายถึง ผมไม่ได้บอกว่ามันไร้ความหมายครับ” เธอเผลอแก้คำนำหน้าชื่อตัวเองตามสัญชาตญาณเมื่อเห็นแววตาที่จ้องเขม็งราวกับสัตว์ป่าของเขา “แต่มันคือความผิดพลาดทางโครงสร้าง คุณอาคเนย์ การวางมุมกล้องในตำแหน่งนั้นมันบีบให้ฉันต้องรื้อระบบเซนเซอร์ทั้งหมดใหม่เพียงเพื่อจะแลกกับ ‘ความสวยงาม’ ที่คุณต้องการ มันคุ้มกันแล้วหรือครับ?” อาคเนย์แค่นหัวเราะในลำคอ เขาเดินก้าวยาวๆ เข้ามาประชิดตัวเธอจนแผ่นหลังของหญิงสาวปะทะกับชั้นวางเอกสารเย็นเฉียบ กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นน้ำหอมไม้กฤษณาที่เป็นเอกลักษณ์ของเขาถาโถมเข้าหาจนรินรดาแทบหยุดหายใจ “คุณมองโลกด้วยหน่วยวัด มิลลิเมตร และองศา แต่ผมมองโลกผ่านเลนส์ที่จับเอา ‘ความรู้สึก’ ของมวลมนุษย์ที่ถูกกักขังไว้ในเครื่องจักร” มือหนาของเขาเอื้อมมาวางทาบบนชั้นวางเอกสาร ขนาบข้างตัวเธอไว้ราวกับกรงขัง “คุณกลัวอะไรครับรินรดา? กลัวว่าถ้าทำตามผมแล้วคุณจะพบว่า... จริงๆ แล้วคุณไม่ได้เก่งกาจอย่างที่คิด หรือกลัวว่าภายใต้หน้ากากวิศวกรผู้เย็นชาคนนี้ จะมีคนใจแตกสลายที่โหยหาความเร้าใจอยู่กันแน่?” “คุณไม่มีสิทธิ์มาวิเคราะห์ฉัน” รินรดาสวนกลับ สายตาของเธอปะทะกับแววตาสีเข้มที่ดูลึกลับราวกับหลุมดำ “ฉันมาที่นี่เพื่อทำงาน ไม่ใช่มาเป็นนางแบบให้คุณถ่ายภาพเพื่อสนองความอีโก้ของตัวเอง” “งานของคุณมันแห้งแล้งเกินไป” อาคเนย์ขยับใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกเกือบสัมผัสกัน ลมหายใจอุ่นๆ รดรินบนใบหน้าของเธอ “คืนนี้ผมจะให้คุณดูอะไรบางอย่าง... สิ่งที่เปลี่ยนก้อนเหล็กธรรมดาให้กลายเป็นงานศิลปะที่มีชีวิต ถ้าคุณพิสูจน์ให้ผมเห็นไม่ได้ว่าคุณ ‘กล้า’ จะก้าวข้ามขีดจำกัดตัวเอง ผมจะเป็นคนรื้อระบบทั้งหมดนั้นด้วยมือของผมเอง... หรือไม่ก็รื้อคุณให้พังคามือ” ประโยคสุดท้ายนั้นไม่ได้เป็นคำถาม แต่มันคือคำสั่งที่แฝงไปด้วยความปรารถนาที่เข้มข้นจนน่าหวาดหวั่น รินรดารู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนในอก ความทะนงตนของวิศวกรสาวถูกท้าทายด้วยสัญชาตญาณดิบที่เธอเองก็เริ่มควบคุมไม่ได้ “ฉันจะพิสูจน์ให้เห็น ว่าตรรกะของฉันต่างหากที่ชนะ” เธอเชิดหน้าขึ้น สบตาเขาอย่างไม่ลดละ “งั้นเรามาเริ่มการทดลองที่สองกันเลยไหมครับ?” อาคเนย์คว้าข้อมือของเธอเบาๆ แต่หนักแน่นราวกับคีมเหล็ก เขาดึงตัวเธอออกมาจากมุมห้องก่อนจะเหวี่ยงร่างบางลงบนเก้าอี้หนังนุ่มกลางห้อง เขารีบก้าวเข้ามาคล่อมร่างเธอไว้ด้วยแขนที่แข็งแกร่ง มือหนึ่งคว้ากล้องถ่ายรูปตัวโปรดขึ้นมาจ่อที่ใบหน้าของเธอ เสียงชัตเตอร์ดัง ‘แชะ... แชะ...’ ต่อเนื่องกันราวกับเสียงปืนที่ยิงทะลวงความมั่นใจของรินรดา “อย่าหลบตา...” เขาบัญชา “มองผ่านเลนส์ของผม... มองดูว่าคุณดูน่าสมเพชแค่ไหนตอนที่คุณพยายามจะแข็งแกร่ง” รินรดาหอบหายใจถี่ สายตาของเขาที่มองผ่านเลนส์กล้องนั้นมันรุนแรงยิ่งกว่าการสัมผัสทางกาย มันเหมือนเขากำลังเปลื้องผ้าทุกชิ้นส่วนในจิตใจของเธอออกด้วยสายตาเพียงอย่างเดียว ความตึงเครียดในอากาศพุ่งสูงขึ้นจนเกือบจะถึงจุดเดือด เมื่อจู่ๆ เขาก็ลดกล้องลงแล้วโน้มใบหน้าลงมาที่ต้นคอของเธอ ริมฝีปากร้อนผ่าวประทับลงบนผิวเนื้ออ่อนนุ่มที่ต้นคอ กลิ่นกายของเธอทำให้เขาคำรามเบาๆ ในลำคอ รินรดากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือ ความเย็นชาที่เธอสร้างมาตลอดพังทลายลงในพริบตา เมื่อมือหนาเลื่อนลงมาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเธอออกทีละเม็ดอย่างใจเย็น “นี่คือวิศวกรรมที่ผมถนัดที่สุดครับรินรดา...” เขาพึมพำข้างใบหู น้ำเสียงแหบพร่า “การรื้อถอนโครงสร้างที่มั่นคงที่สุด... ให้พังครืนลงมาด้วยความรู้สึก” ก่อนที่รินรดาจะได้ทันตั้งตัว เขาก็รวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอขึ้นเหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียว ส่วนอีกข้างเริ่มสัมผัสไปตามส่วนเว้าโค้งของร่างกายเธออย่างถือสิทธิ์ บรรยากาศในห้องไม่ได้มีแค่กลิ่นอายของงานวิศวกรรมอีกต่อไป แต่มันเต็มไปด้วยกลิ่นของความปรารถนาที่กำลังปะทุขึ้นราวกับลาวา ทว่า ทันใดนั้นเอง... ประตูห้องทำงานที่ควรจะล็อกอยู่กลับถูกเปิดผางออกโดยไม่ได้รับอนุญาต เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนก้าวเข้ามาพร้อมกับเสียงแฟลชจากกล้องตัวอื่นที่สาดเข้ามาในห้องดุจไฟสนามรบ! อาคเนย์ชะงัก ร่างกายของเขายังคงคล่อมทับรินรดาในท่าทางที่ล่อแหลมที่สุด เสียงทุ้มของชายวัยกลางคนที่ดูทรงอำนาจดังขึ้นจากทางเข้า “ดูเหมือนว่างานศิลปะชิ้นใหม่ของคุณจะมีความลับที่น่าสนใจกว่าที่ผมคิดไว้มากนะ... อาคเนย์... และดูเหมือนแม่วิศวกรคนนี้จะไม่ได้แค่คำนวณโครงสร้างอย่างเดียวสินะ?” อาคเนย์หันกลับไปมองด้วยแววตาที่เย็นเยียบกว่าน้ำแข็ง ขณะที่รินรดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยในภาพถ่ายลับของอาคเนย์ยืนอยู่ตรงหน้า... บุคคลที่เธอคิดว่าตายไปแล้วตั้งแต่ห้าปีก่อน! ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมดำดิ่งไปในห้วงอารมณ์นี้กับผมนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรเครื่องกลกับคนเหล็กหลังเลนส์กล้อง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%