ความเงียบงันในสตูดิโอถ่ายภาพยามวิกาล หนักหน่วงเสียยิ่งกว่าก้อนเหล็กกล้าที่ร่วงหล่นลงบนพื้นคอนกรีต
เงาร่างของบุคคลที่สามที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงธรณีประตู ไม่ได้สร้างความตกใจให้แก่อาคเนย์เท่ากับประกายตาคมกริบที่จ้องมองมายังรินรดา ร่างบางในชุดวิศวกรที่ยังคงติดกลิ่นอายความเหนื่อยล้าจากการทำงาน ยืนแข็งค้างอยู่ภายใต้วงแขนแกร่งที่โอบกอดเธอไว้จากด้านหลัง
"คุณธนา..." เสียงของรินรดาหลุดลอดริมฝีปากที่สั่นเทาเล็กน้อย เธอพยายามขยับตัวถอยห่าง แต่อาคเนย์กลับกระชับวงแขนให้แน่นขึ้นอย่างไร้ความปรานี แรงบีบที่เอวสอบบ่งบอกถึงความไม่พอใจอย่างชัดเจน ชายหนุ่มปรายตามองผู้มาใหม่ด้วยแววตาดุดันราวกับพญาอินทรีย์ที่ถูกรังרานอาณาเขต
"ปล่อยผมสิครับ อาคเนย์" เธอกระซิบเสียงลอดไรฟัน พยายามดันข้อมือหนาที่พันธนาการเธอไว้ แต่ยิ่งดิ้นรน แรงปะทะระหว่างคนทั้งสองก็ยิ่งเพิ่มความตึงเครียดขึ้นเป็นทวีคูณ
"ทำไมผมต้องปล่อย ในเมื่อคุณเป็นคนวิ่งเข้ามาหาผมเองในยามวิกาลแบบนี้" อาคเนย์โน้มใบลงกระซิบข้างใบหูของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดต้นคอทำให้ขนลุกชัน ทว่าสายตาของเขากลับจ้องตรงไปยังธนาด้วยแววตาท้าทาย "ความลับอะไรที่คุณพูดถึง... ธนา? หรือว่าคุณกำลังพยายามเล่นตลกอะไรตื้นๆ อีก"
ธนากลั้วหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาค่อยๆ ก้าวเท้าเข้ามาใกล้แสงไฟสลัวจากสปอตไลท์ เผยให้เห็นแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลในมือ "ตลกเหรอครับ? ผมเกรงว่ามันจะไม่ตลกเลยนะสำหรับคุณอาคเนย์... โดยเฉพาะเมื่อคุณรู้ว่า 'ภาพถ่าย' เซตสุดท้ายที่รินรดาพยายามปกปิดมาตลอด มันถูกเก็บไว้ที่ไหน"
หัวใจของรินรดากระตุกวูบ ความเย็นเยียบแล่นพล่านไปทั่วสันหลัง ภาพความทรงจำอันเลวร้ายเมื่อหลายสัปดาห์ก่อนผุดขึ้นมาในหัว สมุดบันทึกและฟิล์มกระจกที่เธอทำลายมันด้วยมือตัวเองไปแล้วไม่ใช่หรือ ทำไมมันถึงไปอยู่กับธนาได้
"คุณหมายความว่ายังไง..." รินรดาหันขวับไปมองหน้าธนา แววตาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกที่ปิดไม่มิด
"หมายความว่า คนที่ไว้ใจที่สุด... มักจะเป็นคนที่แทงข้างหลังเจ็บที่สุดยังไงล่ะครับ" ธนาปรายตามองอาคเนย์ด้วยรอยยิ้มเยาะ "คุณอาคเนย์คิดว่าผู้หญิงคนนี้เป็นแค่วิศวกรผู้บริสุทธิ์ที่หลงเข้ามาในโลกหลังเลนส์ของคุณงั้นหรือครับ? เปล่าเลย... เธอกำลังใช้คุณเป็นเครื่องมือเพื่อทำลายหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่เชื่อมโยงถึงบริษัทของคุณต่างหาก"
เพล้ง! ราวกับมีกระจกใสบานใหญ่แตกละเอียดอยู่ในอกของอาคเนย์
ดวงตาคมกริบของช่างภาพหนุ่มหันกลับมามองรินรดาช้าๆ แววตาดุดันที่เคยเต็มไปด้วยความเร่าร้อนและแรงปรารถนา บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและคมกลาตันจนน่ากลัว มือหนาที่เคยโอบกอดเธอไว้ค่อยๆ คลายออก ราวกับสัมผัสของเธอกลายเป็นสิ่งแปลกปลอมที่น่ารังเกียจในชั่วพริบตา
"จริงเหรอ... รินรดา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถาม น้ำเสียงราบเรียบไร้ระลอกคลื่น แต่มันกลับน่ากลัวเสียยิ่งกว่าการตะคอก
"มันไม่1จริงนะคะ... เอ๊ย! มันไม่ใช่แบบนั้นนะอาคเนย์!" รินรดารีบปฏิเสธเสียงหลง มือเรียวเอื้อมไปคว้าชายเสื้อของเขาไว้ราวกับคนจมน้ำ "ฉันไม่เคยคิดจะใช้คุณ ฉันมาที่นี่เพราะ..."
"เพราะอะไร? เพราะอยากมาดูให้แน่ใจว่าผมยังเก็บหลักฐานนั้นไว้หรือเปล่า?" อาคเนย์สะบัดแขนออกอย่างไร้เยื่อใย ร่างสูงใหญ่ถอยหลังไปหนึ่งก้าว ราวกับต้องการสร้างระยะห่างระหว่างเขากับผู้หญิงที่เขารักและหลงใหลจนยอมละทิ้งทุกกฎเกณฑ์
ความเงียบเข้าปกคลุมบรรยากาศอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันเต็มไปด้วยรอยร้าวที่ลึกเกินกว่าจะประสาน ความเข้าใจผิดที่ถูกถักทอด้วยคำพูดของธนา ทำหน้าที่เหมือนพิษร้ายที่ซึมเข้าสู่กระแสเลือดของคนทั้งคู่
"ถ้าไม่เชื่อใจกัน... ก็ตามใจคุณ" รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความหยิ่งทะนงและศักดิ์ศรีความเป็นวิศวกรสาวถูกปลุกขึ้นมาต่อต้านความอ่อนแอ เธอเชิดหน้าขึ้น แม้น้ำตาจะคลอเบ้าหน่วย "ถ้าคุณคิดว่าฉันเป็นคนแบบนั้น... งั้นก็ตามใจคุณเถอะค่ะ!"
ร่างบางหมุนตัวเตรียมก้าวเดินหนีจากขุมนรกแห่งความอึดอัดนี้ ทว่า...
พรึบ!
ข้อมือเรียวถูกกระชากกลับด้วยแรงมหาศาล อาคเนย์พุ่งเข้ามาประชิดตัวเธอในเสี้ยววินาที แรงปะทะทำให้แผ่นหลังของเธอกระแทกเข้ากับเสาสตูดิโออย่างจัง ลมหายใจของทั้งคู่กระชั้นชิดจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นระอุ
"ฉันยังไม่ได้อนุญาตให้เธอไปไหนทั้งนั้น..." อาคเนย์ก้มลงกระซิบชิดริมฝีปาก ดวงตาสสีเข้มวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะและแรงหึงหวงที่แผดเผา "ในเมื่อเธอกล้าพอที่จะเข้ามาเล่นเกมนี้... งั้นก็อยู่รับผลลัพธ์ของมันให้จบซะก่อน รินรดา!"
ริมฝีปากหยักลึกประกบทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานี เป็นจูบที่ไม่มีความอ่อนหวาน หอมหวาน หรือถนอมกล่อมเกลี้ยงใดๆ ทั้งสิ้น มีเพียงความดิบเถื่อน ดุดัน และเรียกร้อง เพื่อระบายความโกรธเกรี้ยวและความเจ็บปวดที่ถูกหักหลัง รินรดาสบถประท้วงในลำคอ พยายามเบือนหน้าหนีและทุบตีอกแกร่งเพื่อขัดขืน แต่เรี่ยวแรงอันน้อยนิดหรือจะสู้แรงของชายหนุ่มผู้กำลังคลุ้มคลั่งด้วยเพลิงโทสะ
มือหนาบีบกรามมนให้เผยอรับ ก่อนจะส่งลิ้นร้อนเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ รสจูบที่ทั้งดุดันและเร่าร้อนทำให้สติของเธอพร่าเลือน ร่างกายที่ควรจะต่อต้านกลับอ่อนระทวยลงทีละน้อยภายใต้สัมผัสที่คุ้นเคยและทรงพลัง
ธนายืนมองภาพเบื้องหน้าด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย เขากำลังจะก้าวเท้าถอยหลังเพื่อเปิดทางให้ไฟแค้นแผดเผาคนทั้งคู่ให้มอดไหม้...
แต่ทว่า เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครอีกหลายคน พร้อมกับแสงไฟฉายที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างกระจก ก็ทำให้ทุกคนในห้องต้องชะביดกึก
"ตำรวจครับ! ห้ามขยับ!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความสัมพันธ์อันตรายนี้ด้วยกันนะครับ
วิศวกรเครื่องกลกับคนเหล็กหลังเลนส์กล้อง•ตอนที่ 30
ค่ำคืนแห่งการทรยศ
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรเครื่องกลกับคนเหล็กหลังเลนส์กล้อง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!