เสียงปรบมือเยาะเย้ยที่ดังระงมอยู่ในห้องจัดประมูลวีไอพีราวกับเสียงกรีดแหลมของเศษแก้วที่บาดลึกเข้าไปในโสตประสาท แต่สำหรับลินดาแล้ว เสียงเหล่านั้นกลับฟังดูคล้ายเสียงหัวsเราะของคนโง่เขลาที่กำลังเดินเข้าไปสู่หลุมศพที่ตนเองเป็นคนขุดขึ้นมาเองค่ะ
รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากเรียวสวยของหญิงสาว เธอไม่ได้สะทกสะท้านแม้แต่น้อยกับท่าทีสมเพชเวทนาที่คีย์ส่งมาให้ พร้อมกับประโยคเย้ยหยันที่เพิ่งลอยเข้าหูเมื่อครู่
“ยินดีด้วยนะครับที่ซื้อตึกนี้ได้สำเร็จ... แต่ดูเหมือนว่า 'ของขวัญชิ้นใหญ่ที่สุด' ที่ผมเตรียมไว้ให้คุณ... เพิ่งจะเดินทางมาถึงพอดีเลยนะครับ”
คีย์เหยียดยิ้มกว้าง ดวงตาคู่นั้นพราวระยับด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม ราวกับเขากำลังถือไพ่เหนือกว่าทุกประตู ชายหนุ่มผายมือไปยังบานประตูไม้สักทองขนาดใหญ่ด้านหลังห้องประมูล ซึ่งกำลังค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกด้วยรักษาราการของพนักงานต้อนรับนับสิบชีวิต
เสียงฝีเท้าหนักแน่นจำนวนมากดังสะท้อนก้อง กลิ่นอายของอำนาจและเงินตราที่ลอยมาพร้อมกับกลุ่มคนที่ก้าวเข้ามาใหม่ ทำให้บรรยากาศในห้องประชุมเคร่งเครียดขึ้นมาทันตาเห็น นำหน้ามาด้วยชายวัยกลางคนสวมสูทสั่งตัดพิเศษจากอิตาลี ใบหน้าเรียบตึงไร้รอยยิ้ม ดวงตากวาดมองกราดไปทั่วห้องด้วยความเย่อหยิ่ง และคนที่อยู่เคียงข้างเขา... ก็คือคู่ปรับตลอดกาลของลินดา ผู้หญิงที่เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอในอดีต
“คุณอา... มาพอดีเลยครับ” คีย์รีบก้าวเข้าไปต้อนรับด้วยท่าทีนอบน้อมแต่แฝงไว้ด้วยความเจ้าเล่ห์ “ผมบอกแล้วไงครับว่าตึกนี้จะต้องตกเป็นของตระกูลเรา และตอนนี้... ทุกอย่างก็อยู่ในกำมือเราเรียบร้อยแล้วครับ”
ชายวัยกลางคนพยักหน้ารับอย่างพึงพอใจ ก่อนจะหันมามองลินดาด้วยหางตา ราวกับมองมดปลวกตัวจ้อยที่บี้ให้ตายเมื่อไหร่ก็ได้
“ลินดา เธอคิดจริงๆ เหรอว่าเงินจากการเล่นขายของของเธอ จะสู้รากฐานและอิทธิพลอันยาวนานหลายสิบปีของพวกเราได้?” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยความดูแคลน “ตึกใจกลางเมืองมูลค่าหมื่นล้านแห่งนี้ เธอไม่มีปัญญาบริหารมันหรอกนะ สาวน้อย... สู้คืนสัญญาให้เราตั้งแต่ตอนนี้ ยังพอมีหน้ามีตากลับไปบ้าง ดีกว่ารอให้ฉันฟ้องล้มละลายเธอข้อหาฮุบกิจการโดยมิชอบ”
เสียงฮือฮาจากเหล่าไฮโซและนักธุรกิจที่มาร่วมงานดังขึ้นระลอกใหญ่ สายตานับร้อยคู่หันกลับมามองลินดาเป็นตาเดียว บ้างก็สมเพช บ้างก็สมน้ำหน้า ที่เด็กสาวผู้เคยต่ำต้อยคนนี้บังอาจอาจหาญมาต่อกรกับยักษ์ใหญ่แห่งวงการ
แต่ทว่า... ลินดากลับไม่แม้แต่จะขยับตัวหนี เธอยังคงนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟากำมะหยี่สีแดงเพลิงอย่างสง่างาม มือเรียวบางยกแก้วแชมเปญขึ้นจิบช้าๆ ราวกับเหตุการณ์ตรงหน้าเป็นเพียงละครสัตว์ฉากหนึ่งที่กำลังสร้างความบันเทิงให้เธอเท่านั้น
“พูดจบหรือยังคะ?”
เสียงหวานใสแต่เยียบเย็นเอ่ยแทรกขึ้นกลางอากาศ ทำเอาทุกคนในห้องถึงกับชะงัก ลินดาวางแก้วลงบนโต๊ะกระจกเสียงดัง ‘กริ๊ก’ เบาๆ แต่มันกลับก้องกังวานในความเงียบงันที่เกิดขึ้นฉับพลัน
หญิงสาวค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชุดเดรสสั่งตัดเข้ารูปขับเน้นสัดส่วนและออร่าความทรงอำนาจให้ออกมาเด่นชัดยิ่งขึ้น เธอกวาดสายตาคมกริบมองทุกคนทีละคน ไล่จากคีย์ที่ยังคงยิ้มระnื่น ไปจนถึงชายวัยกลางคนผู้ทรงอิทธิพลคนนั้น
“พวกคุณนี่ความจำสั้นเสียจริงนะคะ... หรือว่าสมองถูกเงินบังตาจนหมดสิ้น ถึงได้ลืมไปว่า ก่อนที่ฉันจะมานั่งอยู่ตรงนี้ ฉันเคยเตือนพวกคุณไว้ว่าอย่างไรบ้าง”
“เธอหมายความว่ายังไง ยัยเด็กอวดดี!” ชายวัยกลางคนตวาดลั่นหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธ
“หมายความว่า...” ลินดายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้คนที่มองรู้สึกหนสันหลังวาบอย่างไม่มีสาเหตุ “ตึกที่พวกคุณกำลังภาคภูมิใจนักหนา... แท้จริงแล้ว มันไม่ได้อยู่ในชื่อของพวกคุณตั้งแต่แรกแล้วต่างหากล่ะคะ”
“เพ้อเจ้อ! เอกสารสิทธิ์อยู่ในมือฉัน โฉนดอยู่ที่นี่! เธอเอาอะไรมาพูด!” คีย์สวนกลับทันควัน หน้าเริ่มถอดสีด้วยความสังหรณ์ใจแปลกๆ
“โฉนดงั้นเหรอคะ?” ลินดาหัวسเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงเย้ยหยันบาดลึกถึงขั้วหัวใจ “ของแบบนั้น... ถ้าเงินถึง มันก็เป็นแค่กระดาษแผ่นหนึ่งที่ฉันจะฉีกทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้”
ทันใดนั้นเอง หน้าจอโปรเจคเตอร์ขนาดใหญ่ยักษ์ด้านหลังห้องประมูล ซึ่งเดิมทีแสดงภาพแผนผังตึก ก็พลันดับวูบลง ก่อนจะปรากฏภาพเอกสารราชการตราครุฑและตัวเลขบัญชีมหาศาลที่วิ่งกระพริบสีแดงฉาน
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนจากระบบการเงินระดับโลกดังขึ้นพร้อมกันในโทรศัพท์มือถือของแขกผู้มีเกียรติทุกคนในห้อง รวมถึงโทรศัพท์มือถือราคาแพงในมือของคีย์และชายวัยกลางคน
คีย์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาด้วยมืออันสั่นเทา ดวงตาเบิกโพงกว้างด้วยความตื่นตระหนก เมื่อข้อความแจ้งเตือนปรากฏหราอยู่บนหน้าจอ—บัญชีธนาคารหลักของตระกูลถูกอายัดโดยคำสั่งศาลสูงสุด และหนี้สินทั้งหมดที่บริษัทของพวกเขาไปกู้ยืมมาเพื่อซื้อตึกแห่งนี้ ได้ถูกโอนสิทธิ์ความเป็นเจ้าหนี้ทั้งหมดมายัง... 'กองทุนส่วนบุคคลของลินดา' เรียบร้อยแล้ว!
“เป็น... เป็นไปได้ยังไง!?” คีย์หวีดร้องออกมาอย่างคนเสียสติ ใบซีดเผือดไร้สีเลือด เขาล้มฟุบลงคุกเข่ากับพื้นพรมราคาแพงอย่างไร้ศักดิ์ศรี “เธอ... เธอทำแบบนี้ได้ยังไงกัน! เงินพวกนั้นมาจากไหน!”
“มาจากน้ำพักน้ำแรง... และความโง่เขลาของพวกคุณยังไงล่ะคะ” ลินดาก้าวเข้าไปยืนค้ำหัวอดีตคู่หมั้นที่กำลังคุกเข่าอยู่เบื้องล่าง เธอก้มตัวลงเล็กน้อย ใช้ปลายนิ้วเรียวเชยคางของชายหนุ่มขึ้นมาบังคับให้สบตากับเธอ แววตาคู่นั้นเด็ดเดี่ยว เย็นชา และทรงพลังจนคีย์ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
“จำได้ไหมคะคีย์... วันที่เราเลิกกัน คุณบอกว่าฉันมันก็แค่ผู้หญิงไร้ค่าที่เกาะคุณกินไปวันๆ แต่ในวันนี้... คนที่กำลังจะกลายเป็นขอทานข้างถนนไร้บ้านซุกหัวนอน... กลับเป็นคุณและครอบครัวของคุณต่างหาก”
หญิงสาวสะบัดหน้าหนีด้วยความรังเกียจ ก่อนจะหันไปสบตากับชายวัยกลางคนผู้ทรงอิทธิพลที่ตอนนี้ขาอ่อนแรงจนต้องล้มลงไปพิงกับเก้าอี้ สีหน้าของเขาซีดเซียวราวกับคนใกล้ตาย ความเย่อหยิ่งเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความหวาดกลัวสุดขีด
“คุณลินดา... ได้โปรด... เมตตาพวกเราด้วยเถอะครับ เรื่องทั้งหมดนี้เราคุยกันได้...” ชายวัยกลางคนละล่ำละลักเอ่ยขอร้องเสียงสั่นเครือ
ลินดายิ้มหวานหยดย้อย รอยยิ้มที่งดงามราวกับนางฟ้าแต่กลับโหดเหี้ยมยิ่งกว่าซาตาน เธอยกข้อมือขึ้นดูนาฬิกาข้อมือเรือนหรูประดับเพชรเม็ดโต ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“หมดเวลาขอความเมตตาแล้วค่ะ... ระบบคะ ตัดการเชื่อมต่อระบบไฟและระบบรักษาความปลอดภัยทั้งหมดของตึกนี้เดี๋ยวนี้ค่ะ”
*ติ๊ง!* เสียงระบบตอบรับดังขึ้นในหูของลินดา
ทันทีสิ้นเสียงคำสั่ง ไฟทั่วทั้งตึกประมูลสว่างไสววับแวมก่อนจะดับสนิทลงจนมืดสนิท มีเพียงแสงไฟสีแดงฉานจากป้ายหนีไฟที่สาดส่องลงมาบนใบหน้าของทุกคน และในวินาทีที่ความโกลาหลกำลังจะปะทุขึ้นนั้นเอง...
ประตูบานใหญ่ด้านหลังสุดของห้องประมูลถูกกระชากเปิดออกอีกครั้ง พร้อมกับร่างสูงสง่าของชายหนุ่มลึกลับในชุดสูทสีดำสนิทผู้สวมแว่นตากันแดด แม้ในยามวิกาล เขาก้าวเข้ามาท่ามกลางความมืด พร้อมกับยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลสนิทให้ลินดาด้วยท่าทีนอบน้อม
“คุณหนูครับ... ทุกอย่างเรียบร้อยตามแผนแล้วครับ และดูเหมือนว่า 'แขกคนสำคัญที่สุด' ที่คุณรอคอย... เพิ่งจะเดินทางมาถึงสนามบินส่วนตัวแล้วครับ”
ลินดารับซองเอกสารมาถือไว้ มุมปากยกยิ้มขึ้นอย่างมีความหมาย เธอหันกลับไปมองคีย์ที่กำลังเงยหน้าขึ้นมองด้วยความหวาดผวา ก่อนจะเอ่ยประโยคสุดท้ายที่ทำเอาทุกคนในห้องแทบหยุดหายใจ
“เกมจบลงแล้วล่ะค่ะ... แต่สำหรับคุณ มันเพิ่งจะเริ่มต้นนรกต่างหากล่ะคะ”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความแซ่บและร่วมเดินทางสะใจไปด้วยกันเสมอนะคะ
คุณหนูสายเปย์ผู้พลิกโฉมวงการประมูลกับอดีตคู่หมั้นที่อยากขอโอกาส•ตอนที่ 27
วินาทีที่เธอเป็นผู้ชนะ
ผลงานโดย ชาเขียวแก้วร้าย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาเขียวแก้วร้าย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูสายเปย์ผู้พลิกโฉมวงการประมูลกับอดีตคู่หมั้นที่อยากขอโอกาส นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!