แฟ้มคดีสีชาดหนาปึกถูกปิดลงด้วยเสียงทุบหนักแน่นบนโต๊ะทำงานสเตนเลสในห้องชันสูตร กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อและฟอร์มาลินยังคงอบอวลอยู่ในอากาศราวกับเป็นส่วนหนึ่งของลมหายใจ แต่สิ่งที่ขับเน้นความเงียบงันให้หนักหน่วงยิ่งกว่า คือร่องรอยคราบเลือดจาง ๆ ที่ถูกขัดล้างออกไม่หมดบนพื้นกระเบื้อง มุมหนึ่งของห้องสะท้อนเงาของแสงนีออนสีขาวโพลนกระทบกับกรอบแว่นโลหะของแพทย์นิติเวชหญิงผู้ขึ้นชื่อเรื่องความไร้หัวใจ
รินรดากวาดสายตามองเอกสารสรุปสำนวนคดีครั้งสุดท้าย ลายเซ็นของเธอเองที่ปรากฏอยู่บรรทัดล่างสุดมันดูคมกริบและเด็ดขาดราวกับคมมีดผ่าตัด ในขณะที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม—ซึ่งเคยเป็นพื้นที่ของการปะทะคารมและการยื่นข้อเสนออันตราย—บัดนี้ว่างเปล่า
ทว่าความว่างเปล่านั้นไม่ได้แปลว่าความโดดเดี่ยว
เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่คุ้นเคยดังสะท้อนก้องมาจากทางเดินยาว กวินทร์ก้าวเข้ามาในห้องชันสูตรด้วยชุดสูทสีเข้มที่ยับย่นเล็กน้อยจากการผ่านคืนอันยาวนาน ดวงตาคู่คมที่มักซ่อนเล่ห์กลและรอยยิ้มเย้ยหยันไว้ภายใต้กรอบความสุภาพ บัดนี้กลับมีร่องรอยความอ่อนล้าอย่างเปิดเผย แต่สิ่งที่เด่นชัดที่สุดคือความโล่งเบาที่ฉายชัดในแววคู่นั้น—แววตาของมนุษย์ที่เพิ่งเดินออกจากขุมนรกแห่งตระกูลขุนนางผู้มั่งคั่งด้วยคราบเลือด
"คุณเซ็นเอกสารโอนกรรมสิทธิ์ชุดสุดท้ายแล้วสินะคะ" เสียงเรียบเฉยเอ่ยขึ้นโดยไม่ต้องหันไปมอง รินรดายังคงจ้องมองแฟ้มคดีของมารดาที่ถูกคลี่คลายลงอย่างสมบูรณ์แบบด้วยหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และเอกสารลับที่ทนายความหนุ่มจัดหามาให้
"ครับ... เอ่อ ดิฉันหมายถึง... ผมชินปากกับการพูดแบบเป็นทางการของคุณเสียแล้วสิครับ รินรดารินรดา" กวินทร์แก้คำพูดตัวเองทันทีเมื่อเห็นหางตาคมกริบเหลียวมามอง รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นบางเบา เป็นรอยยิ้มที่ปราศจากหน้ากากทางกฎหมาย หรือกลลวงใด ๆ ที่เขาเคยใช้เอาตัวรอดในสังคมไฮโซสีเทา
กวินทร์เดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหลัง นัยน์ตาสีเข้มมองข้ามไหล่บางไปยังกระดาษแผ่นสุดท้ายในแฟ้ม—ชื่อของมารดารินรดาได้รับการล้างมลทินทางกฎหมายอย่างเป็นทางการแล้ว ไม่มีคำว่าอุบัติเหตุ ไม่มีคำว่าฆ่าตัวตาย มีเพียงความจริงอันโหดร้ายที่ถูกเปิดโปง และผู้กระทำผิดที่ต้องชดใช้ในกรงขัง
"คุณยอมละทิ้งทุกอย่าง... ทั้งนามสกุล อำนาจ และมรดกมหาศาล เพื่อแลกกับกระดาษใบเดียวเนี่ยนะ คะ กวินทร์" รินรดาลุกขึ้นยืน หมุนตัวกลับมาประจันหน้ากับเขา ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงไม่กี่คืบ จนได้กลิ่นอายจาง ๆ ของบุหรี่ราคาแพงและกลิ่นฝนจากภายนอกที่ติดตัวเขามา
"มรดกที่สร้างขึ้นบนซากศพและความลับสีดำ มันไม่ใช่สมบัติหรอกครับรินรดารินรดา มันคือโซ่ตรวน" กวินทร์โน้มใบหน้าลงมาเล็กน้อย สายตาคู่นั้นสำรวจใบหน้าเรียบนิ่งของแพทย์หญิงราวกับต้องการค้นหาความหมายที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังดวงตาส่งประกายเยือกเย็น "อีกอย่าง... ผมไม่ได้แลกมันกับกระดาษใบเดียว ผมแลกมันกับอิสรภาพ... และสิทธิ์ที่จะยืนข้างคุณในฐานะคนธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ใช่ในฐานะ ‘คู่ค้า’ ในดีลลับอีกต่อไป"
หัวใจภายใต้เสื้อกาวน์สีขาวกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่ รินรดายกมือขึ้นกอดอกโดยอัตโนมัติ เป็นปฏิกิริยาป้องกันตัวตามสัญชาตญาณของคนที่ใช้ชีวิตอยู่กับการชำแหละความตายเพื่อค้นหาความจริง เธอยpeไม่เคยเชื่อใจใครง่าย ๆ และโลกใบนี้สอนให้เธอรู้ว่า ทุกความสัมพันธ์มีราคาที่ต้องจ่ายเสมอ
"ความรักไม่ใช่คดีฆาตกรรมนะคะ กวินทร์ คุณไม่ต้องหาหลักฐานมาพิสูจน์ความจริงใจหรอก" น้ำเสียงของเธอแม้จะราบเรียบ แต่แฝงความสั่นไหวเล็กน้อยที่รอดพ้นจากการควบคุม
"แต่ผมยินดีจะชันสูตรความรู้สึกของตัวเองให้คุณดูทุกวันนะ... ถ้าคุณต้องการ" กวินทร์ตอบกลับทันควัน นัยน์ตาระยิบระยับด้วยประกายความอบอุ่นที่หาได้ยากยิ่งจากทนายความผู้เคยเหี้ยมเกรียม "เราต่างก็เป็นเศษซากที่แตกสลายมาจากอดีตที่เน่าเฟะ รินรดา คุณใช้มีดผ่าตัดตัดเฉือนความจริงเพื่อเยียวยาคนตาย ส่วนผมใช้กฎหมายบิดเบือนความจริงเพื่อปกป้องคนชั่ว... แต่ในรุ่งอรุณนี้ ไม่มีใครต้องโกหกอีกแล้ว"
เขายื่นมือออกมา มือที่เคยถือปากกาเซ็นคำสั่งทำลายชีวิตผู้คน มือที่เคยสั่นเทาในคืนแรกที่พวกเขาพบกันในห้องเก็บศพ บัดนี้มันนิ่งสนิทและรอคอย ปราศจากพันธนาการใด ๆ
รินรดานิ่งงังไปชั่วขณะ เธอมองมือนั้นสลับกับใบหน้าที่จริงจังของชายหนุ่ม ในสมองของนักนิติเวชผู้ยึดมั่นในตรรกะและหลักฐาน กำลังคำนวณความเสี่ยงทั้งหมดของหัวใจ—ความเสี่ยงที่จะรัก ความเสี่ยงที่จะไว้วางใจ และความเสี่ยงที่จะสูญเสียอีกครั้ง
แต่ทว่า... ชีวิตไม่ได้ถูกกำหนดไว้แค่บนโต๊ะชันสูตร
นิ้วเรียวบางค่อย ๆ ขยับออกจากการกอดอก ช้า ๆ และมั่นคง ก่อนที่ปลายนิ้วเย็นเฉียบของเธอจะวางลงบนฝ่ามืออุ่นของเขาอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่เชื่อมต่อกันในความเงียบงันของห้องสี่เหลี่ยมสีขาวนี้ คือหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่ยืนยันว่าพวกเขายังมีชีวิตอยู่ และรอดพ้นจากค่ำคืนอันมืดมิดมาได้จริง ๆ
"ถ้าคุณกล้าโกหฉันแม้แต่คำเดียว..." รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรง ๆ แววตานั้นมีความดุดันและเยือกเย็นแบบฉบับของแพทย์นิติเวชผู้ถือมีดผ่าตัด "ฉันนี่แหละค่ะ... จะเป็นคนผ่าร่างคุณเพื่อหาความจริงด้วยตัวเอง"
กวินทร์หัวเราะเบา ๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความโล่งใจและความสุขที่แท้จริงเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี เขาพลิกฝ่ามือขึ้นกุมมือเรียวบางนั้นไว้แน่น กระชับสัมผัสให้มั่นคงยิ่งขึ้นท่ามกลางแสงสว่างสีทองของดวงอาทิตย์ที่เริ่มสาดส่องทะลุกระจกหน้าต่างเข้ามา ขับไล่เงาดำและความหนาวเหน็บของอดีตให้เลือนหายไป
"ผมจะจำไว้ครับ... ท่านแพทย์นิติเวชผู้ไม่เคยปรานีใคร"
ทั้งค่ายืนเคียงข้างกัน ณ ริมหน้าต่าง มองออกไปเบื้องล่างที่โลกกำลังตื่นขึ้นรับวันใหม่—เช้าวันใหม่ที่ไม่มีดีลลับ ไม่มีศพปริศนา และไม่มีความลับที่ต้องปิดบังอีกต่อไป มีเพียงอนาคตข้างหน้าที่พวกเขาต้องก้าวเดินร่วมกัน ในฐานะมนุษย์ธรรมดาผู้โอบกอดรอยแผลเป็นของกันและกันไว้อย่างแน่นแฟ้น
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดและคดีอันซับซ้อนนี้มาด้วยกันจนถึงหน้าสุดท้ายนะคะ — เงาจันทราลี้ลับ
ดีลลับฉบับคนตาย: อย่าไว้ใจศพข้างกาย•ตอนที่ 30
รุ่งอรุณหลังดีลลับ
ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนตาย: อย่าไว้ใจศพข้างกาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!