ดีลลับฉบับคนตาย: อย่าไว้ใจศพข้างกาย•ตอนที่ 27

กำแพงที่พังทลาย

ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
“คุณกำลังเล่นกับไฟที่เผาผลาญตระกูลตัวเองจนมอดไหม้ไปถึงรากเหง้าเลยนะ กวินทร์” รินรดาเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องทำงานส่วนตัวของกวินทร์ แสงไฟจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ฉายเอกสารรายการธุรกรรมเงินโอนเข้าบัญชีนอมินีจำนวนมหาศาล สะท้อนเข้ากับนัยน์ตาที่เย็นเยียบของเธอดังเข็มพิษ กลิ่นอายของกระดาษเก่าและหมึกพิมพ์ราคาแพงไม่ได้ทำให้บรรยากาศในห้องนี้ดูปลอดภัยขึ้นแม้แต่น้อย กวินทร์ไม่ได้หันมามอง เขาเพียงแต่นั่งพิงพนักเก้าอี้หนังราคาแพง มือหนึ่งถือแก้ววิสกี้ที่น้ำแข็งละลายจนเจือจางไปแล้ว ดวงตาของเขาจ้องมองไปยังรูปถ่ายครอบครัวที่ติดอยู่บนผนัง—รูปภาพที่ใบหน้าของทุกคนดูสมบูรณ์แบบ จนกระทั่งคุณมองเห็นความว่างเปล่าในแววตาของพวกเขา “ไฟน่ะเหรอ?” เขาสวนกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าสั่นไหวที่ปลายเสียง “ไฟมันเผาผมมานานแล้วรินรดา ตั้งแต่วันที่ผมเริ่มเข้าใจว่าเลือดในตัวผมมันมีค่าแค่เครื่องมือฟอกเงินบาปให้พวกเขาสง่างามบนเวทีสังคม” “คุณไม่ได้กำลังจะทำเพื่อความยุติธรรม” รินรดาก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อจางๆ จากตัวเธอขัดกับกลิ่นวิสกี้ในห้อง “คุณแค่กำลังทำลายหมากที่ไม่ได้ดั่งใจ เพื่อที่จะได้เป็นผู้เล่นเพียงคนเดียวบนกระดานที่กำลังจะล่มสลาย” กวินทร์หัวเราะหึในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ความสุข ก่อนจะวางแก้วลงบนโต๊ะจนเกิดเสียงดังกังวาน เขาหันมาเผชิญหน้ากับเธอ แววตาคมกริบนั้นไม่ได้แฝงความขี้ขลาดอย่างที่ใครหลายคนมองเห็น แต่เป็นความเด็ดขาดของคนที่ไม่มีอะไรจะเสียอีกต่อไป “คุณกับผมต่างกันตรงไหนรินรดา?” เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง กดดันด้วยส่วนสูงและบรรยากาศที่เปลี่ยนไป “คุณผ่าศพเพื่อหาความจริง ส่วนผมผ่าโครงสร้างบริษัทเพื่อหาความผิด ทั้งคู่คือการชำแหละ เพียงแต่ผมไม่ได้ใส่ถุงมือยางเหมือนคุณ... ผมใช้มือเปล่าเปื้อนเลือดนี่แหละในการแฉเรื่องทั้งหมด” เขาหยิบแฟลชไดรฟ์สีเงินขนาดจิ๋วขึ้นมาวางบนโต๊ะ พื้นผิวของมันเย็นเยียบสะท้อนแสงไฟดวงเล็กๆ ในห้อง “นี่คือบัญชีลับที่เชื่อมโยงถึงมูลนิธิการกุศลที่คุณแม่คุณเคยบริจาคเงินให้ตอนที่ท่านยังมีชีวิตอยู่” เขากดเสียงต่ำ “ไม่ใช่แค่อุบัติเหตุรินรดา ท่านไม่ได้ตายเพราะความสะเพร่า แต่ท่านตายเพราะท่านขวางทาง ‘ดีล’ ที่มีเดิมพันเป็นชีวิตคนหลายร้อยคน” รินรดานิ่งงัน หัวใจในอกเต้นรัวด้วยจังหวะที่ยากจะควบคุม ความเย็นชาที่เธอสร้างขึ้นเป็นเกราะกำบังเริ่มมีรอยร้าว เธอเอื้อมมือไปสัมผัสแฟลชไดรฟ์นั้น แผงวงจรในหัวของนิติเวชสาวเริ่มประมวลผลถึงความเป็นไปได้ที่เลวร้ายที่สุด หากสิ่งที่เขาพูดเป็นความจริง ชีวิตที่เธอใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อไล่ล่าความจริงก็ไม่ต่างอะไรกับเหยื่อในกรงที่หมุนวนไปมาตามแรงบงการของผู้มีอำนาจ “ทำไมต้องเป็นตอนนี้?” เธอถามเสียงสั่น “ทำไมต้องให้ฉันเป็นคนรับรู้?” “เพราะคุณคือคนเดียวที่ผมเชื่อใจให้ถือดาบเล่มนี้” กวินทร์ก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างกันเหลือเพียงลมหายใจ “ถ้าผมต้องตายเพราะการตัดสินใจนี้ อย่างน้อยผมก็อยากให้ความจริงถูกเปิดโปงโดยคนที่ผมให้ความเคารพที่สุดในฐานะ... คู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อ” บรรยากาศในห้องตึงเครียดขึ้นจนแทบจะหยุดหายใจ เสียงนาฬิกาแขวนผนังดังก้อง ราวกับจังหวะนับถอยหลังของระเบิดเวลา รินรดามองลึกลงไปในแววตาของกวินทร์ เธอเห็นความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ใต้หน้ากากทนายความผู้ไร้หัวใจ นั่นคือความเจ็บปวดของการเป็นคนดีในครอบครัวคนบาป ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนก็ดังขึ้นที่โถงทางเดินด้านนอก ตามด้วยเสียงกระจกหน้าต่างที่แตกกระจายจากแรงกระแทกของใครบางคน! กวินทร์เบิกตากว้าง เขาคว้าแขนรินรดาแล้วดึงเธอเข้าหลังโต๊ะทำงานทันที แสงเลเซอร์สีแดงจากอาวุธปืนกวาดผ่านผนังห้องราวกับหิ่งห้อยสังหาร “มีคนทรยศ...” กวินทร์กระซิบข้างหูเธอ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความแค้น “พวกเขาไม่ยอมให้เราจบเรื่องนี้แบบเงียบๆ แน่” รินรดามองเห็นเงาร่างคนชุดดำสามคนก้าวเข้ามาในห้องผ่านแสงเงาที่ทาบลงบนพื้นกระเบื้อง หนึ่งในนั้นถือเอกสารซองสีน้ำตาลที่ดูคุ้นตา... มันคือเอกสารฉบับเดียวกันกับที่เธอเคยเห็นบนโต๊ะทำงานของแม่เธอเมื่อหลายปีก่อน ก่อนที่เธอจะทันตั้งตัว มือปืนคนหนึ่งก็หยุดชะงัก สายตาของมันจับจ้องมาที่รินรดา ก่อนจะเอ่ยชื่อที่ทำเอาวิญญาณของเธอแทบหลุดออกจากร่าง “ตรวจพบผู้บุกรุก... ฆ่าทิ้งทั้งคู่ รวมถึง 'คนนอก' ที่รู้จักความลับของท่านประธาน” รินรดาสบตากับกวินทร์ในความสลัวของห้อง ในวินาทีที่ความตายกำลังคืบคลานเข้ามา กวินทร์กลับหยิบอาวุธปืนพกกระบอกเล็กออกมาจากลิ้นชัก แล้วยัดใส่มือเธอพร้อมรอยยิ้มที่เศร้าสร้อยที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมา “ถ้าเราต้องตายที่นี่... อย่างน้อยคุณก็ต้องเป็นคนสุดท้ายที่ถือไฟล์นี้ไว้... รินรดา ความจริงไม่ได้ถูกฝังอยู่ในหลุมศพ แต่ถูกฝังอยู่ในตัวคนที่เหลือรอดต่างหาก” กวินทร์ถีบโต๊ะทำงานจนล้มลงเพื่อเป็นที่กำบัง ก่อนจะพุ่งตัวออกไปเผชิญหน้ากับกลุ่มคนชุดดำด้วยความบ้าคลั่ง ทิ้งให้รินรดายืนตัวแข็งทื่ออยู่ท่ามกลางเสียงปืนที่ดังสนั่นหวั่นไหวในยามค่ำคืน รินรดาบีบแฟลชไดรฟ์ในมือแน่นจนนิ้วซีดขาว ท่ามกลางควันปืนที่อบอวลและเสียงกรีดร้องที่ไกลออกไป เธอเพิ่งตระหนักได้ว่า... กำแพงที่กวินทร์พังทลายลงมา ไม่ใช่แค่เรื่องของตระกูลเขา แต่มันคือกำแพงที่ขวางกั้นระหว่างเธอกับความจริงที่มืดดำยิ่งกว่าความตาย ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนอันมืดมนนี้กับรินรดานะคะ — เงาจันทราลี้ลับ
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนตาย: อย่าไว้ใจศพข้างกาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%