"เซ็นชื่อซะ หลินอวี้... สำนักตรวจสอบทรัพย์สินแห่งราชสำนักไม่ได้มีเวลามานั่งเมตตาคนตระกูลที่กำลังจะล่มจมอย่างพวกเธอหรอกนะ"
เสียงกระดาษแผ่นบางถูกโยศใส่หน้าจนเกิดเสียงดังเฉียบขาด ปลายกระดาษคมกริบเกือบเฉียดผ่านสันจมูกโด่งรั้นของหญิงสาว แต่มันกลับไม่สามารถเรียกเสียงกรีดร้องหรือคราบน้ำตาจากเธอได้เลยแม้แต่น้อย
หลินอวี้ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ แววตาคู่คมกริบดุจหยกเย็นชาสะท้อนภาพของขุนนางชั้นผู้ใหญ่ผู้สวมชุดขุนนางสีเขียวเข้ม เขากำลังยืนมองเธอด้วยสายตาสมเพชเวทนาและเหยียดหยามสุดซึ้ง รอบกายเธอเวลานี้คือคฤหาสน์ตระกูลหลินที่เคยโอ่อ่าและอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของไม้กฤษณาและเครื่องหอมล้ำค่า บัดนี้กลับถูกปิดตายด้วยแถบผ้าผนึกสีแดงฉาน ทหารหลวงในชุดเกราะเหล็กยืนเรียงรายเต็มโถงทางเดิน กลิ่นอายความพินาศคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นฝุ่นผงของความจริงอันโหดร้าย
ในชาติภพก่อน... หลินอวี้ในร่างของหญิงสาวผู้โง่งดงามและอ่อนต่อโลกคนนี้ ได้แต่ร้องไห้ฟูมฟาย กอดแขนอ้อนวอนขอความเห็นใจจากคนที่เธอเรียกว่า "ครอบครัว" และ "คู่หมั้น" จนกระทั่งถูกผลักไสให้กลายเป็นแพะรับบาปในคดีทุจริตคลังเครื่องหอมหลวง สุดท้ายต้องจบชีวิตลงท่ามกลางกองเพลิงที่โหมกระหน่ำเผาผลาญร่างและศักดิ์ศรีของเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
แต่วันนี้... ทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้วค่ะ
"ตระกูลหลินถูกกล่าวหาว่าลักลอบค้าเครื่องหอมต้องห้ามและยักยอกเงินคลังหลวง สินทรัพย์ทั้งหมดจึงต้องถูกริบทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดิน... รวมทั้งสิทธิ์ในการครอบครองสูตรลับ 'ร้อยบุปผานิรันดร์' ด้วย" ขุนนางคนเดิมเอ่ยย้ำด้วยน้ำเสียงเย่อหยิ่ง ราวกับกำลังพิพากษาโทษทาสในเรือนเบี้ย
หลินอวี้ไม่ได้ขยับตัวหนี เธอยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้จันทน์แกะสลักตัวสุดท้ายที่ยังไม่ถูกติดป้ายยึดทรัพย์ นิ้วเรียวยาวดุจลำเทียนยกขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาคลอเคลียข้างแก้มอย่างใจเย็น ริมฝีปากบางเฉียบเคลือบด้วยรอยยิ้มบางเบา—รอยยิ้มที่ทำให้ขุนนางเฒ่าผู้ตรวจการถึงกับชะงักงันโดยไม่รู้ตัว
"ยึดทรัพย์อย่างนั้นหรือคะใต้เท้า?" น้ำเสียงหวานใสกังวานใสราดรดลงกลางโถงกว้าง เย็นยะเยือกจนน่าประหลาด "ท่านมั่นใจแค่ไหนกันว่า... สิ่งที่พวกท่านกำลังจะริบไป เป็นของที่แผ่นดินนี้มีสิทธิ์แตะต้องตั้งแต่แรก?"
"สามหาว!" ขุนนางเฒ่าตบโต๊ะเสียงดังลั่น "เจ้าเป็นแค่คุณหนูตกอับผู้หนึ่ง บัญชีทรัพย์สินและกรรมสิทธิ์ทั้งหมดถูกประทับตราโดยราชตระกูลแล้ว เจ้าไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะต่อรอง!"
หลินอวี้หัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความหวาดกลัว กลับเต็มไปด้วยอำนาจที่กดดันจนบรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชุดกระโปรงผ้าไหมปักลายหงส์สีเพลิงพลิ้วไหวตามจังหวะการก้าวเดิน แม้เนื้อตัวจะดูเรียบง่ายไร้เครื่องประดับอลังการ ทว่ารัศมีที่แผ่ออกมาจากตัวเธอกลับสง่างามราวกับพญาหงส์ที่กำลังกางปีกเหนתน่านฟ้า
เธอเดินเข้าไปใกล้โต๊ะไม้ที่วางเอกสารราชการ ขยับปลายนิ้วเรียวแตะลงบนตราประทับสีชาดอย่างไม่เกรงกลัวสายตากลุ่มทหารหลวงที่ชักดาบเตรียมพร้อม
"พวกท่านบอกว่าตระกูลหลินล้มละลาย... บอกว่าข้ากลายเป็นคนไร้ค่าที่ต้องก้มหน้ารับกรรมที่ไม่ได้ก่อ" หลินอวี้กวาดสายตามองหน้าขุนนางทีละคนด้วยแววตาดุจคมมีด "แต่พวกท่านคงลืมไปสินะคะว่า อาณาจักรเครื่องหอมแห่งแคว้นนี้กว่าครึ่ง... ขับเคลื่อนด้วยเงินทุนและวัตถุดิบที่ส่งตรงมาจากเครือข่ายการค้าลับของตระกูลหลิน"
"เหลวไหล! เจ้าคิดจะกุเรื่องเพื่อถ่วงเวลาหรือไง!"
"กุเรื่องหรือคะ?" หลินอวี้แค่นยิ้มหยัน เธอหยิบป้ายหยกสีดำสนิทลวดลายประหลาดที่ซ่อนไว้ในอกเสื้อขึ้นมา ชูขึ้นกลางอากาศ ป้ายหยกชิ้นนั้นสะท้อนแสงไฟจากคบเพลิงจนเปล่งประกายสีครามเข้มออกมาวابวาว
สิ้นเสียงป้ายหยกปรากฏ ขุนนางเฒ่าถึงกับหน้าถอดสี ถอยหลังกรูดจนเกือบสะดุดชายผ้าคลุมของตนเอง ดวงเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงพรึงเพริดราวกับเห็นผี
"นั่นมัน... ตราประทับของ... ของ 'หอการค้าเงาเมฆา'!"
"ถูกต้องค่ะ" หลินอวี้เอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทุกถ้อยคำกลับหนักแน่นราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจคนฟัง "ทรัพย์สินที่พวกท่านกำลังจะริบ เป็นเพียงแค่เศษเงินหน้าฉากของตระกูลหลินเท่านั้น ในเมื่อราชสำนักอยากได้นัก ข้าก็พร้อมจะยก 'เปลือกนอก' ปลอมๆ นี้ให้พวกท่านไป..."
เธอย่อตัวลงเล็กน้อย ใบหน้าสวยเฉี่ยวยื่นเข้าไปกระซิบข้างหูขุนนางเฒ่าด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาอีกฝ่ายขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
"...แต่จำไว้ให้ดีนะคะว่า นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป ทุกหยดของกำไรจากการค้าเครื่องหอมทั่วทั้งแผ่นดิน จะไม่มีทางไหลเข้าท้องพระคลังของพวกท่านอีกแม้แต่แดงเดียว!"
หลินอวี้สะบัดหน้าหนีอย่างไม่ใยดี เธอหันหลังเดินตรงไปยังประตูทางออกของคฤหาสน์ที่ถูกปิดกั้นด้วยกองกำลังทหารนับร้อย ท่ามกลางความตื่นตระหนกและเสียงตะโกนสั่งให้จับกุมตัวที่ดังระงมไล่หลังมา หญิงสาวกลับไม่มีท่าทีลนลานเลยสักนิด
ทว่า ในจังหวะที่เธอก้าวเท้าพ้นธรณีประตูใหญ่ ท้องฟ้ายามราตรีที่ควรจะมืดมิดกลับสว่างวาบด้วยแสงไฟจากโคมเวทมนตร์นับพันดวง เสียงฝีเท้าของม้าศึกนับร้อยและเสียงเครื่องยนต์กลไกประหลาดดังสนั่นหวั่นไหว
รถม้าหรูหราประดับอัญมณีสีนิลกาฬล้อมรอบด้วยผู้คุ้มกันในชุดเกราะสีดำสนิทปรากฏขึ้นตรงหน้า ประตูรถม้าเปิดออกเผยให้เห็นร่างสูงโปรดของบุรุษผู้หนึ่ง เขาสวมหน้ากากเงินครึ่งซีก ดวงตาคมปลาบดูลึกลับและเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลกกำลังจ้องมองมาที่เธอ
จ้าวเถียนหลง... ผู้คุมกฎการค้าแห่งดินแดนไร้กฏที่ใครๆ ต่างหวาดกลัว ก้าวลงจากรถม้า เขาเดินตรงเข้ามาหาหลินอวี้ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของทหารหลวงทั้งหมด ก่อนจะคุกเข่าลงข้างหนึ่งต่อหน้าเธออย่างนอบน้อม
"องค์หญิง... ข้อมูลบัญชีลับทั้งหมดถูกจัดเตรียมเรียบร้อยแล้วพ่ะย่ะค่ะ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงัดของทุกคน "ตระกูลที่เคยเหยียบย่ำท่าน... จะต้องชดใช้ด้วยทุกอย่างที่พวกมันมี รับบัญชีทรัพย์สินคืนด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ"
หลินอวี้ก้มมองชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่ยอมก้มหัวให้เธอแต่เพียงผู้เดียว มุมปากอิ่มยกยิ้มขึ้นอย่างพึงใจ ก่อนจะยื่นมือเรียวไปรับแฟ้มเอกสารหนังมังกรสีดำสนิทจากมือเขา
—ในเมื่อพวกมันอยากให้เธอจมกองเพลิงนัก เธอก็จะใช้เพลิงโลกันตร์นี้เผาบัลลังก์ของพวกมันให้ราบเป็นหน้ากลองก็แล้วกัน!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางเข้าสู่เส้นทางการล้างแค้นและทวงคืนความมั่งคั่งครั้งนี้ไปพร้อมกับหลินอวี้และจ้าวเถียนหลงนะคะ!
คุณหนูผู้โชคร้ายกับอาณาจักรเครื่องหอมที่ถูกลืม•ตอนที่ 1
ฟื้นจากกองเพลิงแห่งความอาภัพ
ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูผู้โชคร้ายกับอาณาจักรเครื่องหอมที่ถูกลืม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!