นิติกรเลือดเย็นกับนักข่าวหัวขบถ•ตอนที่ 1

แฟ้มคดีที่ไร้ร่องรอย

ผลงานโดย พยานปากเอก
กลิ่นอับของกระดาษเก่าและหมึกพิมพ์ราคาถูกในห้องเก็บเอกสารชั้นใต้ดินของสำนักงานอัยการ ไม่เคยเป็นมิตรกับปอดของใคร รวิศเขี่ยขอบแฟ้มสีน้ำตาลด้วยปลายนิ้วที่สวมถุงมือยางสีขาว เสียงกระดาษพลิกเสียดสีกันเบาๆ ท่ามกลางความเงียบงัดที่ชวนให้ประสาทสัมผัสทุกส่วนตื่นตัวถึงขีดสุด ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองตัวอักษรในสำนวนคดีเลขที่ 412/65 อย่างไร้ความรู้สึก มันคือคดีอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่ถูกปิดตายลงอย่างรวดเร็ว ชนิดที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติแทบไม่ต้องเปลืองแรงสืบสวนต่อ ผู้เสียชีวิตเป็นเพียงชายวัยกลางคนไม่มีหัวนอนปลายเท้า ไร้ญาติขาดมิตร และถูกสรุปสำนวนว่าเป็น "ความประมาทเลินเล่อของ The victim เอง" แต่สำหรับรวิศ นิติกรผู้มีสมองทำงานราวกับเครื่องจักรกลที่ผ่านการสอบทานข้อบกพลาดมานับพันคดี ความ "สมบูรณ์แบบ" ของสำนวนนี้กลับส่งกลิ่นเน่าเฟะเตะจมูก "คุณกำลังพยายามหาข้อบกพร่องในระบบ หรือแค่พยายามหาข้ออ้างในการทำงานล่วงเวลาเพื่อหลบหน้าความจริงบางอย่างกันแน่ครับ, ท่านนิติกรผู้เที่ยงธรรม" เสียงทุ้มกังวานแต่เจือแววเยาะหยันดังขึ้นจากความมืดตรงมุมเสา รวิศไม่ได้สะดุ้ง เขารู้ว่าเธออยู่ที่นั่นตั้งแต่แรกแล้ว กลิ่นน้ำหอมกลิ่นจางๆ ของดอกไม้ป่าผสมกับกลิ่นบุหรี่เมนทอลราคาแพง เป็นเอกลักษณ์ที่สลัดไม่หลุดของนักข่าวสาวผู้ขึ้นชื่อเรื่องการขุดคุ้ยซากศพทางจริยธรรมของสังคม รวิศเงยหน้าขึ้น ปรับสายตาให้ชินกับความสลัว ร่างเพรียวของลลินก้าวออกมาจากเงาไม้ สีหน้าของเธอเรียบเฉยแต่แววตาระยิบระยับด้วยความท้าทาย เธอยืนพิงชั้นวางเอกสาร มือข้างหนึ่งคีบบุหรี่ที่ยังไม่ได้จุดไว้ เป็นท่าทางที่จงใจยียวนประสาทเขาโดยเฉพาะ "ถ้าการหาความจริงในคดีที่ถูกซุกไว้ใต้พรม คือนิยามของการหาเรื่องใส่ตัวในสายตาของนักข่าวภาคสนามอย่างคุณ ผมก็คงต้องยอมรับว่าใช่ครับ, คุณลลิน" รวิศตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้คลื่นอารมณ์ ดวงตาสีเข้มจ้องมองเธอนิ่งราวกับกำลังผ่าตัดศพด้วยมีดหมอ ลลินหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและมีเสน่ห์อย่างอันตราย เธอก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานตัวเล็กๆ ที่กองเอกสารสุมอยู่ เธอโน้มตัวลงมาเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนได้ยินเสียงลมหายใจ "คุณกำลังเสียเวลา, รวิศ คดีนั้นมันจบไปแล้ว ผู้พิพากษาเซ็นชื่อ อัยการสั่งไม่ฟ้อง ญาติผู้ตายรับเงินเยียวยาและเงียบปากไปเรียบร้อย ระบบมันทำงานของมันอย่างสมบูรณ์แบบ... ทำไมคุณถึงยังดึงดันจะขุดคุ้ยซากศพที่เริ่มเน่าเปื่อยนี้ขึ้นมาอีก?" "เพราะความสมบูรณ์แบบที่คุณพูดถึง มันมีรอยเย็บที่หยาบเกินไปครับ" รวิศเลื่อนแฟ้มเอกสารไปตรงหน้าเธอ ปลายนิ้วชี้ไปยังบรรทัดหนึ่งในรายงานการตรวจสภาพรถ "ศพถูกระบุว่าเสียชีวิตจากการกระแทกอย่างรุนแรงกับพวงมาลัยรถบรรทุกในยามวิกาล บนถนนสายเปลี่ยว ไม่มีพยาน ไม่มีกล้องวงจรปิด... แต่คุณดูรอยขูดขีดตรงกันข่ายนี้สิครับ" ลลินชะงัก รอยยิ้มเยาะบนมุมปากเลือนหายไปชั่วขณะ เธอขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด ก้มมองตามนิ้วของเขา แววตาคมกริบของนักข่าวสืบสวนเริ่มเปลี่ยนเป็นความจริงจัง "รอยพลาสติกละลาย..." ลลินพึมพำกับตัวเอง เสียงของเธอเบาลง "มันไม่ได้เกิดจากการชน แต่เกิดจากความร้อนสูงในระยะประชิด... เหมือนกับ..." "เหมือนกับรอยลำแสงเลเซอร์หรือความร้อนจากเครื่องมือตัดถ่างไฮดรอลิก ที่ถูกนำมาใช้ *หลังจาก* เกิดอุบัติเหตุ เพื่อจัดฉากสภาพศพให้เข้ากับร่องรอยการชน" รวิศพูดต่อด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท แต่แฝงไว้ด้วยคมมีดที่พร้อมจะเชือดเฉือนความเน่าเฟะของกระบวนการยุติธรรมที่เขาเกลียดชัง "คนที่ทำสำนวนนี้ ไม่ได้แค่อยากปิดคดี... แต่เขากำลังปกป้องอะไรบางอย่างที่ใหญ่โตกว่าชีวิตคนไร้ค่าคนหนึ่ง" ห้องใต้ดินตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้ บรรยากาศรอบตัวกลับอัดแน่นไปด้วยกระแสความตึงเครียดที่แทบจะระเบิดออกมาได้ ลลินเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา แววตาสีน้ำตาลเข้มคู่นั้นไม่ได้ฉายแววท้าทายเหมือนเมื่อครู่ แต่มันเต็มไปด้วยประกายความตื่นตะลึงและหวาดระแวงปนเปกัน "คุณรู้ตัวไหม... ว่าคุณกำลังขุดหลุมศพให้ตัวเองอยู่" ลลินกระซิบ เสียงของเธอสั่นน้อยๆ อย่างปิดไม่มิด "เอกสารชุดนี้ ฉันเป็นคนแอบเอาออกมาจากห้องเก็บสำนวนลับของกองปราบ... ถ้ามีใครรู้ว่ามันหลุดมาถึงมือคุณ หรือคุณกำลังสนใจมันลึกซึ้งขนาดนี้ ชีวิตของคุณในระบบราชการจะจบลงทันที และบางที... คุณอาจจะไม่ได้แค่ตกงาน" รวิศมุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไร้ความสุขและเปี่ยมด้วยความเย้ยหยันต่อโชคชะตาปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมสัน เขาจ้องลลินกลับด้วยสายตาที่ทำให้เธอรู้สึกราวกับถูกตรึงไว้กับที่ "ระบบที่บิดเบี้ยวจนต้องใช้คนตายมาเป็นเครื่องมืออำพรางคดี... มันไม่สมควรมีชีวิตอยู่ต่อตั้งแต่แรกแล้วครับ, คุณลลิน" รวิศเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่น่ากลัว "และผมก็ไม่ได้กลัวความตาย... ผมกลัวความอยุติธรรมมากกว่า" ก่อนที่ลลินจะได้เอื้อnคำพูดใดโต้แย้งกลับมา เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังสะท้อนก้องมาจากบันไดทางขึ้นห้องใต้ดิน เสียงนั้นเดินตรงมาอย่างเร่งรีบราวกับจงใจประกาศการมาเยือน และไม่มีความเกรงกลัวต่อสายตาใครทั้งสิ้น *ก๊อก... ก๊อก...* เสียงเคาะประตูกระจกฝ้าของห้องเก็บเอกสารดังขึ้นสามครั้ง ตามมาด้วยการบิดลูกบิดอย่างถือวิสาสะ ทั้งที่เวลานี้เป็นเวลาตีสองของวันหยุดราชการ รวิศและลลินหันขวับไปมองพร้อมกัน ดวงตาของทั้งคู่เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเงาร่างสูงใหญ่ทาบทับลงบนกระจกฝ้า พร้อมกับเสียงเปิดประตูที่ดังเอี๊ยดอาร์ดชวนขนหัวลุก และร่างของบุคคลที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะก้าวเข้ามาเหยียบในสถานที่อับทึบนี้ในยามวิกาลก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า... ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดิ่งลึกไปในความมืดมิดนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติกรเลือดเย็นกับนักข่าวหัวขบถ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%