เสียงเคาะสามครั้งยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท มันไม่ใช่เสียงที่เกิดจากความผิดพลาดของระบบไฮดรอลิกส์ หรือแรงสั่นสะเทือนจากชั้นบรรยากาศที่กำลังแปรปรวน แต่เป็นจังหวะที่จงใจ หนักแน่น และไร้ซึ่งความลังเล—เคาะ... เคาะ... เคาะ—บนกระจกนิกร้าวมารีนความหนาห้านิ้ว ซึ่งกั้นกลางระหว่างความอบอุ่นภายในห้องควบคุมหลัก กับความตายอันหนาวยะเยือกของสุญญากาศภายนอกที่สูงจากพื้นผิวดาวเคราะห์ถึงสองร้อยเมตร
เอเลียส เวล สะดุ้งเฮือก ร่างผอมเกร็งในชุดช่างเทคนิคสีเทาเข้มถอยหลังกรูดจนสะโพกกระแทกเข้ากับแผงควบคุมระบบระบายความร้อน ดวงตาคู่คมเบิกกว้าง จ้องมองไปยังความว่างเปล่ามืดมิดนอกบานกระจกที่ไร้ซึ่งเงาของโครงสร้างทางเดินเท้าใดๆ มีเพียงความเวิ้งว้างของอวกาศ และกลุ่มดาวฤกษ์ที่ส่องแสงกะพริบราวกับดวงตาของสิ่งมีชีวิตโบราณ
"คุณได้ยินมัน... ใช่ไหมครับ?" เอเลียสเอ่ยขึ้น เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อย มากกว่าความกลัว มันคือความตื่นตระหนกของนักวิทยาศาสตร์ที่กฎฟิสิกส์ในหัวกำลังถูกฉีกกระชาก
ผู้การวาริน คาลัน ไม่ได้ขยับเขยื้อน เธอยังคงยืนกอดอกนิ่งสนิทอยู่หน้าคอนโซลหลัก แสงสีฟ้าจากจอแสดงสถานะสะท้อนลงบนดวงตาสีเทาเข้มที่ว่างเปล่าไร้ระลอกคลื่น ใบหน้าเรียบเฉยราวน้ำแข็งสลัก ไม่มีร่องรอยของความตกใจ มีเพียงกรามที่ขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน ซึ่งเป็นสัญญาณเดียวที่บ่งบอกว่าประสาทสัมผัสของเธอกำลังตื่นตัวถึงขีดสุด
"กฎข้อที่สี่ร้อยสิบสองของคู่มือความปลอดภัยสถานีวิจัยเอเดน" วารินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบ ทุ้มนุ่ม แต่มันกลับบาดลึกเข้าไปในบรรยากาศที่ตึงเครียด "ห้ามเปิดระบบปรับแรงดันภายนอกเด็ดขาด หากตรวจพบวัตถุหรือสิ่งมีชีวิตที่ไม่ระบุตัวตนในรัศมีสิบเมตรจากเขตปลอดเชื้อ... คุณกำลังจะทำลายมาตรการความปลอดภัยระดับสูงสุด เพียงเพราะเสียงเคาะบ้าๆ ที่อาจเกิดจากเศษซากอวกาศกระทบกับสนามแม่เหล็กงั้นหรือครับ คุณเวล?"
คำพูดเหน็บแนมที่เจือด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่เฉียบคมดุจใบมีด ทำเอาเอเลียสที่กำลังสติหลุดถึงกับสูดหายใจเข้าลึกๆ ความกลัวถูกแทนที่ด้วยความหงุดหงิดทันที เขาปัดมือผ่านแผงควบคุม เรียกหน้าต่างวิเคราะห์คลื่นความถี่ขึ้นมากลางอากาศ
"เศษซากอวกาศบ้าอะไรล่ะครับ ผู้การ!" เอเลียสพุ่งเข้าประชิดแผงควบคุม นิ้วเรียวยาวรัวแป้นพิมพ์ด้วยความเร็วสูงเพื่อดึงภาพจากกล้องวงจรปิดรอบนอก "คุณเห็นกราฟคลื่นความถี่นี่ไหม? แรงกระแทกสม่ำเสมอสามครั้ง แรงกดจุดศูนย์กลางเท่ากันเป๊ะ ไม่มีเศษหินอุกกาบาตที่ไหนในจักรวาลนี้เคาะจังหวะสามเคาะแบบมีอารยะหรอกนะครับ!"
"และคุณก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้องแผงควบคุมหลักโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชาเช่นกัน" วารินก้าวเท้าเข้าประชิด ร่างเพรียวในชุดเครื่องแบบผู้ควบคุมระเบียบกึ่งทหารดูสง่างามแต่น่าเกรงขาม เธอยื่นมือเรียวลงไปทาบอร์ดล็อกอินนิรภัยของเอเลียส บังคับให้ระบบตัดการทำงานทันทีด้วยรหัสผ่านระดับสูงสุดของเธอ
"เฮ้! เดี๋ยวก่อนสิครับ!" เอเลียสโพล่งออกมาอย่างเหลืออด เขาเอื้อมมือไปคว้าข้อมือของเธอไว้โดยไม่ทันยั้งคิด ความเย็นเฉียบจากถุงมือสูญญากาศของเธอปะทะเข้ากับฝ่ามือของเขา ชั่วขณะหนึ่ง—ราวกับสนามแม่เหล็กขั้วเดียวกันที่ถูกบังคับให้ชนกัน—กระแสความตึงเครียดทางอารมณ์พุ่งพล่านขึ้นอย่างรุนแรง
วารินชะงัก ดวงตาสีเทาคมกริบก้มลงมองมือของชายหนุ่มที่กุมข้อมือเธออยู่ สายตานั้นเย็นชาพอที่จะแช่แข็งไนโตรเจนเหลว แต่เอเลียสไม่ยอมปล่อย เขากลับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอด้วยความดื้อรั้นที่ซ่อนอยู่ใต้รอยยิ้มประชดประชัน
"คุณกลัวอะไรเหรอครับ ผู้การวาริน... กลัวว่ากฎระเบียบที่คุณท่องจำมาทั้งชีวิต มันจะพิสูจน์ได้ว่า... 'พวกเราไม่ได้อยู่กันแค่ลำพัง' อย่างนั้นเหรอ?" เอเลียสกระซิบ น้ำเสียงทุ้มต่ำและใกล้ชิดเกินกว่าความสัมพันธ์ทางหน้าที่การงานจะอนุญาต
วารินดึงข้อมือกลับอย่างรวดเร็วราวกับถูกไฟลวก เธอถอยหลังไปหนึ่งก้าว ลมหายใจของเธอกระชั้นชิดขึ้นเล็กน้อย—เป็นเพียงพิรุธเดียวที่หลุดรอดจากความเยือกเย็นที่เธอพยายามสร้างขึ้น
"ฉันไม่ได้กลัวสิ่งที่อยู่ข้างนอก... ฉันกลัวความไร้ระเบียบของคนที่อยู่ข้างในต่างหาก" วารินเชิดหน้าขึ้น น้ำเสียงกลับมาเรียบสนิทดังเดิม แต่แววตาไหววับไปชั่วขณะ "สถานีวิจัยแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการตั้งถิ่นฐาน ไม่ใช่สนามเด็กเล่นของวิศวกรสติเฟื่องที่อยากพิสูจน์ทฤษฎีสมคบคิด ทุกขั้นตอนมีไว้เพื่อความอยู่รอด ถ้าเราเริ่มแหกกฎข้อแรก เพียงเพราะความอยากรู้อยากเห็น เราก็จะตายก่อนที่จะได้หาคำตอบด้วยซ้ำ"
"แต่ถ้าเรายังคงก้มหน้าก้มตาทำตามกฎที่ถูกเขียนขึ้นโดยคนที่ตายไปแล้ว โดยไม่ยอมมองความจริงที่อยู่นอกกรอบ... เราก็ตายตั้งแต่ยังไม่ทันได้หายใจแล้วล่ะครับ" เอเลียสสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยบาดแผลทางจิตวิทยาที่ซ่อนเร้น เหตุการณ์อุบัติเหตุอวกาศที่คร่าชีวิตครอบครัวของเขาเมื่อหลายปีก่อน ผุดขึ้นมาในหัว—ความตายที่เกิดจากระบบที่บอกว่า 'ปลอดภัย' แต่กลับล้มเหลวโดยสิ้นเชิง
บรรยากาศในห้องควบคุมหลักอึมครึมลงถนัดตา มีเพียงเสียงหึ่งเบาๆ ของเครื่องปั่นไฟสำรอง และเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามของทั้งคู่ ทั้งเอเลียสและวารินต่างยืนเผชิญหน้ากันด้วยอุดมการณ์ที่แตกต่างสุดขั้ว คนหนึ่งคือนักแหกกฎผู้แสวงหาความจริงเบื้องหลังความสูญเสีย อีกคนคือผู้พิทักษ์กฎผู้แบกรับความรับผิดชอบของชีวิตคนนับร้อยบนสถานี
ทันใดนั้นเอง...
*ปัง! ปัง! ปัง!*
เสียงเคาะครั้งที่สองดังขึ้น คราวนี้มันไม่ใช่แค่เสียงเคาะเบาๆ บนกระจก แต่เป็นแรงกระแทกที่รุนแรงจนโครงสร้างเหล็กกล้าของห้องควบคุมสั่นสะเทือน ฝุ่นผงโลหะร่วงกราวลงมาจากเพดาน แผงควบคุมระบบไฟฟ้ากะพริบเป็นสีแดงฉาน ระบบเตือนภัยฉุกเฉินส่งเสียงหวีดร้องแหลมสูงจนแก้วหูแทบแตก
วารินพุ่งตัวกลับไปที่คอนโซลหลัก นิ้วเรียวรัวแป้นพิมพ์เพื่อเปิดระบบสแกนภาพความร้อนภายนอกทันที "บ้าเอ๊ย... ระบบตรวจจับรายงานว่า..." เธอยังพูดไม่ทันจบประโยค ภาพจากกล้องมุมกว้างภายนอกก็ปรากฏขึ้นบนจอภาพโฮโลแกรมขนาดยักษ์
สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหลังความว่างเปล่า ไม่ใช่เงาของสัตว์ประหลาด หรือยานอวกาศต่างดาวอย่างที่เอเลียสจินตนาการไว้... แต่มันคือร่างของมนุษย์ในชุดนักบินอวกาศรุ่นโบราณ—รุ่นที่สูญหายไปพร้อมกับโครงการสำรวจดาวเคราะห์เมื่อสามสิบปีก่อน—และที่สำคัญยิ่งกว่านั้น บนกระจกหมวกนิรภัยของร่างนั้น มีคราบเลือดสดๆ ที่ยังไม่แข็งตัว ไหลรินออกมาจากภายใน... ทั้งที่ในสุญญากาศอวกาศ เลือดควรจะกลายเป็นผลึกน้ำแข็งไปนานแล้ว
เอเลียสกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขากวาดสายตามองหมายเลขประจำชุดที่สลักอยู่บนหน้าอกของร่างนั้น ก่อนที่ดวงตาจะเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด เมื่อตระหนักได้ว่าตัวเลขซีเรียลนัมเบอร์บนชุดนั้น คือรหัสประจำตัวของใคร
"เป็นไปไม่ได้..." เอเลียสพึมพำ ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด "นั่นมัน... ชุดของพ่อผมเอง..."
--------------------------------------------------
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในความเวิ้งว้างนี้ด้วยกันนะครับ
*เนบิวลาสตาร์*
เศษซากดวงดาราภายใต้เงาแห่งความว่างเปล่า•ตอนที่ 2
กฎระเบียบที่ไร้ความหมาย
ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศษซากดวงดาราภายใต้เงาแห่งความว่างเปล่า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
