กลิ่นไอบริสุทธิ์ของสนเขาและละอองฝนจางๆ ที่ลอยอวลอยู่เบื้องนอกหน้าต่างบานใหญ่ คือสิ่งที่ลีลาน่าสูดเข้าปอดลึกที่สุดในรอบหลายปี มันไม่ใช่กลิ่นอายอันคุ้นเคยของคฤหาสน์ตระกูลคิมหันต์วรากุลที่อบอวลไปด้วยความอึดอัด กลิ่นน้ำหอมราคาแพงระยับที่เจือความเย็นชา และสายตาคุกคามจากใครบางคนที่เคยทำให้เธอรู้สึกราวกับเป็นเพียงอากาศธาตุ
ที่นี่... เมืองเล็กๆ ทางตอนเหนือที่โอบล้อมด้วยขุนเขาและป่าสน คืออาณาจักรใหม่ที่เธอสร้างขึ้นด้วยสองมือ และด้วยความช่วยเหลืออันอบอุ่นจากแพรวา เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่รู้ว่าเธอผ่านนรกขุมไหนมาบ้าง
"แน่ใจนะว่าไหว? สีหน้าเธอยังดูเพลียๆ อยู่เลยนะลีลา" เสียงของแพรวาดังขึ้นพร้อมกับแก้วชาคาโมมายล์อุ่นๆ ที่ถูกวางลงตรงหน้า มือเรียวของเพื่อนรักแตะลงบนบ่าของเธอเบาๆ เชิงปลอบโยน
ลีลาน่ายกยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่ไม่ได้เคลือบยาพิษความเศร้าโศกเหมือนเก่า หากแต่เป็นรอยยิ้มแห่งความมั่นคงที่ฉายชัดในดวงตากลมโต เธอยกมือขึ้นลูบหน้าท้องแบนราบที่เริ่มนูนขึ้นเล็กน้อยอย่างทะนุถนอม ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาในอกจนขอบตาร้อนผ่าว แต่มันไม่ใช่หยาดน้ำตาแห่งความพ่ายแพ้... มันคือหยาดน้ำตาแห่งความปีติ
"ไหวสิแพรวา ฉันไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองมีชีวิตชีวาเท่านี้มาก่อนเลย" เสียงหวานเอ่ยตอบด้วยน้ำหนักที่หนักแน่น "ที่ผ่านมา... ฉันยอมให้คนอื่นขีดเส้นชีวิตให้ จนเกือบทำลายแม้กระทั่งลมหายใจของลูก แต่ตอนนี้ โลกใบนี้ไม่มีเงาของเขาอีกแล้ว มีแค่ฉันกับลูกเท่านั้น"
บ้านไม้ชั้นเดียวสไตล์โคซี่หลังนี้ถูกตกแต่งด้วยโทนสีอบอุ่น ผ้าม่านสีครีมปลิวไสวตามแรงลมที่พัดผ่านเข้ามาเบาๆ บนโต๊ะไม้ตัวยาวมีสมุดบันทึกเล่มหนาที่เธอใช้ร่างแบบเสื้อผ้าคอลเลกชันใหม่ ซึ่งเป็นความฝันวัยเยาว์ที่ถูกพับเก็บไว้ใต้เงาของการเป็น 'ภรรยาที่สมบูรณ์แบบ' ตามความต้องการของภาคิน
ทุกหยาดหยดของความเจ็บปวดในอดีต ถูกหลอมรวมกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่ผลักดันให้ลีลาน่าลุกขึ้นยืนหยัดอย่างสง่างาม ภาพความทรงจำในวันที่เธอกำใบหย่าและก้าวเดินออกมาจากคฤหาสน์หลังนั้นพร้อมรอยยิ้มเยือกเย็น ยังคงติดตรึงอยู่ในใจ มันคือการประกาศิตเงียบๆ ว่าเธอได้ตายจากชีวิตของอดีตสามีผู้เย่อหยิ่งไปแล้วอย่างสมบูรณ์แบบ
ช่วงบ่ายของวัน ลีลาน่าพาตัวเองออกมาเดินรับลมที่ตลาดนัดท้องถิ่น ผู้คนในเมืองนี้เรียบง่ายและเป็นกันเอง ไม่มีใครรู้จักนามสกุลอันทรงอิทธิพลของเธอ ไม่มีใครมองเธอด้วยสายตากดขี่หรือตั้งคำถามว่าเธอคู่ควรกับใคร ที่นี่เธอก็เป็นเพียงแค่หญิงสาวท้องแก่ผู้หนึ่งที่กำลังเลือกซื้อผลไม้สดและดอกไม้ป่าสีสันสดใสมาประดับแจกันในบ้าน
ทว่า... ในขณะที่เธอกำลังก้มลงเลือกพวงองุ่นสีม่วงเข้ม สัญชาตญาณบางอย่างก็กรีดร้องเตือนภัยขึ้นมาในโสตประสาท ความหนابางที่แล่นริ้วขึ้นมาจากสันหลังทำให้มือเรียวชะงักค้าง กลิ่นสัมผัสคุ้นเคยของโคโลญจ์ราคาแพงที่ผสมผสานกับกลิ่นไอฟนตกใหม่ ลอยปะทะเข้ามาในจมูกอย่างกะทันหัน
กลิ่นนี้... กลิ่นที่เธอจำได้แม่นยำยิ่งกว่าลมหายใจของตัวเอง
หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ ลีลาน่าสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ก่อนจะค่อยๆ หันกลับไปมองยังทิศทางของร้านขายของชำฝั่งตรงข้าม
ท่ามกลางผู้คนมากมายที่เดินสวนกันไปมา ร่างสูงสง่าในชุดเสื้อโค้ทกันหนาวสีเข้มที่ดูขัดกับบรรยากาศสบายๆ ของเมืองตากอากาศแห่งนี้ กำลังยืนนิ่งค้างอยู่ตรงนั้น ดวงคมกริบราวกับเหยี่ยวคู่นั้นจ้องมองมาที่เธอ... นิ่งสนิท เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ความโหยหา และความสำนึกผิดที่เอ่อล้นจนแทบจะกลั้นไว้ไม่ไหว
ภาคินยืนอยู่ที่นั่น... ไร้การ์ดคุ้มกัน ไร้ท่าทีเย่อหยิ่งจองหองอย่างที่เคยเป็น มีเพียงความรaวดร้าวในแววตาที่กำลังสะท้อนภาพของเธอและหยาดน้ำตาที่รื้นขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ
เขาสืบเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ราวกับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะเป็นเพียงภาพลวงตาที่สลายหายไปได้หากเขาขยับเร็วจนเกินไป ริมฝีปากหยักลึกสั่นระริกขณะที่พยายามเปล่งเสียงเรียกชื่อเธอออกมาด้วยความยากลำบาก
"ลีลา..."
ทว่า... แทนที่จะวิ่งหนีหรือแสดงความตื่นตระหนกเช่นอดีต ลีลาน่ากลับนิ่งงัน เธอกลับยกมือขึ้นโอบประคองหน้าท้องของตัวเองไว้ด้วยท่าทางปกป้อง ดวงตากลมโตคู่สวยหันกลับไปสบประสานกับดวงตาของอดีตสามีอย่างไม่หลบเลี่ยง มุมปากอิ่มยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มเยือกเย็นและว่างเปล่า... รอยยิ้มที่แทงทะลุหัวใจของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าให้แหลกสลายเป็นจุลโดยไม่ต้องใช้คมดาบใดๆ
มิคายามวิกาลขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความรู้สึกของตัวละครในตอนนี้นะคะ
ทัณฑ์อดีตซ่อนรอยรัก•ตอนที่ 3
โลกใบใหม่ไร้เงาเขา
ผลงานโดย มิคายามวิกาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์อดีตซ่อนรอยรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
