"ถอยไป อาเธอร์ นั่นไม่ใช่สมบัติที่คุณจะฉวยเอาตามอำเภอใจได้"
น้ำเสียงของเรย์ราบเรียบเย็นเยียบ แต่แฝงไปด้วยแรงกดดันชนิดที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา ฝ่ามือข้างขวาของเขากุมด้ามมีดสั้นประจำตัวไว้แน่นจนข้อต่องนิ้วขึ้นสีขาว ปลายใบมีดสั่นระริกเล็กน้อยจากแรงอารมณ์ที่พยายามสะกดกลั้นไว้ภายใต้ใบหน้าอันนิ่งสงบ
เบื้องหน้าของเขาทั้งสองคือโถงหินอับชื้นลึกสามร้อยเมตรใต้หุบเขาอัสดง ผนังถ้ำสะท้อนประกายเรืองรองสีฟ้าอมม่วงจากแร่คริสตัลโบราณ ทว่าความงดงามนั้นกลับถูกกลบด้วยกลิ่นอายคาวเลือดและเสียงคำรามต่ำในลำคอของ ‘เขี้ยวอัสนีทมิฬ’ มอนสเตอร์ระดับบอสร่างมหึมาที่กำลังจ้องเขม็งมายังพวกเขาด้วยดวงตาสีดอกอัญชันฉายแววดุร้าย
อาเธอร์หัวเราะในลำคอ รอยยิ้มมุมปากของกิลด์มาสเตอร์หนุ่มผู้ทรงอิทธิพลเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่ง เขาควงหอกยาวประดับอัญมณีในมือเล่นอย่างสบายอารมณ์ ราวกับไม่ได้ตระหนักเลยว่าพวกเขากำลังยืนอยู่ปากเหวแห่งความตาย
"สมบัติหรือคะ เรย์... คำพูดสวยหรูมักใช้ปิดบังความอ่อนแอเสมอ สิ่งนี้ต่างหากที่โลกแห่ง VRMMO ขับเคลื่อน ความแข็งแกร่ง และอำนาจ" อาเธอร์กวาดสายตาคมกริบมองไปยังเจ้ากระต่ายน้อยปีกผีเสื้อที่เกาะอยู่บนไหล่ของเรย์ "เจ้ามอนสเตอร์จิ๋วตัวนั้น มีค่ามากกว่าที่นายจะเอามาเลี้ยงไว้เป็นสัตว์แก้เหงา ส่งมันมาให้ฉันเสียดีๆ แล้วฉันจะเว้นทางให้พวกนายเดินออกไปจากที่นี่แบบครบสามสิบสอง"
ปุยฝ้ายส่งเสียงขู่ฟ่อในลำคอ หูยาวลู่ลู่ลงแนบกับลำตัว ดวงตากลมโตสีชมพูใสเคยฉายแววซุกซน บัดนี้กลับเปลี่ยนเป็นประกายแสงสีขาวบริสุทธิ์ ขนฟูฟ่องทั่วร่างตั้งชันขึ้นทีละเส้น ปีกเล็กๆ สองข้างกางออกกว้างจนเกิดละอองแสงระยิบระยับโปรยปรายคล้ายเกล็ดหิมะยามต้องแสงอาทิตย์ มันกำลังหวาดกลัว แต่ในขณะเดียวกัน สัญชาตญาณการปกป้องเจ้านายก็กำลังพุ่งพล่านถึงขีดสุด
เรย์เหลือบสายตามองเจ้าตัวเล็กที่ตัวสั่นเทาอยู่ข้างแก้วหู ความรู้สึกอบอุ่นสายหนึ่งไหลซ่านเข้ามาในอกท่ามกลางความหนาวเหน็บของบรรยากาศ เขาเอื้อมมือไปสัมผัสขนนุ่มฟูของปุยฝ้ายเบาๆ เป็นเชิงปลอบประโยค
"ไม่ต้องกลัวนะ... ฉันอยู่ตรงนี้" เรย์กระซิบแผ่วเบา
ทันใดนั้นเอง อาเธอร์ก็ไม่รอช้า พุ่งทะยานร่างเข้ามาด้วยความเร็วสูง วิถีหอกในมือพุ่งตรงไปยังจุดที่ปุยฝ้ายเกาะอยู่ราวกับลูกศรที่หลุดจากแหล่ง "หมดเวลาเล่นสนุกแล้ว!"
*โฮกกกกก!*
ไม่ใช่เสียงของอาเธอร์ แต่เป็นเสียงคำรามสะท้านสะเทือนของเขี้ยวอัสนีทมิฬที่พุ่งเข้าชาร์จตัดหน้าอาเธอร์ด้วยความเร็วดุจสายฟ้าแลบ กรงเล็บมหึมาตวัดกวาดอากาศจนเกิดเสียงหวีดหิว แรงลมมหาศาลซัดกระหน่ำจนร่างของเรย์และปุยฝ้ายปลิวถอยหลังครูดไปกับพื้นหิน
"ระวัง!" เรย์ตะโกนลั่น ร่างกายเคลื่อนไหวไวกว่าความคิด เขาพุ่งเข้าไปคว้าตัวปุยฝ้ายมากอดไว้แนบอก ยอมเอาแผ่นหลังรับแรงกระแทกจากการปะทะกับผนังถ้ำเต็มแรง รสชาติคาวเลือดฝาดคลุ้งอยู่ในโพรงปาก ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปตามเส้นประสาทเสมือนจริงจนหน้ามืด
"เรย์!" ปุยฝ้ายร้องลั่น เสียงเล็กแหลมนั้นสั่นเครือเต็มไปด้วยความตระหนก
ในวินาทีที่เขี้ยวอัสนีทมิฬอ้าปากกว้าง เตรียมพ่นกระแสไฟฟ้าแรงดันสูงปลิดชีพพวกเขาทั้งสองในพริบตาเดียว ปุยฝ้ายก็ดิ้นหลุดจากอ้อมแขนของเรย์ ลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศเหนือร่างของชายหนุ่ม ดวงตาคู่เล็กปิดสนิท ร่างกายของมันเริ่มเปล่งแสงเจิดจ้าจนแสบตา แสงสีขาวนวลแผ่ขยายวงกว้างออกไปราวกับดวงอาทิตย์ขนาดย่อม
นี่ไม่ใช่สกิลรักษาธรรมดาที่มันเคยใช้
อากาศรอบตัวบิดเบี้ยว เสียงหึ่งๆ คล้ายคลื่นพลังงานความถี่สูงดังระงับไปทั่วโถงถ้ำ ละอองแสงนับล้านรวมตัวกันเป็นรูปทรงบาตรแก้วโปร่งใส ห่อหุ้มเรย์และตัวมันเองไว้ภายในอย่างแน่นหนา
*เปรี้ยงงงงง!*
กระแสไฟฟ้าสีม่วงเข้มพุ่งชนเข้ากับเกราะแสงนั้นอย่างจัง แรงปะทะรุนแรงจนหินผารอบด้านร้าวระแหง ฝุ่นตลบอบอวล ทว่าเกราะแสงของปุยฝ้ายกลับไม่แม้แต่จะมีรอยขีดข่วน กลับกัน แรงสะท้อนจากเกราะแสงกลับดีดร่างของเขี้ยวอัสนีทมิฬกระเด็นถอยหลังไปชนผนังถ้ำจนมันส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด
อาเธอร์ที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ระยะปลอดภัยถึงกับผงะ ถอยหลังไปสองก้าว ใบหน้าที่เคยเปี่ยมด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันบัดนี้ซีดเผือด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด "นั่นมัน... สกิลอะไรกัน ทำไมมอนสเตอร์ระดับต่ำถึง..."
เรย์หอบหายใจถี่กระชั้น ยันกายลุกขึ้นยืนช้าๆ พลางมองฝ่ามือของตัวเองที่สะท้อนแสงเรืองรองจากบาตรแก้ว เขารู้จักระบบเกมนี้ดี ไม่มีข้อมูลในฐานข้อมูลไหนระบุว่ามอนสเตอร์สายสนับสนุนจะสามารถสร้างเกราะสะท้อนพลังทำลายล้างระดับบอสได้ นี่ไม่ใช่แค่สกิลลับธรรมดา แต่มันคือการ 'ตื่น ญาณ' ขั้นสูงสุดที่เชื่อมโยงจิตวิญญาณของผู้เลี้ยงและสัตว์เลี้ยงเข้าเป็นหนึ่งเดียว
ปุยฝ้ายค่อยๆ ลอยลงมาเกาะบนไหล่ของเรย์อีกครั้ง ร่างกายของมันซูบผอมลงเล็กน้อยจากพลังงานที่สูญเสียไป ดวงตากลมโตหรี่ลงด้วยความอ่อนล้า แต่มันยังคงส่งเสียงครางฮิงฮะคลอเคลียข้างแกือกของเรย์ราวกับจะบอกว่ามันปลอดภัยดี
เรย์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อปรับจังหวะการเต้นของหัวใจ สายตาคมกราบตวัดกลับไปมองอาเธอร์ที่ยืนหน้าถอดสีอยู่ไม่ไกล บรรยากาศรอบตัวของเรย์เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความใจเย็นที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยความเด็ดเดี่ยวที่พร้อมจะปกป้องสิ่งสำคัญยิ่งกว่าชีวิต
ทว่า ก่อนที่เรย์จะทันได้เอ่ยปากพูดอะไร ประตูหินบานยักษ์ที่ปิดตายอยู่สุดโถงถ้ำก็เริ่มสั่นสะเทือน เสียงกลไกโบราณบด "ครกด... ครกด..." ดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับละอองหมอกสีดำทมิฬที่ค่อยๆ ไหลทะลักออกมาจากรอยแยกของประตู
อาเธอร์หน้าถอดสีสนิท เขากวาดสายตามองไปที่ประตูบานนั้นสลับกับเรย์ด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด "ไม่ใช่แค่เรา... มีคนอื่นรู้วิธีเปิดผนึกนี้ด้วย..."
เรย์หรี่ตาลงจ้องมองเงามืดที่กำลังทาบทับลงมาจากเบื้องหลังประตู พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าและเย็นยะเยือกที่ดังสะท้อนก้องอยู่ในหัวของทุกคน... เป็นเสียงที่ไม่ได้มาจากมอนสเตอร์ในดันเจี้ยนแห่งนี้ แต่เป็นเสียงของใครบางคนที่พวกเขารู้จักคุ้นเคยดีเสียยิ่งกว่าใคร
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับเรย์และปุยฝ้ายในตอนนี้นะคะ!
บันทึกเลี้ยวมอนสเตอร์จิ๋วในโลก VR ตะลุยแดนอัศจรรย์•ตอนที่ 9
สกิลลับที่ซ่อนอยู่
ผลงานโดย ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกเลี้ยวมอนสเตอร์จิ๋วในโลก VR ตะลุยแดนอัศจรรย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!