"ถ้าบ้านของพวกแกยังกล้าชักดาบข้าวสารล็อตนี้อีกล่ะก็ อย่าหาว่าฉันคนนี้ไปฟ้องหัวหน้าคอมมูนให้มาขุดคุ้ยประวัติบรรพบุรุษพวกแกเลยนะ! ตระกูลหลินของเราไม่เคยมีคนไร้ยางอายเกียจคร้านถึงขนาดกินข้าวแดงแกงร้อนบนความหยาดเหงื่อของคนอื่นหรอกนะ!"
เสียงแหลมสูงราวกับเหล็กขูดกระดานดำกระแทกเข้าโสตประสาทของหลินว่านหลิงอย่างจัง
ความเจ็บแปลบราวกับมีใครเอาเข็มเล่มใหญ่มาทิ่มแทงเข้าที่ขมับทั้งสองข้างแล่นพล่านไปทั่วสมอง ร่างกายผอมบางราวกับกิ่งไม้แห้งในชุดผ้าฝ้ายสีหม่นปะชุนเปื้อนฝุ่นดินสะท้านเฮือก เธอพยายามกะพริบตาเพื่อขับไล่ความพร่ามัว กลิ่นอับชื้นของดินโคลน กลิ่นฟางข้าวเก่าๆ และกลิ่นเหงื่อไคลที่ลอยคละคลุ้งอยู่ในอากาศแคบๆ ทำให้รู้ว่านี่ไม่ใช่ห้องแล็บโภชนาการที่เธอคุ้นเคย หรือแม้แต่ห้องพักฟื้นในโรงพยาบาลยุคศตวรรษที่ 21
*นี่เธอ... ทะลุมิติมาจริงๆ สินะ*
หลินว่านหลิง นักโภชนาการสาวมือหนึ่งผู้ครอบครองสิทธิบัตรงานวิจัยอาหารเพื่อสุขภาพมูลค่าหลายสิบหยวนในยุคปัจจุบัน จำได้แม่นยำว่าเธอกำลังตรวจสอบฐานข้อมูลคลังอาหารออร์แกนิกในมิติลับส่วนตัว ก่อนที่หน้าจอโฮโลแกรมจะเกิดไฟฟ้าลัดวงจรและดึงสติสัมปชัญญะของเธอดิ่งจมลงสู่ความมืดมิด
และตอนนี้ เธอกลับมาลืมตาตื่นขึ้นในร่างของเด็กสาวชาวนาวัยสิบแปดปีชื่อเดียวกัน ในชนบทห่างไกลของประเทศจีนยุค 1970 ยยุคสมัยที่ข้าวยากหมากแพง ผู้คนต้องใช้คูปองแลกซื้อแม้กระทั่งน้ำมันพืชสักหยดเดียว!
"นังว่านหลิง! แกยังจะนอนทำซากอะไรอยู่บนเตียง! ป่วยการเมืองหรือไง ถึงได้ทำตัวเป็นภาระให้คนอื่นเขาต้องมาตามเช็ดตามเช็ด! ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้! เอาข้าวสารสิบชั่งที่ติดค้างไว้ออกมาส่งมอบให้ฉันไม่งั้นวันนี้ฉันจะรื้อหลังคาบ้านหลังนี้ออกซะ!"
ร่างท้วมหนาในชุดเสื้อผ้าสีเขียวขี้ม้าซีดจางของ 'สะใภ้ใหญ่จาง' หรือป้าสะใภ้ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความหน้าเลือดประจำหมู่บ้าน ยืนเท้าสะเอวอยู่กลางห้องโถงคับแคบ ใบหน้าอวบอูมขึ้นสีแดงจัดด้วยความโกรธเกรี้ยว น้ำลายกระเด็นทุกครั้งที่นางตวาดแว้ด นิ้วมือหยาบกร้านชี้หน้าตรงมายังเตียงไม้ไผ่ที่หลินว่านหลิงนอนพิงอยู่
ในความทรงจำของร่างเดิม หลินว่านหลิงและน้องชายวัยสิบขวบเพิ่งสูญเสียพ่อแม่ไปเมื่อปีที่แล้ว ญาติพี่น้องต่างพากันตีตัวออกห่าง ป้าสะใภ้จางและลุงหลินต้าเฉียงมักจะใช้ข้ออ้างเรื่อง "ความกตัญญูและการช่วยเหลือเกื้อกูลกันในเครือญาติ" มาสูบเอาผลผลิตในแปลงผักและเสบียงอาหารอันน้อยนิดที่ทางคอมมูนจัดสรรให้ไปจนเกือบหมดเกลี้ยง ร่างเดิมที่สุขภาพอ่อนแออยู่แล้ว เมื่อถูกกดขี่ข่มเหงและอดมื้อกินมื้อจึงตรอมใจล้มป่วยลง จนกระทั่งวิญญาณของเธอหลุดลอยมาแทนที่นี่เอง
หลินว่านหลิงสูดลมหายใจเข้าลึก ฃซึมซับความทรงจำทั้งหมดเข้าสู่สมองอย่างรวดเร็ว ดวงตาคู่สวยที่เคยหม่นหมอง ค่อยๆ ปรับเปลี่ยนเป็นประกายคมกริบ เยือกเย็น และเต็มไปด้วยความฉลาดเฉลียว
เธอค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นนั่งอย่างช้าๆ อาการวิงเวียนศีรษะยังคงเล่นงานอยู่บ้าง แต่กระดูกสันหลังกลับตั้งตรงสง่างามอย่างไร้ที่ติ รังสีความกดดันบางเบาแผ่ออกมาจากร่างผอมบางนั้นโดยไม่รู้ตัว จนสะใภ้ใหญ่จางที่กำลังอ้าปากเตรียมด่าประโยคต่อไปถึงกับชะงักไปชั่วขณะ
"ป้าสะใภ้..." น้ำเสียงหวานใสแต่แห้งผากเอ่ยขึ้นอย่างเชื่องช้า ทว่าก้องกังวานชัดเจนในความเงียบ
"อ้าว! นังเด็กนี่ กล้าปริปากเถียงฉันแล้วรึไง! ดี! ปีกกล้าขาแข็งแล้วสินะ แกคิดว่าพ่อแม่แกตายไปแล้วใครจะคอยปกป้อง... อุ๊บ!"
สะใภ้ใหญ่จางยังพูดไม่ทันจบประโยค หลินว่านหลิงก็ก้าวเท้าลงจากเตียงไม้ไผ่ด้วยฝีเท้าที่มั่นคง แม้เรียวขาจะสั่นเทาเล็กน้อยจากการขาดสารอาหาร แต่แววตาของเธอกลับคมปลาบราวกับใบมีดที่เพิ่งลับจนขึ้นเงา
เธอมองหน้าป้าสะใภ้ผู้เหี้ยมเกรียม ไล่สายตาสังเกตเสื้อผ้าเนื้อดีที่อีกฝ่ายสวมใส่ ซึ่งตัดเย็บจากผ้าฝ้ายเนื้อละเอียดที่ได้จากการเบิกเสบียงส่วนกลางโดยมิชอบ ก่อนจะเหยยียดริมฝีปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะหยันที่หาได้ยากยิ่งจากเด็กสาวชาวนาทั่วไป
"ป้าสะใภ้บอกว่า... ตระกูลหลินของเราไม่เคยมีคนไร้ยางอายเกียจคร้านที่คอยกินข้าวแดงแกงร้อนบนความหยาดเหงื่อของคนอื่นอย่างนั้นสินะครับ... เอ๊ย... อย่างนั้นสินะคะ?"
หลินว่านหลิงเกือบหลุดสำนวนติดปากในยุคปัจจุบัน แต่เธอก็เปลี่ยนสรรพนามและน้ำเสียงได้อย่างแนบเนียนในเสี้ยววินาที ทว่าความเฉียบคมในคำพูดกลับทำเอาสะใภ้ใหญ่จางหน้าชาดิก
"แก... แกพูดบ้าอะไรของแกนังเด็กนี่! ฉันเป็นป้าแกนะ!" สะใภ้ใหญ่จางแผดเสียงกลบเกลื่อนความตกใจ
"ป้าเหรอครับ?" หลินว่านหลิงจงใจเน้นเสียงทวนคำด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ เธอก้าวเข้าไปใกล้หญิงวัยกลางคนทีละก้าว บรรยากาศรอบตัวกดดันจนสะใภ้ใหญ่จางต้องถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว "ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา พ่อแม่ฉันเสียชีวิตไปไม่ทันครบปีดี ข้าวสารจากโควต้าบรรเทาทุกข์ของคอมมูนที่ควรจะเป็นของฉันกับน้องชาย ถูกป้ากับลุงมาขนออกไปสิบเอ็ดครั้ง รวมเป็นปริมาณเกือบสองร้อยชั่ง! ไหนจะน้ำมันหมู คูปองผ้า และไข่ไก่ที่ทางคอมมูนแจกจ่ายให้เพื่อพยุงชีพเด็กกำพร้า ป้าเคยเอามาคืนพวกเราสักขีดไหม?"
"เหลวไหล! นั่นมัน... นั่นมันเป็นค่าตอบแทนที่ฉันต้องมาดูแลพวกแกต่างหากเล่า! ถ้าไม่มีฉันคอยช่วยจัดการธุระให้ ป่านนี้พวกแกสองพี่น้องคงอดตายข้างถนนไปแล้ว!" สะใภ้ใหญ่จางแผดเสียงเถียงข้างๆ คูๆ ใบหน้าอวบอูมเริ่มซีดเผือดลงเล็กน้อยเมื่อเห็นสายตาที่ราวกับมองทะลุปรุโปร่งของเด็กตรงหน้า
"ดูแลเหรอครับ? ดูแลจนน้องชายฉันอายุสิบขวบแต่น้ำหนักตัวไม่ถึงยี่สิบชั่ง ผอมแห้งจนกระดูกขึ้นโครงแบบนี้น่ะหรือคือการดูแลของป้า?" หลินว่านหลิงกวาดสายตามองไปที่ประตูห้องนอนเล็ก ซึ่งมีร่างผอมโซของหลินเสี่ยวเป่า น้องชายแท้ๆ กำลังแอบมองพี่สาวด้วยแววตาหวาดกลัวและตื่นตระหนก
หัวใจของนักโภชนาการสาวกระตุกวูบ ความโกรธเกรี้ยวสายหนึ่งพุ่งพล่านขึ้นมาจับขั้วหัวใจ ร่างนี้และน้องชายต้องทนทุกข์ทรมานมามากพอแล้ว ในเมื่อเธอเข้ามาอยู่ในร่างนี้ เธอก็ไม่มีทางยอมให้ใครหน้าไหนมาเอาเปรียบรีดไถเลือดเนื้อเชื้อไขของเธอกินอีกต่อไปเด็ดขาด!
"วันนี้ข้าวสารสักเม็ดเดียวก็ไม่มีให้! และถ้าพวกป้ายังกล้ามาเหยียบที่นี่เพื่อทวงของบ้าบออะไรอีก ผม... ฉันจะเอาบัญชีรายการสิ่งของที่พวกป้าปล้นสะดมจากบ้านเราตลอดปีนี้ ไปยื่นร้องเรียนต่อหน้าเลขาธิการพรรคประจำคอมมูนด้วยตัวเอง!"
น้ำเสียงเด็ดขาดและแววตาที่ไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย ทำเอาสะใภ้ใหญ่จางถึงกับผงะถอยหลังไปชนเข้ากับวงกบประตูหน้าบ้านอย่างแรง นางเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ยุคนี้เรื่องการร้องเรียนพรรคหรือเจ้าหน้าที่คอมมูนเป็นเรื่องใหญ่โตมโหฬาร หากเรื่องแดงขึ้นมาว่าสามีของนางยักยอกเสบียงของครอบครัวทหารและเด็กกำพร้า ตำแหน่งผู้ช่วยหัวหน้าฝ่ายผลิตของสามีคงปลิวหายไปในพริบตาเดียวแน่!
"นัง... นังเด็กตัวแสบ! แกกล้าขู่ฉันรึ! ดี! ปีกกล้าขาแข็งนักนะ หลินว่านหลิง จำคำของแกไว้ให้ดี วันนี้ฉันจะไปฟ้องลุงของแก ให้มาจัดการคนอกตัญญูอย่างพวกแกให้เข็ด!"
สะใภ้ใหญ่จางชี้หน้าอาฆาตด้วยความแค้นเคือง นางถลึงตาใส่เด็กสาวอย่างอาฆาตมาดร้าย ก่อนจะสะบัดก้นเดินหนีออกไปด้วยความหัวเสีย เสียงฝีเท้ากระทบพื้นดินดังตึงตังจนฝุ่นตลบ
เมื่อร่างของสะใภ้ใหญ่จางลับสายตาไป หลินว่านหลิงก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ ร่างกายที่อ่อนแอทำให้เธอเซเล็กน้อยจนต้องใช้มือยันโต๊ะไม้เก่าๆ เอาไว้
*ติ๊ง!*
เสียงสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ใสแจ๋วราวกระดิ่งแก้วดังขึ้นในห้วงความคิด พร้อมกับหน้าจอโฮโลแกรมใสสีฟ้าอ่อนที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าเธอโดยมีเพียงเธอเท่านั้นที่มองเห็น
[ระบบ "ซูเปอร์마เก็ตมิติลับยุค 70" เปิดใช้งานอย่างสมบูรณ์แบบ]
[เจ้าของร่าง: หลินว่านหลิง]
[ระดับพลังงานมิติ: ขั้นเริ่มต้น (1/100)]
[คลังสินค้าอัจฉริยะ: ปลดล็อกโซนวัตถุดิบอาหารพื้นฐาน (ข้าวสารออร์แกนิก, น้ำพริกสูตรโบราณ, เนื้อสัตว์แปรรูป และเครื่องเทศพรีเมียม)]
[ภารกิจประจำวันแรก: ทำอาหารมื้อแรกเพื่อฟื้นฟูร่างกายของตนเองและน้องชาย (0/1)]
[รางวัลภารกิจ: คูปองเร่งการเจริญเติบโตของพืชผลในมิติ + น้ำแร่บริสุทธิ์ฟื้นฟูร่างกาย]
หลินว่านหลิงจ้องมองหน้าจอโฮโลแกรมด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ค่อยๆ กว้างขึ้น ดวงตาคู่สวยระยิบระยับด้วยประกายแห่งความตื่นเต้น
ในยุคที่ผู้คนกำลังอดอยากปากแห้งแล้งและต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก เธอกลับมีซูเปอร์마เก็ตขนาดมหึมาที่บรรจุอาหารและวัตถุดิบชั้นเลิศไว้อย่างครบครันอยู่ในมือ!
ตระกูลหลินฝั่งนั้นอยากจะรีดไถเธออย่างนั้นหรือ? ฝันไปเถอะ!
เธอกำลังจะเปลี่ยนดินแดนชนบทแห้งแล้งแห่งนี้ให้กลายเป็นสวรรค์ของการใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ที่สุขสบายที่สุดให้ดู
ทว่า ในขณะที่หลินว่านหลิงกำลังวางแผนเมนูอาหารมื้อแรกเพื่อบำรุงรักษาร่างกายให้น้องชายและตนเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นและมั่นคงคู่หนึ่งก็ดังขึ้นที่หน้าประตูบ้านรั้วไม้ไผ่ผุๆ
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งอย่างสุภาพ แต่กลับเต็มไปด้วยแรงกดดันอันน่าเกรงขามที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบลงในทันที
หลินว่านหลิงขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย ใครกันที่มาหาเธอในเวลาวิกาลเช่นนี้?
เธอหันไปมองทางประตูบ้านที่แง้มอยู่ ขณะที่ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มและหมวกแก๊ปทหารที่เปรอะเปื้อนฝุ่นดินเล็กน้อยกำลังก้าวผ่านธรณีประตูเข้ามา ร่างนั้นสูงโปร่ง ไหล่กว้างหนา และมีใบหน้าคมคายหล่อเหลาราวกับถูกแกะสลัก ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองเข้ามาในบ้าน ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างของเธอ
และในวินาทีที่สายตาของนายทหารหนุ่มปะทะเข้ากับดวงตาของหลินว่านหลิง หัวใจของเธอกลับกระตุกวูบอย่างรุนแรง...
*ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับ "ลมทะเลพัดรัก" นะครับ*
คุณหนูสายสלੋว์ไลฟ์กับนายทหารหน้าตายในมิติลับยุค 70•ตอนที่ 1
ลืมตาตื่นในกลิ่นอายดินโคลนยุค 70
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูสายสלੋว์ไลฟ์กับนายทหารหน้าตายในมิติลับยุค 70 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
