กลิ่นอายจางๆ ของแป้งสาลีชั้นดีและควันไฟจากฟืนไม้สนยังคงลอยอวลอยู่เหนือปล่องดินบ้านสกุลกู้ ทว่าความเงียบงันที่เข้าปกคลุมห้องครัวหลังบ้านกลับน่าอึดอัดเสียยิ่งกว่าพายุฝนตั้งเค้า หลินฟางเซียนยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าคราบรอยเปื้อนสีดำบนผนัง ดวงตากลมโตหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความครุ่นคิด
นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ๆ ใครกันที่เอาของแบบนี้มาวางไว้? และที่สำคัญกว่านั้น... กู้เฉิงหาวไปไหน? เพราะกลิ่นหอมนี้มาจากทางที่เขาเพิ่งเดินจากไป!
หญิงสาวกวาดสายตามองไปรอบห้องครัวที่คับแคบ สิ่งของเครื่องใช้มีเพียงหม้อเหล็กหล่อเก่าๆ ไหเกลือที่เกือบว่างเปล่า และเศษผักกาดดองแห้งๆ ที่แม่เฒ่ากู้แบ่งให้อย่างตระหนี่ถี่เหนียว แต่บนโต๊ะไม้เนื้อหยาบ กลับมีห่อกระดาษสีน้ำตาลหยาบวางอยู่ เด่นหร่าราวกับจงใจทิ้งร่องรอย
ฝ่ามือเรียวบางเอื้อมไปหยิบห่อกระดาษนั้นขึ้นมาอย่างระมัดระวัง ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัส สัมผัสอุ่นประหลาดก็แล่นพล่านขึ้นมาตามเรียวแขน ราวกับมีกระแสพลังงานบางอย่างไหลเวียนอยู่ในอากาศ ฉับพลันนั้นเอง โลกเบื้องหน้าของหลินฟางเซียนก็บิดเบวน. ภาพห้องครัวอันมืดทึบเลือนหายไป สติของเธอดิ่งวูบลงสู่ห้วงมิติลึกลับที่เวิ้งว้างและอบอุ่น
*ตึง!*
เสียงคล้ายระลอกคลื่นน้ำสะท้อนก้องในโสตประสาท ก่อนที่กลิ่นหอมกรุ่นของดินร่วนซุยและพืชพรรณนานาชนิดจะพุ่งเข้าปะทะนาทีประสาทสัมผัสอย่างรุนแรง หลินฟางเซียนกะพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับโฟกัส ภาพที่ปรากฏแก่สายตานั้นทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกึก เชฟอัจฉริยะผู้ผ่านโลกมาโชกโชนถึงกับนิ่งค้างไปชั่วขณะ
เบื้องหน้าของเธอคือผืนแผ่นดินขนาดมหึมาที่ถูกโอบล้อมด้วยหมอกสีมุกจางๆ พื้นดินอุดมสมบูรณ์จนเป็นสีดำสนิท ส่งกลิ่นไอมินต์และแร่ธาตุธรรมชาติที่หาไม่ได้ในยุคขาดแคลนเช่นนี้ ด้านซ้ายมือมีลำธารใสบริสุทธิ์ไหลผ่าน น้ำในลำธารใสจนมองเห็นก้อนกรวดด้านล่างและมีไอร้อนระอุขึ้นมาเล็กน้อยคล้ายบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติ ส่วนด้านขวาคือแปลงเกษตรกว้างสุดสายตา ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ พืชผลในแปลงเหล่านั้นล้วนเติบโตอย่างเต็มที่ ข้าวสาลีรวงสีทองอร่าม ต้นหอมอวบอ้วนเขียวขจี และมะเขือเทศลูกแดงก่ำเต่งตึงราวกับพร้อมจะปริแตก ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนสมบูรณ์แบบอย่างไร้ที่ติ
"นี่มัน... มิติเกษตรกรรมอัจฉริยะ?" หลินฟางเซียนพึมพำกับตัวเองด้วยความตื่นตะลึง สมองอันปราดเปรื่องประมวลผลอย่างรวดเร็ว เธอย่อมรู้จักนิยายทะลุมิติยอดฮิตในโลกอนาคต แต่การได้มาสัมผัสด้วยตนเองในยุคที่ผู้คนกำลังอดอยากยากแค้นเช่นนี้ มันคือของขวัญจากฟ้าหรือโชคชะตาที่เล่นตลกกันแน่?
ไม่รอช้า หญิงสาวก้าวเข้าไปใกล้แปลงข้าวสาลี เธอเด็ดรวงข้าวขึ้นมาหนึ่งรวง เมล็ดข้าวแน่นตึ้บและมีน้ำหนักผิดจากข้าวทั่วไป เมื่อลองแกะเปลือกออกแล้วเคี้ยวดู ความหวานละมุนชุ่มคอและกลิ่นหอมของแป้งก็กระจายไปทั่วโพรงปาก พลังงานอุ่นซ่านแผ่ซ่านไปทั่วร่างจนความเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกลและแรงงานหนักหน่วงเมื่อวานมลายหายไปสิ้น
"ยอดเยี่ยม... วัตถุดิบระดับพรีเมียมเช่นนี้ หากนำออกไปปรุงอาหารในยุคนี้ คงไม่ใช่แค่ประทังชีวิต แต่เป็นการสร้างอาณาจักรความอร่อยที่ไม่มีใครเทียบได้ต่างหาก" รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากของหญิงสาว แววตาเยือกเย็นเต็มไปด้วยความมั่นใจ
ทว่า ในขณะที่เธอกำลังสำรวจคลังสมบัติส่วนตัว เสียงฝีเท้าหนักแน่นและคุ้นเคยก็ดังแว่วมาจากภายนอกมิติ
*กึก กึก กึก...*
สติของหลินฟางเซียนถูกดึงกลับมายังโลกความเป็นจริงทันที ภาพผืนดินมหึมาเลือนหายไป แทนที่ด้วยผนังห้องครัวสีดำเขม่าเช่นเดิม ห่อกระดาษสีน้ำตาลยังคงอยู่ในมือ เธอกำมันแน่นพร้อมกับหันขวับไปมองที่ประตูบ้าน
ร่างสูงใหญ่ของกู้เฉิงหาวก้าวเข้ามาในห้องครัว แผ่นหลังกว้างของเขามีร่องรอยเปียกชื้นเล็กน้อยจากหยาดเหงื่อ ใบหน้าคมคายไร้รอยยิ้มตามแบบฉบับนายทหารผู้เคร่งขรึม ทว่านัยน์ตาคมกลาบกลับกวาดมองสำรวจภรรยาอย่างรวดเร็วราวกับสัตวแพทย์ที่กำลังตรวจจับความผิดปกติของเหยื่อ
"เจ้า... กำลังทำอะไรอยู่?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถาม น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความระแวดระวัง
หลินฟางเซียนซ่อนห่อกระดาษไว้ด้านหลังตัวอย่างแนบเนียน หัวใจเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความสงสัยในตัวชายหนุ่มผู้นี้ กู้เฉิงหาวหายไปทางชายเขาเมื่อครู่ และกลิ่นหอมปริศนาก็กระจายมาจากทิศทางนั้น... หรือว่า เขาเองก็มีความลับเช่นเดียวกับเธอ?
"ข้าแค่เข้ามาดูฟืน..." หลินฟางเซียนตอบเสียงเรียบ พยายามควบคุมน้ำเสียงให้มั่นคงที่สุด "แล้วท่านล่ะ... ไปไหนมาตั้งแต่เช้าตรู่?"
กู้เฉิงหาวไม่ตอบในทันที เขาก้าวเข้ามาใกล้ภรรยาอีกก้าวหนึ่ง ระยะห่างที่ลดลงทำให้หลินฟางเซียนได้กลิ่นจางๆ ของดินชื้นและกลิ่นหอมของสมุนไพรป่าบางชนิดที่ติดตัวชายหนุ่มมา ชายหนุ่มโน้มตัวลงเล็กน้อย ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอราวกับต้องการค้นหาคำตอบบางอย่าง
"ข้าไปเดินตรวจดูแนวรั้วหลังบ้านมา..." กู้เฉิงหาวเว้นจังหวะไปชั่วครู่ ก่อนจะยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่หาดูได้ยากยิ่ง "และบังเอิญ... เจอของดีบางอย่างเข้า"
สิ้นคำพูดนั้น กู้เฉิงหาวก็แบมือออก เผยให้เห็นมันเทศป่าหัวโตสีแดงสดสามหัววางอยู่บนฝ่ามือหนา ทว่าสิ่งที่ทำให้หลินฟางเซียนต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงก็คือ ผิวของมันเทศเหล่านั้นเปล่งประกายแสงเรืองรองจางๆ และส่งกลิ่นหอมหวานเย้ายวนใจออกมาในแบบเดียวกับวัตถุดิบในมิติของเธอไม่มีผิดเพี้ยน!
รอยยิ้มของกู้เฉิงหาวลึกขึ้น ดวงตาคู่นั้นไม่ได้มีความดุร้าย แต่มันเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งที่ยากจะคาดเดา ขณะที่หลินฟางเซียนกำลังจะอ้าปากเอ่ยถาม เสียงเคาะประตูหน้าบ้านอันรุนแรงพร้อมกับเสียงโวยวายแหลมสูงของแม่เฒ่ากู้ก็ดังขยายก้องเข้ามาในบ้าน ขัดจังหวะการเผชิญหน้าอันตึงเครียดนี้ลงเสียก่อน
"นังสะใภ้ตัวดี! แกซ่อนหัวขโมยอะไรไว้ในบ้าน ถึงได้กลิ่นหอมน่าสงสัยแบบนี้ ออกมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันเข้มข้นนี้ร่วมกัน แล้วเราไปลุยต่อในตอนหน้าด้วยกันนะครับ!
มื้อพิเศษของแม่ค้ามือฉมังกับนายทหารที่คลั่งรักในยุคขาดแคลน•ตอนที่ 2
มิติลับในยามวิกฤต
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มื้อพิเศษของแม่ค้ามือฉมังกับนายทหารที่คลั่งรักในยุคขาดแคลน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
