เซฟโซนของคนหัวรั้นกับมาตรวัดหัวใจนายสถาปนิก•ตอนที่ 2

ออฟฟิศชั่วคราวกับเราสองคน

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
“ถ้าคุณจะเอาแต่คัดค้านด้วยทฤษฎีที่ดูเหมือนตำราปีหนึ่ง ผมแนะนำให้คุณกลับไปนั่งเขียนแบบอยู่ในห้องแอร์ที่บริษัทเถอะครับ รินรดา หน้างานจริงมันไม่ได้สวยหรูเหมือนในกระดาษไขของคุณหรอกนะ” เสียงทุ้มต่ำของคีย์ดังขึ้นท่ามกลางเสียงฟ้าร้องคำรามที่สั่นสะเทือนไปถึงโครงสร้างเหล็กของออฟฟิศสนาม เขายืนกอดอกพิงโต๊ะเขียนแบบขนาดใหญ่ สายตาคมกริบจ้องมองสถาปนิกสาวที่กำลังยืนกำปากกาในมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด รินรดาแค่นยิ้มที่มุมปาก เธอก้าวเข้าหาเขาอย่างไม่เกรงกลัว แม้ความสูงของคีย์จะทำให้เธอต้องเงยหน้าขึ้นมอง แต่แววตาของเธอนั้นไม่มีความอ่อนข้อให้แม้แต่น้อย “สุนทรียภาพที่ฉันออกแบบไม่ใช่แค่ความสวยงาม แต่มันคือฟังก์ชันที่ผ่านการคิดมาแล้วว่าต้องใช้งานได้จริง ต่างจากวิศวกรบางคนที่มองเห็นแค่คานกับเสาจนลืมไปว่าคนต้อง ‘อยู่’ กับมันจริงๆ” เธอเว้นจังหวะ ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมไม้ซีดาร์จางๆ จากตัวเขา “คุณน่ะ ถ้าไม่มีฉันคอยคุมโปรเจกต์นี้ไว้ อาคารหลังนี้คงกลายเป็นแค่กล่องคอนกรีตไร้วิญญาณไปแล้วครับ คุณวิศวกร” คีย์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาที่เคยนิ่งเฉยเริ่มมีประกายวูบไหว เขาโน้มตัวลงมาจนระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่เหนือจมูกของหญิงสาว “ถ้าคุณคิดว่าผมมีวิญญาณแค่ในงานคอนกรีต... ก็ลองพิสูจน์ดูสิครับ ว่าในสถานการณ์ที่ไม่มีทางหนีแบบนี้ คุณจะรับมือกับ ‘วิญญาณ’ ของผมไหวไหม” ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้โต้ตอบ เสียงฟ้าร้องสนั่นหวั่นไหวก็ดังขึ้นอีกครั้งตามด้วยเสียงกระแสไฟฟ้าที่ตัดฉับ ทั้งห้องตกอยู่ในความมืดมิดทันที ตามมาด้วยเสียงฝนห่าใหญ่ที่กระหน่ำลงมาบนหลังคาสังกะสีของออฟฟิศสนามจนเหมือนโลกจะแตก “ไฟดับงั้นเหรอ?” รินรดาอุทาน เสียงของเธอสั่นเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะสัมผัสอุ่นร้อนที่ฝ่ามือของคีย์ซึ่งคว้าข้อมือเธอไว้ในความมืดเพื่อป้องกันไม่ให้เธอเดินไปชนมุมโต๊ะ “พายุเข้าแบบนี้ ระบบไฟฟ้าชั่วคราวคงพังยับเยิน คุณอยู่นิ่งๆ อย่าเดินไปไหน เดี๋ยวจะตกท่อเอา” คีย์กระซิบชิดใบหู ความเย็นของอากาศภายนอกดูเหมือนจะถูกแทนที่ด้วยความร้อนรุ่มที่เกิดขึ้นภายในห้องแคบๆ นี้ เขากดไฟฉายที่คาดเอวไว้ขึ้นมา แสงสีขาวนวลสาดส่องไปรอบห้อง เผยให้เห็นสภาพที่เหลือเพียงที่ซุกหัวนอนให้รอดพ้นจากฝนสาด ด้านนอกคือพายุที่บ้าคลั่ง ด้านในคือพื้นที่สี่เหลี่ยมที่มีเพียงเราสองคน รินรดาสะบัดมือออก แสร้งทำเป็นจัดเสื้อผ้าเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า “ก็นั่นไง ฝีมือวิศวกรระบบไฟของคุณหรือเปล่าที่ออกแบบมาไม่ดีพอ จนป่านนี้เราถึงต้องมาติดแหง็กอยู่ในนี้” “นี่คือมาตรการความปลอดภัยขั้นสูงสุดแล้วครับรินรดา แต่ธรรมชาติมักจะใจร้ายกว่าแผนงานเสมอ” คีย์เดินไปที่ตู้เก็บของ หยิบเอาช็อกโกแลตบาร์และน้ำดื่มออกมาวางบนโต๊ะ “คืนนี้เราคงออกไปไหนไม่ได้จนกว่าพายุจะสงบ อย่างน้อยก็น่าจะจนถึงเช้า” ทั้งคู่เงียบลง เสียงฝนที่โหมกระหน่ำกลายเป็นดนตรีประกอบที่น่าอึดอัด รินรดานั่งลงบนเก้าอี้พับฝั่งหนึ่ง ส่วนคีย์นั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้าม แสงจากไฟฉายดวงเดียวที่เขาวางไว้กึ่งกลางโต๊ะทำให้ใบหน้าของเขามีเงาตกกระทบ ดูลึกลับและน่าค้นหากว่าทุกครั้ง “คุณมองผมแบบนั้น... หมายความว่ายังไงครับ?” คีย์ถามขึ้นทำลายความเงียบ มือหนาเลื่อนแก้วน้ำไปทางเธอ “ฉันแค่มองว่า... ต่อให้เราจะทะเลาะกันเรื่องแบบแปลนจนแทบจะฆ่ากันตาย แต่สุดท้ายเราก็ยังต้องมาติดอยู่ในสภาวะจำยอมแบบนี้” เธอรับแก้วน้ำมา “มันตลกร้ายดีนะครับ” “สำหรับผม มันไม่ได้ตลกร้ายหรอก” คีย์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ “ผมกลับรู้สึกว่า นี่อาจจะเป็นโอกาสเดียวที่คุณจะได้เห็นว่าภายใต้ท่าทีที่เย็นชาของผม... จริงๆ แล้วผมกำลังคิดอะไรอยู่” รินรดาชะงัก ลมหายใจของเธอเริ่มติดขัดเมื่อเห็นคีย์ขยับตัวเข้ามาใกล้โดยไม่ให้ซุ่มให้เสียง เขาข้ามผ่านเส้นแบ่งของความเป็นเพื่อนร่วมงานมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ มือหนาเอื้อมมาปัดปอยผมที่ปรกหน้าผากเธอออกอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นแผ่ซ่านความรู้สึกแปลกประหลาดจนรินรดาต้องเผลอกลั้นหายใจ “คุณกำลังจะพูดอะไร คีย์?” เธอถาม เสียงแผ่วเบา “ผมกำลังจะบอกว่า...” เขายังพูดไม่ทันจบ เสียงประตูเหล็กด้านหน้าก็ดังขึ้นพร้อมกับการพังพินาศของกลอนประตูท่ามกลางพายุ ร่างของชายวัยกลางคนในชุดกันฝนโชกโชนก้าวเข้ามาพร้อมกับเอกสารในมือที่เปียกปอน เขามองภาพสถาปนิกสาวกับวิศวกรหนุ่มที่นั่งใกล้กันในระยะประชิดด้วยสายตาที่คาดไม่ถึง “คุณคีย์! คุณรินรดา! ผมเกรงว่าเรื่องที่สำนักงานใหญ่เพิ่งส่งคำสั่งด่วนมา... จะทำให้โปรเจกต์นี้ไม่ได้ไปต่อในแบบที่พวกคุณคิด” รินรดาผละออกจากคีย์ทันที หันไปมองบุคคลที่สามที่เพิ่งบุกเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก เธอหันกลับไปสบตากับคีย์อีกครั้ง เห็นแววตาของเขาที่แปรเปลี่ยนจากความอ่อนโยนกลายเป็นความเคร่งขรึมและคาดเดาไม่ได้ทันที คีย์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขวางหน้าเธอไว้ราวกับจะปกป้องจากความวุ่นวายที่กำลังจะเกิดขึ้น “ช่างมันก่อนครับ... คุณรินรดา เรามีเรื่องที่ต้องตัดสินใจกันเดี๋ยวนี้เลยว่า เราจะ ‘ยอมแพ้’ หรือจะ ‘เล่นเกม’ กับไอ้คำสั่งนั่น” ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับความสัมพันธ์อันเข้มข้นของรินรดาและคีย์นะครับ ฟีนิกซ์สีทองครับ
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนหัวรั้นกับมาตรวัดหัวใจนายสถาปนิก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%