คุณหนูผู้โชคร้ายกับอาณาจักรของหวานที่เธอกู้คืน•ตอนที่ 1

ตื่นขึ้นในร่างนางร้ายที่ไม่มีใครต้องการ

ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
เอกสารตราประทับตระกูลเวለต์ลีย์ถูกโยนลงบนพื้นพรมขนสัตว์ราคาแพง เสียงกระดาษหนาหนักกระทบพื้นดัง *ปึก* สะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงกว้างที่ประดับประดาด้วยโคมระย้าคริสตัลระยิบระยับ ทว่าบรรยากาศภายในกลับเย็นยะเยือกเสียยิ่งกว่าห้องใต้ดินเก็บน้ำแข็ง “ลีลาน่า... เธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะใช้ชื่อสกุลนี้อีกต่อไปแล้ว” น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ราบเรียบไร้ซึ่งความอาทรเอื้อเอ็นดูดังขึ้นจากชายวัยกลางคนผู้สวมชุดสูทหรูหราปักดิ้นทอง ดยุคโรเบิร์ต เวለต์ลีย์ ผู้เป็นบิดาแท้ๆ ของร่างนี้กำลังมองลงมาด้วยสายตาที่รังเกียจเดียดฉันท์ ราวกับเธอมันเป็นแค่เศษผงธุลีที่ติดอยู่บนรองเท้าหนังขัดเงาของเขา ลีลาน่ากะพริบตาช้าๆ เพื่อปรับโฟกัสภาพตรงหน้า สมองที่เคยอื้ออึงด้วยอาการปวดแปล๊บคล้ายถูกของแข็งกระแทก ค่อยๆ ประมวลผลเรื่องราวทั้งหมดอย่างรวดเร็ว เธอไม่ใช่คุณหนูเอาแต่ใจผู้โง่เขลาคนเดิมอีกต่อไปแล้ว... แต่วิญญาณที่อยู่ในร่างนี้คือนักพัฒนาสูตรขนมและนักธุรกิจสาวมือหนึ่งจากศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด ผู้ผ่านสมรภูมิการแข่งขันทางธุรกิจมาอย่างโชกโชนจนก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุด ก่อนจะสะดุดล้มแล้วตื่นขึ้นมาในนิยายแนวแฟนตาซีโรแมนซ์เล่มโปรดที่เธอเพิ่งอ่านจบไปเมื่อคืน! และบทบาทที่เธอได้รับในตอนนี้คือ ‘ลีลาน่า เวለต์ลีย์’ นางร้ายสมองกลวงผู้ตกเป็นเครื่องมือของนางเอกใสซื่อ จนถูกตระกูลตัดออกจากกองมรดกและถูกขับไล่ออกจากคฤหาสน์ในสภาพที่ไม่มีอะไรติดตัวเลยสักแดงเดียว “แค็ก... ให้ตายสิ ร่างกายนี้บอบบางเป็นบ้าเลย” ลีลาน่าพึมพำกับตัวเองเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นยืนจากพื้นพรม เธอปัดฝุ่นตามกระโปรงชุดกระโปรงยาวสีชมพูฟูฟ่องที่ดูเชยระเบิดระเบ้อและเต็มไปด้วยลูกไม้ไร้รสนิยมออกอย่างไม่แยแส สายตาคมกริบกวาดมองผู้คนที่ยืนล้อมรอบตัวเธอด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย รอบตัวเธอเต็มไปด้วย ‘ญาติผู้หวังดี’ และ ‘คู่หมั้นผู้แสนดี’ ที่กำลังซ่อนรอยยิ้มสะใจไว้ภายใต้ใบหน้าเศร้าสร้อยจอมปลอม “ลีลาน่าคะ อย่าดื้อรั้นอีกเลยนะจ๊ะ” เสียงหวานใสราวกับระฆังแก้วดังขึ้นจากหญิงสาวในชุดเดรสลูกไม้สีขาวบริสุทธิ์ ‘เอเลน่า’ ลูกสาวบุญธรรมของตระกูลเวለต์ลีย์ นางเอกผู้แสนดีที่ยืนเกาะแขนท่านดยุคไว้อย่างน่าสงสาร “คุณพ่อท่านเมตตามากแล้วที่ยอมให้เธอเอาชุดพวกนี้ออกไปได้ ถึงท่านจะบอกว่ามันน่าเกลียดก็เถอะ...” “นั่นสิครับ ลีลาน่า คุณควรจะสำนึกในบุญคุณของท่านดยุคบ้าง ไม่ใช่มายืนทำหน้าไร้สำนึกแบบนี้” เสียงทุ้มนุ่มของ ‘ท่านชายลูคัส’ คู่หมั้นหนุ่มรูปงามที่เพิ่งประกาศถอนหมั้นเธอไปหมาดๆ ดังแทรกขึ้น เขาเชิดหน้าขึ้นด้วยความถือดี สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม “ผู้หญิงโง่เง่าที่ทำเป็นแต่เรื่องไร้สาระอย่างเธอ ต่อให้ออกไปเร่ร่อนข้างถนนก็ไม่มีใครเขาเก็บไปเลี้ยงหรอก!” บรรยากาศในห้องโถงเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะคิกคักจากบรรดาคนรับใช้และแขกเหรื่อที่มาร่วมเป็นสักขีพยานในการขับไล่ทายาทสายตรงออกจากตระกูล ทุกคนต่างรอคอยที่จะได้เห็นฉากที่คุณหนูผู้เย่อหยิ่งต้องคุกเข่าร้องไห้อ้อนวอนขอความเห็นใจ ทว่า... ลีลาน่ากลับไม่ได้หลั่งน้ำตาสักหยดเดียว เธอกลับยกมือขึ้นกอดอก มุมปากเรียวสวยยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นไม่ได้มีความหวาดกลัวหรือ ตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับแฝงไปด้วยความเย้ยหยันอันทรงพลังจนทำให้คนที่มองอยู่รู้สึกหนสันหลังวาบอย่างประหลาด “ตลกดีนะคะ” ลีลาน่าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวานใส ไร้ซึ่งความสั่นเครือ เธอก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้ท่านดยุคโรเบิร์ตผู้เป็นบิดาช้าๆ จนอีกฝ่ายต้องถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว “พวกท่านคิดจริงๆ หรือคะว่าการไล่ฉันออกจากบ้านหลังนี้ จะทำให้ตระกูลเวለต์ลีย์สูงส่งขึ้นได้... หรือที่จริงแล้ว พวกท่านแค่กลัว?” “สามหับ! เธอกล้าดียังไงมาพูดจาก้าวร้าวกับท่านดยุคแบบนี้!” หัวหน้าพ่อบ้านตะคอกเสียงดังลั่นหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ “ฉันพูดความจริงต่างหากล่ะคะ” ลีลาน่าหันไปปรายตามองหัวหน้าพ่อบ้านด้วยแววตานิ่งสนิททรงอำนาจจนอีกฝ่ายต้องหุบปากฉับ “ตลอดห้าปีที่ผ่านมา บัญชีลับของตระกูลเวለต์ลีย์ติดลบไปเท่าไหร่แล้วคะท่านพ่อ? หนี้สินจากการลงทุนในเหมืองแร่ทางเหนือที่ล้มเหลว หรือแม้แต่เงินกู้ยืมจากสมาคมการค้าเพื่อมาถมหลุมพรางทางธุรกิจของ ‘ลูกรัก’ อย่างเอเลน่า... คิดว่าฉันไม่รู้เรื่องพวกนี้เลยหรือไงคะ?” ใบของท่านดยุคโรเบิร์ตเปลี่ยนเป็นสีเขียวสลับขาวในทันที ดวงเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด ความลับที่เขาพยายามปกปิดสุดชีวิตเหตุใดเด็กผู้หญิงคนนี้ถึงล่วงรู้ได้?! “เธอ... เธอพูดอะไรเหลวไหล!” ดยุคโรเบิร์ตตวาดเสียงสั่น “เหลวไหลหรือคะ? งั้นเอกสารสรุปยอดหนี้สามสิบล้านเหรียญทองที่ฉันเซ็นอนุมัติค้ำประกันไว้ในฐานะทายาทสายตรงเมื่อเดือนก่อน นี่คงเป็นเรื่องเหลวไหลในจินตนาการสินะคะ” ลีลาน่าหัวเราะในลำคอเบาๆ น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลแต่มันกลับบาดลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจของคนฟัง “ในเมื่อพวกท่านใจร้ายใจดำถึงขนาดขับไล่ฉันออกไปมือเปล่า งั้นก็ตามสบายเลยค่ะ... ฉันขอ ‘ถอนชื่อ’ และ ‘ยกเลิกการค้ำประกันหนี้ทั้งหมด’ ของตระกูลเวለต์ลีย์ ณ บัดนี้!” สิ้นคำพูดนั้น ทั่วทั้งห้องโถงก็ตกอยู่ในความเงียบงันราวกับป่าช้า ทุกคนอ้าปากค้าง สมองหยุดทำงานไปชั่วขณะ ถอนชื่อ? ยกเลิกการค้ำประกันหนี้? นั่นหมายความว่าหนี้ก้อนโตทั้งหมดจะพุ่งตรงกลับมาหาดยุคโรเบิร์ตและตระกูลเวለต์ลีย์ทันทีในวินาทีเดียว! “เธอ... เธอทำแบบนั้นไม่ได้นะ!” เอเลน่ากรีดร้องออกมาด้วยความตกใจจนลืมภาพลักษณ์ผู้ดีที่เคยสร้างไว้ หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว “ถ้าไม่มีเงินค้ำประกันพวกนั้น ตระกูลเราก็ล้มละลายทันทีน่ะสิ!” “แล้วมันเรื่องอะไรล่ะคะที่ฉันจะต้องมารับผิดชอบหนี้สินที่พวกคุณสร้างขึ้นเพื่อปรนเปรอความสุขกันเอง” ลีลาน่าเอ่ยด้วยรอยยิ้มหวานหยด เธอก้มลงหยิบเอกสารตราประทับตระกูลที่ถูกโยนทิ้งบนพื้นขึ้นมาปัดฝุ่นเบาๆ ก่อนจะฉีกมันทิ้งต่อหน้าต่อตาอย่างไม่แยแส “จากนี้ไป ลีลาน่าคนเดิมที่โง่เขลาได้ตายไปแล้วค่ะ... ส่วนพวกคุณ ก็เตรียมตัวต้อนรับการล้มละลายได้เลยนะคะ” เธอกวาดสายตามองหน้าทุกคนเป็นครั้งสุดท้ายด้วยความสมเพชเวทนา ก่อนจะหมุนตัวเดินหันหลังให้คฤหาสน์หลังใหญ่ที่เธอเคยเกลียดชังอย่างสง่างาม เสียงฝีเท้าก้าวเดินออกจากประตูบานใหญ่ดังสะท้อนก้อง ทิ้งให้เบื้องหลังเต็มไปด้วยเสียงโวยวายและความตื่นตระหนกราวกับบ้านไฟไหม้ ลีลาน่าเดินออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์ภายนอกประตูคฤหาสน์ ท้องฟ้ายามบ่ายเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มอมแดง ร่างบางในชุดกระโปรงเชยๆ กำลังคิดวางแผนถึงร้านขนมหวานเล็กๆ ที่เธอจะเปิดเพื่อสร้างอาณาจักรความมั่งคั่งขึ้นมาใหม่ด้วยสองมือของเธอเอง ทว่า... ในจังหวะที่เธอกำลังก้าวเท้าพ้นเขตประตูรั้วเหล็กดัดของตระกูลเวለต์ลีย์นั้นเอง เสียงเครื่องยนต์กระหึ่มต่ำทรงพลังของรถยนต์หรูหราสีดำสนิทดีไซน์ล้ำสมัยรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น ที่หาไม่ได้ทั่วไปในอาณาจักร ก็แล่นเข้ามาจอดเทียบท่าตรงหน้าเธออย่างกะทันหัน พร้อมๆ กับที่ประตูรถเปิดออกเผยให้เห็นเรียวขาภายใต้กางเกงสแลคเข้ารูป และรองเท้าหนังขัดเงาชั้นดี ชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดพิเศษสีเทาเข้มก้าวลงมาจากรถ เรือนผมสีเงินยวงสะท้อนกับแสงอาทิตย์ ดวงตาคมกริบสีอำพันคู่นั้นมองตรงมาที่เธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งความลุ่มลึก ความเอ็นดู และรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจ “ยินดีต้อนรับสู่อิสรภาพครับ... คุณหนูเวለต์ลีย์ หรือผมควรจะเรียกว่า... ว่าที่ราชินีแห่งอาณาจักรขนมหวานดีล่ะครับ?” เซนเดอร์เอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มน่าฟัง พร้อมกับยื่นมือหนาออกมาตรงหน้าเธอ เพื่อเชื้อเชิญให้เธอก้าวขึ้นไปบนรถคันหรูที่จะพาเธอไปสู่อีกโลกหนึ่งที่ยิ่งใหญ่และไม่มีวันพ่ายแพ้ให้กับใครอีกตลอดกาล... ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความฟินนี้นะคะ รี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกคน! 💕
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูผู้โชคร้ายกับอาณาจักรของหวานที่เธอกู้คืน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%