"ทางเลือกมีเพียงสองทางเท่านั้น ริน... เจ้าจะยอมสละเกียร์ชิ้นสุดท้ายของระบบ แล้วก้าวเดินต่อไปด้วยสองขาของมนุษย์ธรรมดา หรือจะดับสลายไปพร้อมกับโค้ดคำสั่งที่หล่อเลี้ยงชีวิตเจ้ามาตลอดครึ่งปีหลังนี้"
เสียงของอาจารย์มิลินดังสะท้อนก้องอยู่ในห้องควบคุมใต้ดินที่เต็มไปด้วยเศษซากกระจกจอภาพโฮโลแกรมที่แตกละเอียด ประกายไฟสีฟ้าอ่อนยังคงปะทุขึ้นเป็นระยะตามรอยต่อของแผงวงจรที่ไหม้เกรียม กลิ่นฉุนของโอโซนและพลาสติกไหม้ลอยอบอวลอยู่ในบรรยากาศที่เงียบงันจนน่าอึดอัด
รินก้มมองฝ่ามือสั่นเทาของตนเอง หน้าจออินเทอร์เฟซสีฟ้าอันคุ้นเคยที่เคยลอยเด่นอยู่เบื้องหน้า บัดนี้กระพริบถี่รัวราวกับลมหายใจเฮือกสุดท้าย ตัวอักษรสีแดงฉานแจ้งเตือนสถานะ *[System Critical Error: Core Meltdown in 60 seconds]* วิ่งวนซ้ำไปซ้ำมาอย่างไร้ทางแก้
นี่คือบททดสอบสุดท้าย... บทสรุปของระบบ 'Digital Detective' ที่ติดตามเขามาตั้งแต่ก้าวแรกในโลกอันมืดมนและเต็มไปด้วยปริศนา
"อาจารย์ครับ..." รินเอ่ยขึ้น เสียงของเขาแหบพร่าแต่แฝงไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยวที่ถูกหล่อหลอมผ่านคดีนับไม่ถ้วน "ถ้าผมเลือกทางแรก... ระบบจะหายไปใช่ไหมครับ ความสามารถในการวิเคราะห์ร่องรอย การคำนวณความน่าจะเป็น หรือแม้แต่แผนผังอาชญากรรมในหัว... ทุกอย่างจะถูกลบเกลี้ยงเลยสินะครับ"
มิลินไม่ตอบทันที เธอย่างก้าวเข้าไปใกล้ร่างของลูกศิษย์ แว่นตาไร้กรอบสะท้อนแสงไฟสีแดงจากระบบเตือนภัย ใบหน้าเรียบเฉยราตุ๊กตากระเบื้องเคลือบนั้นซ่อนความกังวลไว้ภายใต้ดวงตาสคมกริบ เธอยื่นมือเรียวบางออกไปแตะที่ขมับของรินเบาๆ สัมผัสเย็นเยียบราวน้ำแข็งทำให้สติของรินกลับคืนมา
"ถูกต้อง" มิลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าลุ่มลึก "ระบบไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่มันคือส่วนหนึ่งของสมองกลที่เจ้าพึ่งพามาตลอด เจ้าเก่งขึ้นได้เพราะมัน... แต่ในขณะเดียวกัน เจ้าก็สูญเสียสัญชาตญาณความเป็นมนุษย์ไปทีละน้อยเช่นกัน ความหิวโหยของข้าที่เจ้าพยายามเติมเต็มด้วยพลังงานของระบบก็เช่นกัน... หากระบบหายไป ข้าอาจจะต้องกลับไปสู่ความหิวโหยอันเป็นนิรันดร์ แต่ริน... เจ้าพร้อมที่จะใช้สมองและหัวใจของ 'มนุษย์' ไขคดีต่อจากนี้โดยไม่มีตัวช่วยใดๆ หรือไม่ล่ะ?"
คำถามนั้นดังก้องในหัวของรินราวกับเสียงระฆังยักษ์
ภาพเหตุการณ์ในอดีตซ้อนทับเข้ามา ภาพวันที่เขาสูญเสียครอบครัว วันที่เขามืดแปดด้านจนระบบนี้ปรากฏขึ้นเพื่อมอบความหวัง ระบบคือผู้ช่วยชีวิต ระบบคือผู้ชี้ทางสว่างในยามที่เขาอ่อนแอที่สุด แต่ในขณะเดียวกัน มันก็คือโซ่ตรวนที่คอยจำกัดขอบเขตการเติบโตของเขาไว้ในกรอบของตรรกะและตัวเลข
*ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!*
เสียงเตือนเร่งจังหวะเร็วขึ้น *[30 Seconds Remaining]*
รินหันไปมองมิลิน อาจารย์สาวผู้ร่วมเป็นร่วมตาย ฝ่ามือของเธอยังคงทาบอยู่บนขมับของเขา เขาสังเกตเห็นร่องรอยความเหนื่อยล้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีเยือกเย็นนั้น อาจารย์มิลินเองก็กำลังเดิมพันครั้งใหญ่เช่นกัน หากเขาเลือกที่จะรักษาระบบไว้ ร่างกายของเธอก็จะต้องแบกรับภาระพลังงานมหาศาลต่อไปจนกว่าจะถึงขีดจำกัด แต่หากเขายอมสละ... ทั้งเขาและเธอจะต้องเริ่มต้นใหม่ในโลกที่ไร้ซึ่งความแน่นอน
รินสูดหายใจเข้าลึก
กลิ่นอายของความตายและเศษซากความทรงจำผสมปนเปกันในอก เขาค่อยๆ หลับตาลง ปล่อยให้ความมืดมิดเข้าครอบงำชั่วขณะ สมองของเขาประมวลผลเป็นครั้งสุดท้าย—ไม่ใช่ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ แต่ด้วยหัวใจและสัญชาตญาณของนักสืบที่แท้จริง
"ผมเข้าใจแล้วครับ"
รินลืมตาขึ้น แววตาของเขาไม่ได้สั่นไหวอีกต่อไป มันฉายประกายคมกริบราวกับใบมีดที่เพิ่งผ่านการลับคม
"ผมเลือก... ที่จะปิดระบบครับ"
ทันทีที่สิ้นคำพูด รินยกมือขึ้นแตะที่สัญลักษณ์โฮโลแกรมกลางอากาศแล้วกดปุ่ม 'ยืนยันการลบถาวร' ด้วยความเด็ดเดี่ยว
*[WARNING: Initiating Protocol Omega... System Deletion in Progress... 3... 2... 1...]*
แสงสีฟ้าทั้งหมดดับวูบลงในพริบตา ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ ราวกับจักรวาลทั้งใบหยุดหมุน ร่างของรินเซถลาไปข้างหลังเล็กน้อยด้วยความรู้สึกโหวงเหวงในหัวสมอง ราวกับอวัยวะบางส่วนเพิ่งถูกตัดขาดออกไป ความรู้สึกลื่นไหลและเสียงแจ้งเตือนที่คุ้นเคยหายไปอย่างถาวร เหลือเพียงเสียงหัวใจของตนเองที่เต้นระรัว *ตึกลัก... ตึกลัก...* ดังชัดเจนในความเงียบ
มิลินถอนหายใจยาวเหยียด ร่างของเธอดูผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด ความตึงเครียดที่สะสมมานานนับเดือนมลายหายไป พร้อมๆ กับรอยยิ้มจางๆ ที่ปรากฏขึ้นที่มุมปากของอาจารย์สาวผู้เย็นชาเป็นครั้งแรก
"เจ้าทำได้ดีมาก ริน... ตอนนี้ เจ้าคือนักสืบอย่างแท้จริงแล้ว"
ทว่า... ก่อนที่ทั้งคู่จะได้ทันพักหายใจ ความผิดปกติบางอย่างก็เกิดขึ้นที่เบื้องล่างของพื้นห้องควบคุม
*ครืนนน...!*
พื้นคอนกรีตเสริมเหล็กสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับมีบางสิ่งขนาดมหึมาที่ถูกผนึกไว้ใต้ดินกำลังตื่นจากการหลับใหล รอยร้าวขนาดใหญ่แตกแขนงไปทั่วพื้นห้อง และจากรอยแยกนั้นเอง ไอน้ำสีดำสนิทพร้อมกับกลิ่นอายอันคุ้นเคยและน่าสะพรึงกลัวก็พวยพุ่งขึ้นมา
มันไม่ใช่กลิ่นอายของระบบ... แต่มันคือกลิ่นอายของ 'ต้นตอ' ที่แท้จริงของคดีทั้งหมดที่พวกเขาตามล่ามาตลอด
หน้าจอโฮโลแกรมที่ควรจะดับสนิทไปแล้ว กลับติดขึ้นมาใหม่อีกครั้งด้วยแสงสีแดงฉานกระพริบเตือนระทึก และแทนที่จะเป็นข้อความของระบบ 'Digital Detective' กลับปรากฏเป็นภาพสัญลักษณ์ปริศนา... พร้อมกับข้อความทักทายจากบุคคลที่พวกเขาคิดว่าตายไปแล้ว
*[ยินดีต้อนรับกลับสู่โลกแห่งความจริง... นักสืบผู้ไร้ซึ่งอาวุธ]*
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาอันตรายในตอนนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ
นักสืบพ่วงระบบกับอาจารย์สาวจอมเขมือบปริศนา•ตอนที่ 27
วินาทีที่ระบบดับสูญ
ผลงานโดย นักสืบแว่นขยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักสืบแว่นขยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นักสืบพ่วงระบบกับอาจารย์สาวจอมเขมือบปริศนา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!